มารู้จักท่านั่ง W-Sitting กันเถอะ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักเกี่ยวกับท่านั่งของเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ หรือท่านผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ได้สังเกตกันนั่นก็คือท่านั่ง w-sitting คุณพ่อคุณแม่หรือท่านผู้ปกครองเคยได้ยินหรือไม่ครับว่าท่านั่ง w-sitting ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ซึ่งเด็กในช่วงวัยตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไปจะชอบนั่งท่านี้เนื่องจากเป็นวัยที่เริ่มนั่งได้เอง (1) ท่านอาจเคยเห็นบุตรหลานหรือเด็กคนอื่น ๆ นั่งท่า w-sitting มาบ้าง อาจเกิดคำถามว่าท่านั่ง w-sitting ดีหรือไม่ดีอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เด็กดูนั่งสบาย ไม่มีท่าทางเจ็บปวด ถ้าอยากรู้แล้วล่ะก็ ขอเชิญทุกท่านไปทำความรู้จักท่านั่ง w-sitting กันได้เลยครับ

ท่านั่ง W-Sitting คืออะไร?

ท่านั่ง w-sitting คือท่านั่งที่เด็กนั่งอยู่บนพื้นโดยที่ก้นอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง เข่าทั้งสองข้างงอ ขาแบะออกทางด้านข้าง มองแล้วเหมือนรูป w (2) ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 แสดงลักษณะท่านั่ง w-sitting

ทำไมเด็กถึงชอบนั่งท่า w-sitting?

เนื่องจากท่านั่ง w-sitting มีฐานรองรับน้ำหนักตัวที่กว้าง ดังรูปที่ 2 จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายอยู่ต่ำทำให้เกิดความมั่นคงและรู้สึกสบาย เด็กจึงเลือกที่จะนั่งท่า w-sitting ในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ (2)

รูปที่ 2 แสดงลักษณะฐานรองรับน้ำหนักตัวเด็กที่กว้างในท่านั่ง w-sitting

ถ้าเด็กนั่งท่า w-sitting เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลเสียอะไรต่อเด็กบ้าง?

  1. ทำให้มีแรงบิดที่ผิดปกติต่อข้อสะโพกและข้อเข่าของเด็ก ส่งผลต่อแนวกระดูกขาของเด็กและก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น ปวดสะโพก ปวดเข่า เป็นต้น (2)
  2. ส่งผลต่อการทรงตัวของเด็กในขณะยืนเนื่องจากข้อสะโพกหมุนเข้าด้านใน (hip internal rotation) ทำให้เข่า 2 ข้างชิดเข้าหากัน (knock knee) เท้าล้ม (foot pronation) นิ้วเท้าเบนเข้าด้านใน (toe in) (3) (4) ซึ่งทำให้เด็กยืนไม่มั่นคง ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 แสดงลักษณะท่าทางการยืนในเด็กที่นั่ง w-sitting เป็นเวลานาน

  1. เมื่อนั่งท่านี้เป็นระยะเวลานานหลายเดือน ส่งผลทำให้มีกล้ามเนื้อหุบสะโพก (hip adductor muscle) กล้ามเนื้อหมุนสะโพกเข้าด้านใน (hip internal rotator muscle) หดสั้น ส่งผลให้มีปลายเท้าบิดหมุนเข้าด้านใน (toe in) (3) (4) ในขณะเดิน และส่งผลให้สะโพกเคลื่อนหลุดออกจากเบ้าสะโพกได้
  2. ในท่านั่งนี้เด็กไม่สามารถหมุนลำตัว (trunk rotation) ได้ดี และไม่สามารถถ่ายน้ำหนักได้ และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับท่าทางและบุคลิกภาพ และเกิดการเรียงตัวของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติไปจากแนวเดิมได้ ดังรูปที่ 4 แสดงลักษณะกระดูกสันหลังโค้งมีรูปร่างเหมือนตัวซี ซึ่งกระดูกสันหลังตามปกติควรจะเป็นรูปตัวเอส

รูปที่ 4 แสดงลักษณะแนวกระดูกสันหลังที่โค้งงอไปจากแนวปกติ.ในท่านั่ง w-sitting

  1. ในงานวิจัยของ European Journal of Pediatrics, Chen KC, 2010 พบว่า การนั่งท่า w-sitting ในเด็กวัยก่อนเรียน (preschool) จะเพิ่มโอกาสทำให้เด็กมีเท้าแบน (Flat Foot) ดังรูปที่ 5 (ขวา) ทั้ง 2 ข้างอีกด้วย (5)

รูปที่ 5 แสดงลักษณะเท้าที่มีอุ้งเท้าด้านในโค้งปกติ(ซ้าย) และแสดงลักษณะเท้าที่อุ้งเท้าด้านในแบนราบติดพื้น(ขวา)

ที่มา : http://www.jupiterpodiatrist.com/wp-content/uploads/2010/05/Flatfoot.jpg

นักกายภาพบำบัดสามารถช่วยเหลือได้อย่างไร?

  1. สามารถยืดกล้ามเนื้อขาที่หดสั้นจากท่านั่ง w-sitting ให้กลับมามีความยาวของกล้ามเนื้อที่ปกติได้
  2. สามารถใช้เทคนิคทางกายภาพบำบัดในการกระชับข้อสะโพกที่ไม่มั่นคงจากการนั่งท่า w-sitting เป็นระยะเวลานาน ให้เกิดความมั่นคงได้
  3. สามารถลดปวดข้อสะโพก ในรายที่มีอาการปวดร่วมด้วยได้
  4. สามารถให้การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกและกล้ามเนื้ออื่นๆที่จำเป็นต่อการยืนและเดินได้
  5. สามารถส่งเสริมการทรงตัวในขณะยืนได้
  6. สามารถจัด ดัด ดึงปรับแนวข้อต่อที่ผิดรูปได้
  7. สอนและกระตุ้นให้เด็กนั่งท่าอื่น เช่น ท่านั่งขัดสมาธิ ท่านั่งเหยียดขาไปด้านหน้า เป็นต้น ดังรูปที่ 6 และ 7

รูปที่ 6 แสดงลักษณะท่านั่งขัดสมาธิ

รูปที่ 7 แสดงลักษณะท่านั่งเหยียดขาตรงไปด้านหน้า

หลังจากที่ทุกท่านได้รู้จักท่านั่ง w-sitting และผลเสียจากท่านั่งนี้กันแล้ว ก็อย่าลืมสังเกตบุตรหลานของท่านว่านั่งท่า w-sitting กันบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็อย่าลืมเตือนบุตรหลานของท่านให้เปลี่ยนท่านั่ง หรือถ้าท่านไม่แน่ใจว่าบุตรหลานของท่านเดินหุบขาเข้า เท้าปัดเข้าด้านในหรือไม่ หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามนักกายภาพบำบัดได้เลยครับ

 

เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ

References

  1. ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย, รวิวรรณ รุ่งไพรวัลย์, ชาคริยา ธีรเนตร, อดิศร์สุดา เฟื่องฟู, สุรีย์ลักษณ์ สุจริตพงษ์, พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์, บรรณาธิการ. ตำรา พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป. นนทบุรี: บ. บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด; 2554.
  2. Preschool Field Officer Service. W-sitting [internet]. [cited 2017 November 2]. Available from https://www.wyndham.vic.gov.au/sites/default/files/2017-06/PSFO%20-%20Tip%20Sheet%20-%20W%20Sitting.pdf
  3. James F. Mooney III. Lower Extremity Rotational and Angular Issues in Children. Pediatr Clin N Am. 2014; 61(6):1175-183
  4. Dennis S. Weiner. Pediatric Orthopaedics. 1st ed. New York: Churchill Livingstone Inc; 1993.
  5. Kun-Chung Chen, Chih-Jung Yeh, Li-Chen Tung, Jeng-Feng Yang, Shun-Fa Yang, Chun-Hou Wang. Relevant factors influencing flatfoot in preschool-aged children. Eur J Pediatr. 2011; 170(7):931-6

 

4 comments on “มารู้จักท่านั่ง W-Sitting กันเถอะ

  1. ตอนนี้ลูกชายอายุ 12 จะย่าง 13 ปีแล้ว เค้านั่งท่า W มาตั้งแต่เด็กๆ พึ่งมาอ่านเจอว่านั่งท่านี้ไม่ดีตอนเค้าอายุ 10 ขวบ ก็พึ่งเลิกนั่งไปตอน 10 ขวบ ตอนนี้ท่าเดินเค้าเหมือนเป็ด เข่าข้างนึงเหมือนบิดไม่ตรง จะแก้ไขได้อย่างไรคะ แก้ไขตอนนี้ยังทันมั้ย

    1. จากประสบการณ์นะครับ ก็ไปทำกายภาพ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอาจต้องใช้รองเท้าช่วย ปรึกษานักกายภาพได้ครับ ผมก็รู้ตัวตอนลูกอายุเกิน 7 ขวบไปแล้วกระดูกเริ่มแข็งแล้ว

  2. ท่าฝึก โยคะ ในผู้ใหญ่
    บางท่าท่าก็ให้นั่งแบบ w
    จะเป็นผลดี เสีย อย่างไรบ้างครับ

    1. กรณีโยคะ เป็นการยืดแบบชั่วคราวค่ะ แต่ในเด็กที่พบนั้นจะเป็นการนั่งจนติดเป็นนิสัย นั่งอระจำ นั่งนานๆ จึงเกิดผลเสียค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *