รองเท้าส้นสูง ใส่สวย ระวังสุขภาพ

รูปภาพ 1 แสดงลักษณะรองเท้าส้นสูง

ผู้หญิงกับรองเท้าส้นสูงเป็นของคู่กัน…หลายท่านคงเคยได้ยินคำนี้ ส้นสูงใส่แล้วสวยแต่ก็มีผลกระทบต่อร่างกายเช่นกัน บทความนี้จึงเรียบเรียงเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใส่รองเท้าส้นสูง รวมถึงวิธีการดูแลตัวเองกันนะคะ

ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 มนุษย์มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงแสดงพฤติกรรมทางสังคมมากขึ้นซึ่งเห็นได้จากการแต่งกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเลือกใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อความสวยงาม เพิ่มความมั่นใจและเพื่อเสริมบุคลิกภาพในการเข้าสังคม ปัจจุบันผู้หญิงประมาณร้อยละ 37  ถึง 69 นิยมใส่รองเท้าส้นสูง และจากผลการสำรวจทางระบาดวิทยาพบว่าการใส่รองเท้าส้นสูงนำมาซึ่งปัญหาเท้าถึงร้อยละ 60 ซึ่งได้แก่ อาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อน่องและเท้า นิ้วเท้าผิดรูปและอาจทำให้เกิดข้อเท้าแพลงได้ เนื่องจากเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงจะทำให้เหมือนเดินบนพื้นที่เล็กและไม่มั่นคง ทำให้โครงสร้างของกล้ามเนื้อ ทำงานเพิ่มมากขึ้นนำไปสู่ความเมื่อยล้า(1,2)

ในจังหวะต่างๆของการเดินในคนปกติจะมีการใช้กล้ามเนื้อที่แตกต่างกันไป โดยช่วงก้าวขาในขณะที่ปลายเท้ายกจากพื้นและช่วงที่ส้นเท้าสัมผัสพื้น มีการทำงานของกล้ามเนื้อหมุนฝ่าเท้าเข้าด้านใน (กล้ามเนื้อtibialis anterior and extensor hallucis longus) ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อหมุนเท้าออกด้านนอก (กล้ามเนื้อ peroneus longus) จะทำหน้าที่เพิ่มความมั่นคงของข้อเท้าในช่วงเท้าเหยียบพื้นเต็มเท้าและช่วงกำลังถีบปลายเท้าออก(3)

รูปภาพ 2 แสดงกล้ามเนื้อในขาท่อนล่าง ที่มา :https://medlineplus.gov/ency/imagepages/17238.htm

รูปภาพ3 แสดงการทำงานของกล้ามเนื้อขาในช่วงการเดินที่แตกต่างกัน ที่มา : ปรับแก้มาจากhttp://www.backfixer1.com/plantar-fasciitis-not-a-foot-problem-but-a-spring-problem/

เมื่อใส่รองเท้าส้นสูงจะยิ่งเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อหมุนฝ่าเท้าเข้าด้านใน(กล้ามเนื้อ tibialis anterior) และกล้ามเนื้อน่องด้านใน (กล้ามเนื้อ medial head of gastrocnemius) มากกว่าการใส่รองเท้าส้นเตี้ย นอกจากนี้หากใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานมีโอกาสเพิ่มแนวโน้มของอาการล้าของกล้ามเนื้อหมุนเท้าออกด้านนอก (กล้ามเนื้อ peroneus longus) และกล้ามเนื้อน่องด้านนอก (กล้ามเนื้อ lateral head of gastrocnemius) เนื่องจากความไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อน่องด้านในและด้านนอก (กล้ามเนื้อ medial andlateral head of gastrocnemius) ในการทำงานให้เกิดความสมดุลของจุดศูนย์กลางแรง(center of pressure) ใต้ส้นเท้าและข้อต่อในเท้า (2,3)

จากการศึกษาในผู้หญิงไทยที่ใส่รองเท้าส้นสูงจะส่งผลให้มีการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าเข่าด้านนอก (กล้ามเนื้อ vastus lateralis) เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้กระดูกสะบ้ามีการเคลื่อนตัวออกทางด้านนอกเพิ่มขึ้นและมุมของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (กล้ามเนื้อ quadriceps muscles) ที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลทำให้แนวของข้อเข่าเบี่ยงเบนไปจากปกติเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในข้อเข่าอย่างช้า ๆ และอาจทำให้เกิดภาวะเสื่อมของข้อเข่าตามมาได้โดยเฉพาะหากใส่รองเท้าส้นสูงจากพื้น 3 นิ้วขึ้นไป (4)

 

เมื่อคุณจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง…ควรทำอย่างไร(2)

  1. ควรเลือกใส่รองเท้าส้นเตี้ย ซึ่งมีความมั่นคงมากกว่ารองเท้าส้นสูง แต่เมื่อจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ควรใส่นานเกิน2–3 ชั่วโมงควรมีช่วงพักบ้าง
  2. การใส่แผ่นรองฝ่าเท้า จะช่วยทำให้เท้าสบายขึ้นและลดการเคลื่อนไหวของเท้าที่จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้ โดยแผ่นรองฝ่าเท้า (total contact insert) จะช่วยลดการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อขา ลดแรงกดที่ส่วนหน้าของเท้า เพิ่มความมั่นคงของข้อเท้า ข้อต่อในเท้าได้ ทั้งในรองเท้าส้นแบนรองเท้าคัทชูและรองเท้าส้นสูง

    รูปภาพ 4 ตัวอย่าง แผ่นรองฝ่าเท้า

    ที่มา https://www.aliexpress.com/cheap/cheap-silicon-feet.html

    http://www.ebay.co.uk/itm/Gel-Pad-Arch-Metatarsal-Support-Massage-Insoles-for-High-Heels-Sandal-/122489477282

  3. ควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา พื้นรองเท้ามีความยืดหยุ่นพอสมควร และกว้างพอที่จะรองรับเท้าทั้งหมด วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าควรนิ่ม เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างเท้าและรองเท้า
  4. หากคุณใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำทุกวัน ควรบริหารร่างกายเป็นประจำทั้งก่อนและหลังการใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น

 

ท่าการบริหารร่างกายก่อนและหลังใส่รองเท้าส้นสูง

1.ยืดกล้ามเนื้อด้านหน้าต้นขา ยืนพับขาด้านที่ต้องการยืดไปด้านหลัง พยายามให้เข่าชี้ลงพื้นมากที่สุดเท่าที่รู้สึกตึงค้างไว้ 10-15 วินาที 5-10 ครั้ง/รอบ ทำ 2-3 รอบ/วัน

ข้อแนะนำ : ในผู้ที่ไม่สามารถยืนขาเดียวได้อย่างมั่นคงควรมีเก้าอี้เพื่อจับประคองด้านหน้า

2.ยืดกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา โดยนั่งเหยียดขาที่ต้องการยืด และพับขาอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก้มแตะที่ข้อเท้าหรือปลายเท้าเท่าที่ด้านหลังต้นขารู้สึกตึงโดยไม่งอเข่าค้างไว้ 10-15 วินาที 5-10 ครั้ง/รอบ ทำ 2-3 รอบ/วัน

 

3.ยืดกล้ามเนื้อน่อง โดยเหยียดขาข้างที่ต้องการยืดไปด้านหลัง มือ 2 ข้างยันกำแพง งอเข่าด้านหน้าจนรู้สึกตึงน่องค้างไว้ 10-15 วินาที 5-10 ครั้ง/รอบ ทำ 2-3 รอบ/วัน

4.เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในฝ่าเท้า โดยวางผ้าไว้บนพื้นแล้วออกแรงขยุ้มผ้าเข้ามาค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง 2 รอบ/วัน

รองเท้าส้นสูง ใส่แล้วสวย แต่หากใส่ไม่ระวัง อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อผู้สวมใส่ได้ ดังนั้นจึงควรหันมาใส่ใจสุขภาพเท้ากันด้วยนะคะ

เรียบเรียงโดย กภ.พัชริดา กุลครอง

เอกสารอ้างอิง

  1. Gerber SB, Costa RV, Grecco LA, Pasini H, Marconi NF, Oliveira CS. Interference of high-heeled shoes in static balance among young women. Hum Mov Sci. 2012 Oct ;31(5):1247-52.
  2. Hong WH, Lee YH, Lin YH, Tang SF, Chen HC. Effect of shoe heel height and total-contact insert on muscle loading and foot stability while walking. Foot Ankle Int. 2013 Jan 10;34(2):273-81.
  3. Gefen A, Ravid MM, Itzchak Y, Arcan M. Analysis of muscular fatigue and foot stability during high-heeled gait. Gait Posture. 2002 Feb;15(1):56-63.
  4. รุ่งนภา เศรษฐโกมล. การเปรียบเทียบมุมควอดไดรเซ็ปส์ที่ระดับความสูงของส้นเท้าที่แตกต่างกันในเพศหญิงปกติ. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด. 2554;23(1):77-87.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *