Tennis elbow syndrome

หลายท่านอาจเคยประสบกับอาการเจ็บปวดบริเวณข้อศอกด้านนอกขณะเคลื่อนไหวข้อมือโดยเฉพาะการกระดกข้อมือขึ้น และอาจจะเจ็บมากขึ้นเมื่อออกแรงกำมือร่วมกับการกระดกข้อมือ 5 หากท่านผู้อ่านมีอาการเหล่านี้ วันนี้ผมขออาสาพาทุกท่านมารู้จักกับอาการที่มีชื่อว่า “tennis elbow syndrome”ทั้งลักษณะของอาการ สาเหตุการและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการ การตรวจร่างกายเบื้องต้นด้วยตัวเอง วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มเกิดอาการ และวิธีการรักษา  แต่ก่อนที่จะไปพบกับหัวข้อดังที่กล่าวมานั้น ผมอยากให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับโครงสร้างของข้อศอกเบื้องต้นกันก่อนนะครับ

โครงสร้างของข้อศอก

ข้อศอกนั้นประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้น ได้แก่กระดูกต้นแขนท่อนบน 1 ชิ้น (humerus) และกระดูกปลายแขนท่อนล่าง 2 ชิ้น (ulnar และ radius) มาประกอบกัน ดังรูปที่ 1 ส่วนปลายของกระดูกต้นแขนท่อนบนนั้น มีปุ่มกระดูก (epicondyle) ยื่นออกมาทั้ง 2 ข้าง ปุ่มที่อยู่ด้านนอกเรียกว่า lateral epicondyle และ ปุ่มด้านใน (ชิดลำตัว) เรียกว่า medial epicondyle

1

รูปที่ 1 ภาพแสดงโครงสร้างของข้อศอกข้างขวา A) เมื่อมองจากด้านหน้า หรือข้อพับแขน B) เมื่อมองจากด้านหลัง หรือศอก(ภาพจาก www.joint-pain-expert.netelbow-anatomy.html)

บริเวณปุ่มกระดูกเหล่านี้เป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และเอ็นยึดกระดูกต่างๆ4 กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่บริเวณนี้ทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวข้อมือ กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่บริเวณ lateral epicondyle นั้นทำหน้าที่ในการกระดกข้อมือและเหยียดนิ้วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็นกล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า extensor carpi radialis brevis ที่ทำหน้าที่ในการกระดกข้อมือ และมักทำงานร่วมกับการกำมือ ดังรูปที่ 2

2

รูปที่ 2 กล้ามเนื้อ extensor carpi radialis brevis (ภาพจากhttp://orthoinfo.org/topic.cfm?topic=A00068)

สาเหตุของการเกิดอาการ

การใช้งานของกล้ามเนื้อ extensor carpi radialis brevis ซ้ำ ๆ หรือต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น การเขียนหนังสือ การหิ้วของหนัก หรือ การตีลูกเทนนิส เป็นต้น ทำให้เกิดการฉีกขาดที่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อทีละเล็กทีละน้อย และเกิดการอักเสบเกิดขึ้น3 โดยในระยะแรกที่เกิดการอักเสบเกิดขึ้นนั้น ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บบริเวณข้อศอกด้านนอกเพียงเล็กน้อย เมื่อผู้ป่วยยังคงทำกิจกรรมแบบเดิมต่อไป จนเกิดการฉีกขาดของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อมากขึ้น และเกิดการอักเสบเรื้อรัง ท้ายที่สุดจะทำให้เกิดเนื้อเยื่อพังผืดที่บริเวณนี้ขึ้นและเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงเกิดขึ้น5

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการ

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้มีความเสี่ยงในการเกิด tennis elbow syndrome ได้แก่ การทำงาน ที่มีการออกแรงบิดหรือหมุนข้อมือร่วมกับการเคลื่อนไหวของข้อศอกซ้ำ ๆ7 เช่น การกระดกข้อมือเพื่อพิมพ์คีย์บอร์ดต่อเนื่องเป็นเวลานาน, ช่างก่อสร้าง, ช่างซ่อมรถยนต์  หรือ อาชีพที่ต้องใช้มือหิ้วของหนัก ๆ เป็นต้น6,4 นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงอายุ 35–55 ปี จะเป็นช่วงอายุที่เกิด tennis elbow syndrome มากที่สุด8

ลักษณะของอาการ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีการปวดแบบค่อยเป็นค่อยไปซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยในตอนแรกอาจจะมีอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอกเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการเฉพาะเวลาทำงานที่ต้องใช้แรงมาก ๆ อาการปวดจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่ออาการมากขึ้นอาจมีอาการปวดแม้ทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวข้อมือ เช่น การหิ้วถุงใส่ของ, การจับมือทักทาย และ การบิดมือเปิดฝาขวดน้ำ เป็นต้น5 นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการปวดจากบริเวณข้อศอกด้านนอกร้าวลงไปที่ด้านหลังมือและร้าวไปที่นิ้วกลางหรือนิ้วก้อย5 และอาจมีแรงในการกำมือลดลงอีกด้วย2

การตรวจร่างกายเบื้องต้นด้วยตัวเอง

โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่มีอาการ tennis elbow syndrome มักจะคลำพบจุดกดเจ็บที่บริเวณปุ่มกระดูกต้นแขนท่อนบนด้านนอก (lateral epicondyle) ได้ด้วยตัวเองและจะรู้สึกปวดมากขึ้นเมื่อต้องออกแรงที่ข้อมือ เช่น กำมือหรือหิ้วของ1 สำหรับในวันนี้ผมมีวิธีในการตรวจประเมินตัวเองอย่างง่ายๆ มาฝากท่านผู้อ่านกันนะครับ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. กำมือข้างที่สงสัยว่ามีอาการของ tennis elbow syndrome

3

    1. หลังจากนั้นยกแขนขึ้นไปทางด้านหน้า โดยเหยียดข้อศอกให้ตรงและกระดกข้อมือขึ้นและเกร็งค้างไว้

4

  1. ใช้มืออีกข้างออกแรงผลักบริเวณหลังมือของแขนข้างที่ทดสอบ ขณะที่ออกแรงต้านนั้น หากข้างที่ทดสอบมีอาการปวดเกิดขึ้นบริเวณต้นแขนท่อนบนด้านนอก ถือว่าท่านผู้อ่านมีแนวโน้มที่จะมีอาการของ tennis elbow syndrome3

5

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงวิธีการตรวจประเมินด้วยตัวเองเบื้องต้น หากท่านผู้อ่านมีอาการอ่อนแรงของแขนและมือร่วมกับมีอาการชา หรือมีอาการปวดบวมและเคลื่อนไหวข้อศอกลำบากในตอนเช้าหลังตื่นนอน3  ผมแนะนำให้ไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด

วิธีการรักษา

อาการ tennis elbow syndrome นั้น มีวิธีการรักษาที่หลากหลายและมักเริ่มจากวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การพักการใช้งาน การรับประทานยาแก้อักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอยด์ (NSAID) การทำกายภาพบำบัด การฝังเข็ม การรักษาโดยเครื่อง shockwave และ การใส่ที่ประคองต้นแขน เป็นต้น1,8 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80-95 % ประสบความสำเร็จโดยวิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยอีกประมาณร้อยละ 4-11 % ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาโดยวิธีการที่กล่าวมา สำหรับการผ่าตัดนั้นเป็นวิธีการรักษาอย่างสุดท้าย สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาโดยการไม่ผ่าตัดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน8

วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น

หากท่านผู้อ่านเริ่มจะมีอาการปวดหรือเจ็บข้อศอกในขณะที่มีการใช้งานหรือออกแรงของข้อมือ5 วันนี้ผมมีวิธีง่าย ๆ ในการดูแลตัวเองเบื้องต้นมาฝากกันนะครับ อย่างแรกท่านผู้อ่านต้องเริ่มด้วยการพักการใช้งานของแขนข้างที่มีอาการและหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือท่าทางที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการเกิดขึ้น นอกจากนี้จะต้องประคบน้ำแข็งในบริเวณที่ปวด โดยการประคบน้ำแข็งจะช่วยลดอาการอักเสบและอาการบวมได้เป็นอย่างดี4 โดยวางประคบครั้งละ 20 นาที โดยทำซ้ำทุกๆ 2 ชม. ในระยะ 2 วันแรก 9 หากอาการไม่ดีขึ้น ผมแนะนำให้ท่านผู้อ่านไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อการตรวจประเมินและรักษาอย่างจริงจัง

 

เรียบเรียงโดย กภ.ณัฐวัฒน์ รุ่งศิริศิลป์

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Bisset LM, Vicenzino B. Physiotherapy Management of Lateral Epicondylalgia. J Physiothe. 2015 10;61(4):174-81.
  2. Chourasia AO, Buhr KA, Rabago DP, Kijowski R, Lee KS, Ryan MP, et al. Relationships between Biomechanics, Tendon Pathology, and Function in Individuals with Lateral Epicondylosis. J Orthop Sports Phys Ther. 2013;43(6):368-78.
  3. Cohen M, Filho GM. Lateral Epicondylitis of the Elbow. Rev Bras Ortop. 2012;47(4):414-20.
  4. Colby LA, Kisner C. Therapeutic Exercise Foundation and Techniques. 5th Philadelphia: Margaret biblis; 2007.
  5. Cyriax J. Textbook of Orthopaedic Medicine. Vol. 1. 8th London: Bailliere Tindall; 1982.
  6. Walker-Bone K, Palmer KT, Reading IC, Coggon D, Cooper C. Occupation and Epicondylitis: A Population-Based Study. 2012;51(2):305-10.
  7. Herquelot E, Guéguen A, Roquelaure Y, Bodin J, Sérazin C, Ha C, et al. Work-related Risk Factors for Incidence of Lateral Epicondylitis in a Large Working Population. Scand J Work Environ Health. 2013;39(6):578-88.
  8. Luk JKH, Tsang RCC, Leung HB. Lateral Epicondylalgia: Midlife Crisis of a Tendon. Hong Kong Med J. 2014;20:145–51
  9. ประวิตร เจนวรรธนะกุล. กายภาพบำบัดทางการกีฬา. กรุงเทพมหานคร: วี.พริ้นท์; 2551.

One thought on “Tennis elbow syndrome

  1. เรียนท่านอาจารย์ ที่เคารพ
    อาการตรงกับที่บอกข้างต้นค่ะ ปวดมาประมาณ 3 เดือนกว่าแล้วค่ะ พบแพทย์แล้ว อาการไม่ดีขึ้นเลย
    การทำกายภาพบำบัดมีวิธีอย่างไรคะ

    กราบขอบพระคุณค่ะ

    ด้วยความนับถือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *