อาการหลงๆ ลืมๆ แบบไหนที่เรียกว่า “อัลไซเมอร์”

อาการหลง ๆ ลืม ๆ ชอบ เช่นลืมของบ่อยครั้ง หาไม่เจอว่าไปวางที่ไหน ถามคำถามซ้ำจำไม่ได้ว่าถามไปแล้ว อาการเหล่านี้มักพบในคนใกล้ตัวที่อยู่ในวัยสูงอายุ แล้วเรามักสงสัยว่าเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า ในบทความนี้จะมาทำความรู้จักกับโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer Disease) เป็นโรคหนึ่งในกลุ่มภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ที่พบได้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 50 ถึงร้อยละ 70 ของประชากรที่มีภาวะสมองเสื่อม (1) อายุเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรคมากที่สุด (1,2) ในช่วงอายุ 65 ปี อัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์พบว่ามีร้อยละ 2 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 50 เมื่ออยู่ช่วงอายุ 80 และ 90 ปี ตามลำดับ (3) นอกจากอายุแล้ว เพศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคพบว่าเพศหญิงเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าเพศชาย และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีประวัติการบาดเจ็บทางสมอง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง (1) ในรูปที่ 1 แสดงการฝ่อลีบของเนื้อสมองในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เปรียบเทียบกับสมองปกติ

รูปที่ 1 ภาพสมองของผู้สูงอายุปกติ (ซ้าย) และสมองผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ (ขวา)
ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/โรคอัลไซเมอร์

สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมนอกจากโรคอัลไซเมอร์ เช่น โรคทางหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เป็นต้น (2)

 

อาการขี้ลืมเล็กน้อยหรือเป็นโรคอัลไซเมอร์

อายุเพิ่มขึ้นอาจทำให้การจดจำอะไรใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานมากขึ้น บางคนอาจจำได้เฉพาะสิ่งที่คุ้นเคย บางคนอาจจะเคยเจอกับเหตุการณ์ลืมแบบนี้ เช่น หากุญแจรถหรือแว่นตาประจำโดยมองไปตำแหน่งที่เคยวางอยู่ไม่เจอแต่ไปเจออยู่อีกที่หนึ่ง หรือการลืมชื่อของเพื่อนคนที่คุณไม่ค่อยได้เอ่ยถึง สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงแค่อาการขี้ลืมเล็กน้อยมากกว่า แต่สำหรับอาการหลงลืมแบบโรคอัลไซเมอร์นั้นต้องเป็นการลืมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตหรือก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีอาการถามคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีก หลงทางในสถานที่คุ้นเคย ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ถูก สับสนจำไม่ได้ทั้งคน เวลาและสถานที่ ไม่ใส่ใจดูแลความสะอาดตนเอง ไม่อาบน้ำ และรู้สึกหวาดกลัวตลอดเวลา เป็นต้น (4)

 

10  สัญญาณเตือนภัยโรคอัลไซเมอร์ (5)

  1. สูญเสียความทรงจำ มีปัญหาความทรงจำที่ส่งผลต่อกิจวัตรประจำวัน
  2. มีความลำบากในการทำงานที่คุ้นเคย
  3. มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษา คำหรือเรียงประโยคผิด ๆ
  4. สับสนเรื่องวันเวลาและสถานที่ โดยเฉพาะสถานที่คุ้นเคย
  5. ไม่สามารถตัดสินใจได้ หรือการตัดสินใจแย่ลง
  6. มีปัญหาเรื่องการคิดเชิงนามธรรม เช่น การคำนวณตัวเลขง่าย ๆ จัดหมวดหมู่ของวัตถุต่าง ๆ เป็นต้น
  7. มีปัญหาเรื่องการวางของผิดที่ผิดทาง
  8. อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากเดิม มีอารมณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแบบไม่มีเหตุผล
  9. บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยที่เปลี่ยนแปลงไปจนเหมือนคนละคน
  10. สูญเสียความสามารถในการทำสิ่งใหม่ ๆ ทำสิ่งใหม่ด้วยความยากลำบากมากกว่าเดิม

 

อาการของโรคอัลไซเมอร์ แบ่งเป็น 4 ระยะ (1,2)
ระยะแรก

ระยะเวลาที่เป็น 1-3 ปี ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการใช้คำพูดเล็กน้อย มีความยากลำบากในการสื่อสาร บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม มีความสามารถในการแก้ปัญหาและการรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ลดลง มีอารมณ์แปรปรวน ขี้หลงขี้ลืม สูญเสียความทรงจำระยะสั้น และแยกตัวออกจากสังคม

 

ระยะที่สอง

ระยะเวลาที่เป็น 2-10 ปี มีการสูญเสียความทรงจำ พบความบกพร่องการรับรู้และการทำตามคำสั่ง มีปัญหาการใช้คำพูดการสื่อสาร ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ รวมทั้งไม่รู้ว่าสิ่งที่มองเห็นที่สัมผัสเป็นอะไร มีการตัดสินใจแย่ลง พฤติกรรมผิดปกติจากเดิม ดูเป็นคนเลื่อนลอยและมีอารมณ์ก้าวร้าว

 

ระยะที่สาม

ระยะเวลาที่เป็น 8-12 ปี ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการรับรู้ระดับรุนแรง กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง กลั้นปัสสาวะเองไม่ได้ ไม่สามารถจดจำคนในครอบครัวได้ และไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง

 

ระยะที่สี่

ระยะเวลาที่เป็นมากกว่า 12 ปี ระยะสุดท้ายนี้ผู้ป่วยไม่สามารถพูดหรือจดจำสิ่งต่างได้ทั้งหมด รวมถึงสูญเสียความเป็นตัวเอง

 

บทบาทของนักกายภาพบำบัดกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์

เนื่องจากอัลไซเมอร์เป็นโรคของภาวะสมองเสื่อมและสูญเสียความทรงจำ ดังนั้นนักกายภาพบำบัดควรให้ความรู้กับคนในครอบครัวเกี่ยวกับอาการแสดงของโรค รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับข้อปฏิบัติและข้อควรระวังที่เกี่ยวกับโรคนี้ นอกจากนั้นนักกายภาพบำบัดจะให้การรักษาตามปัญหาของผู้ป่วย ได้แก่ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การป้องกันข้อต่อยึดติดหรือเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ การฝึกกระตุ้นการทรงตัว และการสอนผู้ป่วยให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง รวมถึงสอนผู้ดูแลในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยขณะทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ (2,6)

 

การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ (4,7)

ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาในด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ข้อแนะนำสำหรับบุคลในครอบครัวสำหรับการดูแลผู้ป่วย อธิบายพอสังเขป ดังนี้

  1. ควรให้ความดูแลอย่างอบอุ่นและใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องความจำและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงแยกตัวออกจากสังคม ดังนั้นการให้กำลังใจผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำ
  2. ควรหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดที่อาจเกิดต่อผู้ป่วย และจัดอุปกรณ์ ข้าวของภายในบ้านให้อยู่ที่เดิมตามที่ผู้ป่วยคุ้นเคย
  3. ควรช่วยกระตุ้นความจำด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การเตือนและเรียงลำดับขั้นตอนการใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ หรือการจดรายการสิ่งที่จะต้องทำแต่ละวันให้กับผู้ป่วย
  4. ควรมีป้ายเตือนเกี่ยวกับอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นภายในบ้าน หรือเขียนคำแนะนำ วิธีใช้สิ่งของภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยในการใช้ชีวิตประจำวัน
  5. ควรพาผู้ป่วยไปพักผ่อนหรือไปออกกำลังกายบ้างให้คลายเครียด อีกทั้งการออกกำลังกาย เพื่อช่วยลดความกระสับกระส่ายและช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับตอนกลางคืนได้สนิท
  6. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักมีปัญหาด้านจิตใจ บกพร่องทางอารมณ์ เช่น โมโหร้าย ซึมเศร้า เป็นต้น คนในครอบครัวควรพูดกับผู้ป่วย ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ถ้าหากผู้ป่วยทำผิดก็ควรให้กำลังใจหรือหากทำถูกต้องก็ควรให้การชมเชย

 

เรียบเรียงโดย กภ. ภัสสราพรรณ นามนรเศรษฐ์

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Forsyth E, Ritzline PD. An overview of the etiology, diagnosis, and treatment of Alzheimer disease. Phys Ther. 1998;78:1325-1331.
  2. Jaswinder Kaur, Deepti Garnawat, M.S. Bhatia, Mansi Sachdev. Rehabilitation in Alzheimer’s disease. Psychol Dev Soc J. 2013;16:166-170.
  3. แบรกดอนม อัลเลน ดี. สมองฟิตต้องฟิตสมอง. วรวรรณ เหมชะญาติม อรชา สุรานันท์, ผู้แปล. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า; 2546.
  4. พิสมัย อานัญจานิชย์, ผู้แปล. ทำความเข้าใจกับอาการหลงลืม. สิรินทร ฉันศิริกาญจ, อรพิชญา ไกรฤทธิ์, บรรณาธิการ. [ม.ป.ท.]; [ม.ป.ป.].
  5. Galvin JE., Sadowsky CH. Practical guidelines for the recognition and diagnosis of Dementia. Am Board Fam Med. 2012;25:367-382.
  6. Burke-doe A. Alzheimer’s disease. In: Jobst EE, editors. Physical therapy case files neurological rehabilitation. New York: McGraw-Hill; 2004. p. 5-14.
  7. อัญชลี ชุ่มบัวทอง. โรคอัลไซเมอร์ มหันตภัยเงียบในวัยชรา [ทบทวนวรรณกรรม]. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2008;17:1019-1030.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *