อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

          ไม้ค้ำยัน (Crutches) เป็นอุปกรณ์ช่วยเดินที่จะเปลี่ยนการถ่ายน้ำหนักจากที่ขาไปที่ส่วนบนของร่างกาย เป็นอุปกรณ์สำคัญในผู้ที่ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้เต็มที่ หรือไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ อาจจะใช้ในช่วงระยะสั้นๆ ระหว่างบาดเจ็บ เช่น กระดูกขาหัก ข้อเท้าแพลง เป็นต้น หรืออาจใช้ตลอดชีวิตเช่น ผู้พิการสูญเสียขา เป็นต้น

ประเภทของไม้ค้ำยันที่นิยมใช้ ได้แก่

          ไม้ค้ำยันรักแร้ (Axillary crutches) เป็นไม้ค้ำยันมาตรฐานทั่วไปที่นิยมเลือกใช้ จะมีส่วนรองรับน้ำหนักบริเวณรักแร้ ผู้ใช้อาจไม่ต้องใช้กำลังแขนมากเมื่อเทียบกับการใช้ไม้ค้ำยันท่อนแขนแต่ด้วยความยาวของไม้ค้ำยันที่ยาวกว่าทำให้การเคลื่อนไหวยากกว่าและความคล่องตัวที่น้อยกว่า ในการเลือกใช้ไม้ค้ำยันรักแร้จะต้องมีการวัดขนาดที่ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา เช่น การกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือดแดงบริเวณรักแร้ หรืออาจเกิดการล้มในขณะเดินเนื่องจากความยาวที่ไม่ได้สัดส่วนกับผู้ใช้เป็นต้น(1) (รูปที่ 1.1)

ไม้ค้ำยันรักแร้
รูปที่ 1.1 ไม้ค้ำยันรักแร้

          ไม้ค้ำยันท่อนแขน (Forearm crutches) เป็นไม้ค้ำยันที่มีขนาดสั้นกว่าไม้ค้ำยันรักแร้ จะมีส่วนรองรับเป็นปลอกพลาสติกแข็งโดยรอบที่ท่อนแขนส่วนล่างเพื่อช่วยพยุงและเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ใช้ ซึ่งการลงน้ำหนักจะย้ายไปอยู่ที่มือแทนการลงน้ำหนักที่รักแร้ อุปกรณ์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน อีกทั้งยังเหมาะสำหรับในช่วงเวลาการทำกายภาพบำบัด แต่ถึงแม้จะช่วยให้เดินได้สะดวกขึ้นแต่ก็ต้องใช้กำลังแขนที่ค่อนข้างมาก อีกทั้งความมั่นคงในการเดินยังน้อยกว่าการเดินด้วยไม้ค้ำยันรักแร้ (1) (รูปที่ 1.2)

ไม้ค้ำยันท่อนแขน
รูปที่ 1.2 ไม้ค้ำยันท่อนแขน

การปรับขนาดความยาวไม้ค้ำยันให้เหมาะกับผู้ใช้งาน

ไม้ค้ำยันรักแร้ (Axillary crutches)

ความยาวของอุปกรณ์ที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นและช่วยลดการออกแรงขณะเดินอีกด้วย ซึ่งวิธีการวัดความยาวมีหลากหลาย โดยวิธีที่เป็นที่นิยมมีขั้นตอนดังนี้ (2) (รูปที่ 1.3)

  1. ให้ผู้ใช้ ยืนตรงในท่าที่ผ่อนคลาย แขนแนบข้างลำตัว
  2. ให้ผู้ใช้จับไม้ค้ำยันที่ต้องการวัด โดยที่ปลายไม้ที่สัมผัสพื้นนั้นอยู่ห่างจากเท้าเยื้องไปทางด้านหน้าและด้านข้างเป็นระยะ 4-6 นิ้ว โดยประมาณ (10.2-15.2 เซนติเมตร)
  3. ในส่วนที่รองรับรักแร้จะอยู่ห่างจากรักแร้ประมาณ 1.5-2 นิ้ว (3.8-5 เซนติเมตร) หรือประมาณ 2-3 นิ้วมือสอดพอดีระหว่างรักแร้และไม้ค้ำยัน โดยที่ไม่แน่นจนเกินไป
  4. ตำแหน่งมือจับไม้ค้ำยันจะอยู่ระดับที่ทำให้ข้อศอกงอได้ประมาณ 25-30 องศา
แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันรักแร้ที่เหมาะสม
รูปที่ 1.3 แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันรักแร้ที่เหมาะสม
แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันท่อนแขนที่เหมาะสม
รูปที่ 1.4 แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันท่อนแขนที่เหมาะสม

 

ไม้ค้ำยันท่อนแขน (Forearm crutches) มีขั้นตอนในการปรับดังนี้ (3, 4) (รูปที่ 1.4)

  1. ให้ผู้ใช้ ยืนตรงในท่าที่ผ่อนคลาย แขนแนบข้างลำตัว
  2. ให้ผู้ใช้จับไม้ค้ำยันที่ต้องการวัด โดยที่ปลายไม้ที่สัมผัสพื้นนั้นอยู่ห่างจากเท้าเยื้องไปทางด้านหน้าและด้านข้างเป็นระยะโดยประมาณ 4-6 นิ้ว (10.2-15.2 เซนติเมตร)
  3. ความสูงของตำแหน่งมือจับควรอยู่ประมาณส้นมือเมื่อเหยียดแขนสุด
  4. ระดับของปลอกรัดท่อนแขน (forearm cuff) ควรอยู่ใต้ต่อข้อศอกประมาณ 1-1.5 นิ้ว (2.5-4 เซนติเมตร)
  5. ถ้าความสูงได้ระดับที่พอดี เมื่อทำการถือที่จับ ข้อศอกจะงอประมาณ 15-30 องศา

รูปแบบการเดินด้วยการใช้ไม้ค้ำยัน

1. การเดินด้วยไม้ค้ำยันแบบลงน้ำหนักบนเท้าข้างที่เจ็บได้บางส่วน (รูปที่ 1.5)

1.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติร่วมกับ 2 มือลงน้ำหนักบริเวณมือจับไม้ค้ำยัน ในขณะที่ไม้ค้ำยันอยู่เยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย

1.2 ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ มือทั้งสองข้างจับไม้ค้ำยันวางไปทางด้านหน้าประมาณ 1 ก้าวเดิน

1.3 ก้าวเท้าข้างที่เจ็บไปทางด้านหน้าระดับเดียวกับที่ปลายไม้ค้ำยันวางอยู่ วางเท้าข้างที่เจ็บ ลงน้ำหนักที่เท้าข้างที่เจ็บเท่าที่ทนได้หรือตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

1.4 ออกแรงกดไม้ค้ำยันถ่ายน้ำหนักไปที่มือกด ขณะเดียวกัน ก้าวเท้าข้างปกติตาม แล้วทำซ้ำตามขั้นตอนทั้งหมด

แสดงการเดินแบบลงน้ำหนักได้บางส่วน
รูปที่ 1.5 แสดงการเดินแบบลงน้ำหนักได้บางส่วน

2. การเดินด้วยไม้ค้ำยันแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบนเท้าข้างที่เจ็บ (รูปที่ 1.6)

2.1 เตรียมพร้อมโดยยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติร่วมกับ มือทั้งสองข้างกดลงน้ำหนักบริเวณมือจับไม้ค้ำยัน ในขณะที่ไม้ค้ำยันอยู่เยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย
2.2 ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ มือทั้งสองข้างจับไม้ค้ำยันวางไปทางด้านหน้าประมาณ 1 ก้าวเดินในขณะที่ยกขาข้างที่เจ็บลอยพ้นพื้น
2.3 ออกแรงกดไม้ค้ำยันร่วมกับยกขาข้างที่ปกติไปวางทางด้านหน้า โดยให้เลยระดับที่ปลายไม้ค้ำยันวางอยู่ ในขณะที่ยกขาข้างที่เจ็บลอยพ้นพื้น
2.4 ยืนทรงตัวบนขาข้างที่ปกติให้มั่นคง จึงยกไม้ค้ำยันให้วางเยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย แล้วทำซ้ำตามขั้นตอนทั้งหมดฃ

แสดงการเดินแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนัก
รูปที่ 1.6 แสดงการเดินแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนัก

 

การขึ้น – ลงบันได อาศัยหลักการ “ดีขึ้น – เลวลง” (3)

3. รูปแบบการเดินขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยันพึงระลึกว่าเอาเท้าดี (เท้าข้างปกติ) ก้าวขึ้นก่อน (รูปที่ 1.7)

3.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ รวบไม้ค้ำยันไว้ที่มือข้างที่ไกลจากราวบันได มือใกล้ราวบันไดจับราวบันไดเพื่อการทรงตัว

3.2 ยืนตรงออกแรงกดที่ไม้ค้ำยันถ่ายน้ำหนักจากเท้าไปที่มือ ขณะเดียวกันก้าวเท้าข้างปกติขึ้นบันได มืออีกข้างจับราวบันไดให้มั่นคง

3.3 ยืดตัวขึ้นตรงโดยใช้กำลังกล้ามเนื้อเข่าข้างปกติ พร้อมกับยกไม้ค้ำยันและยกเท้าข้างที่เจ็บขึ้นวางบนบันไดขั้นเดียวกับเท้าข้างปกติ อาจใช้มือที่จับราวช่วยดึงตัวเองขึ้นด้วย ก้าวขึ้นขั้นถัดไปตามขั้นตอนข้างต้น

แสดงลำดับการขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยัน
รูปที่ 1.7 แสดงลำดับการขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

4. รูปแบบการเดินลงบันไดด้วยไม้คำยันพึงระลึกว่า (เอาข้างที่เจ็บ) ก้าวลงก่อน (รูปที่ 1.8)

4.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ รวบไม้ค้ำยันไว้ที่มือข้างที่ไกลจากราวบันได มือใกล้ราวบันไดจับราวบันไดเพื่อการทรงตัว

4.2 ยืนตรงถ่ายน้ำหนักตัวลงที่เท้าข้างที่ปกติ ขณะเดียวกันยกไม้ค้ำยันวางที่บันไดขั้นล่าง ออกแรงกดไม้ค้ำยันร่วมกับก้าวเท้าข้างที่เจ็บพร้อมกับการย่อเข่าข้างปกติลงช้าๆ เพื่อป้องกันการกระแทก

4.3 ยกเท้าข้างปกติลงมาเสมอกันกับเท้าข้างที่เจ็บ ก้าวลงขั้นถัดไปตามขั้นตอนข้างต้น

แสดงลำดับการลงบันไดด้วยไม้ค้ำยัน
รูปที่ 1.8 แสดงลำดับการลงบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

          รูปแบบการใช้งานไม้ค้ำยันร่วมกับการเดินทางราบ หรือเดินขึ้น-ลงบันได ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นนั้น เป็นเพียงลักษณะการเดินขั้นพื้นฐาน เมื่อผู้ใช้งานคุ้นเคยหรือชินกับการใช้ไม้ค้ำยันแล้ว ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินเพื่อความคล่องแคล่วว่องไวหรือเพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงความปลอดภัยและการเอาใจใส่ดูแลขาข้างที่บาดเจ็บ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมเป็นสำคัญ

References

1. Bauer DM, Finch DC, McGough KP, Benson CJ, Finstuen K, Allison SC. A comparative analysis of several crutch-length–estimation techniques. Phys Ther. 1991;71(4):294-300.

2. Bateni H, Maki BE. Assistive devices for balance and mobility: Benefits, demands, and adverse consequences. Arch Phys Med Rehabil. 2005;86(1):134-45.

3. Frank M. Pierson SLF. Ambulation aids, patterns and activities. Principal&technique of patient care. 4th ed. MO: Saunders Elsevier; 2008. p. 215-272.

4. Stevens JA, Thomas K, Teh L, Greenspan AI. Unintentional fall injuries associated with walkers and canes in older adults treated in US Emergency Departments. J Am Geriatr Soc. 2009;57(8):1464-9.

 

เรียบเรียงโดย กภ.อรรถพร  มงคลภัทรสุข

3 comments on “อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

  1. ขออนุญาตออกความเห็นส่วนตัวเรื่องไม้เท้าค้ำยันท่อนแขน ตามข้อมูลข้างต้นที่บอกว่า มีความมั่นคงในการเดินยังน้อยกว่าการเดินด้วยไม้ค้ำยันรักแร้ เคยใช้ทั้งสองแบบมาแล้ว ไม้ค้ำยันรักแร้นั้น เจ็บมากคะ และต้องลงน้ำหนักที่แขนเหมือนกันและลงที่รักแร้ด้วย เดินไม่สะดวกด้วย เวลาเดินก็ต้องเอนไปข้างหน้าดูทุลักทุเลนิดนึงคะ แต่ไม้ค้ำยันแบบท่อนแขนนั้น ลงน้ำหนักที่แขน แต่การเดินนั้นดีมาก เวลาเดินสามารถเดินตัวตรงได้ ทำให้ดูไม่น่าเกลียด คล่องตัวมาก และปลอดภัยกว่า เนื่องจากใช้มา 12 ปีแล้วคะ..ขอบพระคุณคะ

  2. ขอเรียนถามนะคะถ้าคนที่ต้นขาหักทั้ง2ข้างและมีปัญหาแขนซ้ายเป็นเส้นประสาทแขนขาดเวลาหัดเดินต้องใช้อุปกรณ์แบบไหนในการช่วยเดิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *