หรือว่า… ฉันจะเป็นรูมาตอยด์

หรือว่าฉันจะเป็นรูมาตอยด์
เรียบเรียงโดย กภ.สกาวรัตน์   เตชทวีทรัพย์

            pic1

“ช่วงนี้ฉันรู้สึกอ่อนเพลียจัง…..”
“ฉันมักจะปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า และนิ้วเท้าด้วย…..”
“ในตอนเช้า ฉันมักจะรู้สึกฝืดๆ ขัดๆ ที่ข้อหลังตื่นนอน เป็นอยู่นานทีเดียวกว่ามันจะหาย……”
“ข้อนิ้วมือของฉัน ทำไมมันดูบวมๆ แดงๆ แล้วฉันก็ปวดมากด้วย……”
“…..ฉันจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ……”

          จากอาการที่กล่าวมาข้างต้น บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังมีความผิดปกติแน่นอนค่ะ ข้อต่อของคุณกำลังมีปัญหา แต่โรคที่มีความผิดปกติของข้อต่อมีหลายโรคนะคะ และอาการที่กล่าวมาข้างต้น เป็นอาการขั้นแรกของโรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ หรือศัพท์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า Rheumatoid arthritis

โรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคข้อต่ออักเสบที่พบมากเป็นอันดับสองรองจากโรคเก๊าท์ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจะกระตุ้นให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อในร่างกายเอง จึงเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดพลาด แต่ก็เชื่อว่าเป็นผลจากหลายปัจจัย เช่น สารพันธุกรรม ฮอร์โมน การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย และ สภาพแวดล้อม

ตามสถิติการเกิดโรค พบว่า ในประชากร 1,000 คน จะพบคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ 3 คน โดยจะพบเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือช่วง 30-50 ปี

 

pic2

ที่มาของภาพ: www.kontroldc.com/wp-content/uploads/2014/09/Rumatoi1.gif

 

อาการแสดงของโรค ได้แก่

1. อาการปวดข้อ เป็นอาการสำคัญที่จะนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ จะพบว่าข้อต่อจะมีการอักเสบ คือ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ซึ่งจะพบมากที่ ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า

pic3

ที่มาของภาพ: http://umm.edu/health/medical/reports/articles/~/media/ADAM/Images/en/17128.ashx

 

ในระยะที่อาการปวดข้อเริ่มลดลง ข้อต่อจะถูกทำลายมากขึ้น จนทำให้ข้อต่อผิดรูปกล้ามเนื้อรอบๆข้อจะลีบและอ่อนแรงลงจนในที่สุดผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการทำงานหรือการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ

pic4

ที่มาของภาพ: http://healthmeplease.com/wp-content/uploads/2013/05/Rheumatoid-Arthritis-1024×702.jpg

pic5

ที่มาของภาพ: http://thumbs.dreamstime.com/z/rheumatoid-arthritis-hand-22366005.jpg

2. อาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ จากการอักเสบของข้อต่อหลายข้อ
3. ผู้ป่วยจะรู้สึกฝืดข้อที่ข้อ ขยับไม่คล่องในช่วงเช้า
4. พบปุ่มรูมาตอยด์ เป็นปุ่มที่พบตามตำแหน่งที่มีการกดทับ มีขนาดตั้งแต่ 0.5 เซนติเมตร ถึง 4 เซนติเมตรปุ่มมีลักษณะแข็งหรือนุ่มก็ได้

pic6

ที่มาของภาพ: http://img.webmd.com/dtmcms/live/webmd/consumer_assets/site_images/media/medical/hw/h9991510_002.jpg

 

เนื่องจากโรคข้อต่อรูมาตอยด์เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ดังนั้นจึงไม่เพียงแต่เนื้อเยื่อรอบข้อต่ออย่างเดียวที่จะมีปัญหา ส่วนอื่นๆในร่างกายก็พบปัญหาเช่นกัน ได้แก่

  1. ระบบไหลเวียนเลือด: ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการซีด
  2. ต่อมน้ำเหลือง: ในรายที่ข้อต่ออักเสบมาก ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ต้นต่อข้อจะโตขึ้น
  3. ตา: ผู้ป่วยมักมีอาการตาแห้ง กระจกตาอักเสบ   เยื่อหุ้มตาขาวอักเสบ   หรือตาขาวอักเสบ
  4. ระบบทางเดินหายใจ: เกิดความผิดปกติคือ  เยื่อหุ้มปอดอักเสบ  ปอดอักเสบ  หรือพบก้อนเนื้อในปอด
  5. ระบบหัวใจ: อาจพบเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (ในผู้ป่วยที่เป็นมานาน)   กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ   หรือความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
  6. ระบบประสาท: เส้นประสาทถูกกดทับ จากการบวมและการอักเสบ   ไขสันหลังถูกกดทับผลจากการเคลื่อนตัวของกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะกระดูกต้นคอ
  7. ระบบทางเดินอาหาร: อาการปากแห้ง มักเกิดร่วมกับอาการตาแห้ง ซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงของยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ที่ใช้ในการรักษา
  8. ระบบไต: ไตอักเสบ จากผลของยาที่ใช้รักษา

โดยส่วนใหญ่อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะไม่หายขาด อาการจะเกิดเป็นๆหายๆ ข้อต่อจะค่อยๆถูกทำลายไปเรื่อยๆ จนเกิดการผิดรูป จนในที่สุดผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการทำงาน ลักษณะความผิดรูป ความพิการของข้อต่อต่างๆ มีดังนี้

  • ข้อนิ้วมือและข้อมือ จะเกิดการผิดรูปได้ 3 แบบ ได้แก่

1. แบบรูปร่างคล้ายตัวหนังสือ Z (Z deformity) คือข้อมืองอออกด้านข้างขณะที่ข้อนิ้วมือทั้งหมดงอเข้าด้านใน และมักพบข้อนิ้วมือส่วนต้นมีการเลื่อนหลุด

11

 ที่มาของภาพ: http://rheumaknowledgy.com/wp-content/uploads/2014/07/RA.Deformity.jpg

 

          2. แบบ Swan neck deformityข้อนิ้วมือส่วนต้นเหยียดออกไปด้านหลังของมือ ทำให้ข้อนิ้วมือส่วนปลายงอเข้าหาฝ่ามือ

pic8

ที่มาของภาพ:  http://med-info.nl/images/images_trauma/Trauma_Zwanenhals1.jpg

 

3. แบบ Boutonniere deformity คือข้อนิ้วมือส่วนต้นงอเข้าหาฝ่ามือ ทำให้ข้อนิ้วมือส่วนปลายเหยียดออกไปด้านหลัง

pic9

ที่มาของภาพ: http://www.3pointproducts.com/Portals/30688/images/Boutonnierrelabel.jpg

 

  • สำหรับข้อมือ นอกจากจะทำให้ขยับข้อไม่ได้และผิดรูปร่างแล้ว พังผืดรอบๆข้ออาจกดทับเส้นประสาทส่วนปลายได้ ทำให้มีอาการปวดชาหรือเสียวที่มือ และกล้ามเนื้อมือฝ่อลีบ
  • ถ้าเป็นที่ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ก็ทำให้ผิดรูปและอาจพิการจนเดินไม่ได้ แต่ไม่ได้มีลักษณะที่เฉพาะเหมือนกับที่มือ

    22

 

  • ถ้าเป็นที่ข้อศอก ข้อศอกจะหดงอ ยืดไม่ออก

pic11

ที่มาของภาพ : http://images.rheumatology.org/image_dir/album75692/md_99-05-0037.tif

 

  • ถ้าเป็นที่ข้อเข่า จะทำให้เข่าหดงอ อาจเดินไม่ได้ และมีถุงน้ำเกิดด้านข้อพับของเข่าได้

pic12

ที่มาของภาพ : www.preferredpaincenter.com/wp-content/uploads/2013/01/Arthritis-cartoon-picture.jpg

  • ถ้าเป็นที่ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอ อาจทำให้ข้อมีการเลื่อนหลุด และกระดูกที่เลื่อนหลุดอาจไปกดเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้มีอาการปวดชาหรือเสียวแขน มีแขนอ่อนแรงได้ หรือที่อันตรายคือไปกดทับไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาตได้

pic13

ที่มาของภาพ: http://www.stephencataldo.com/Vaso/cervical_arthritis_dyn.jpg

pic14

ที่มาของภาพ : http://www.stephenessesmd.com/images/RA_cervical2.jpg

ในด้านการรักษาโรค ถ้าได้รับการวินิจฉัยโรคได้เร็วและถูกต้อง ก็จะมีผลดีต่อการรักษา โดยผู้ป่วยจะได้รับความรู้ความเข้าใจของความเป็นไปของตัวโรค อาการแทรกซ้อน การวางแผนการรักษา ในการรักษาระยะแรกที่มีการอักเสบของข้อต่อ ผู้ป่วยควรหยุดใช้งานข้อ พักผ่อนให้เพียงพอ บริหารข้อและกล้ามเนื้อตามความเหมาะสมกับภาวะโรคเพื่อป้องกันข้อติดแข็งและกล้ามเนื้อลีบ ร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หลังการอักเสบลดลง ควรให้ความสำคัญกับการทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ความสามารถในการทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันกลับมาเป็นปกติ

ยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ได้แก่

    1. ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์   เป็นกลุ่มยาที่ลดความเจ็บปวด และการอักเสบ ใช้ได้ผลดีในระยะแรกที่มีการอักเสบของข้อต่อหรือระยะที่โรคกำเริบ   ในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มนี้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ อาการปวดท้องจากการระคายกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารเป็นแผล   อาการบวม   ความดันเลือดสูง   ผื่นคัน รวมถึงไตทำงานบกพร่อง   ถ้ายากลุ่มนี้ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ แพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยากลุ่มยาต้านรูมาติสซั่มที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายอย่างถาวร

 

  • ยาต้านรูมาติสซั่มที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค   ยาในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติช่วยชะลอการลุกลามของโรค  ป้องกันไม่ให้ข้อต่อถูกทำลาย  ป้องกันความพิการและข้อผิดรูป จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติการเลือกใช้ยาในกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ด้วยยากลุ่มนี้ไม่มีผลในการลดอาการปวดข้อและการอักเสบโดยตรง แต่สั่งระบบภูมิคุ้มกันหลั่งสารที่ใช้ให้การกระตุ้นขบวนการอักเสบลดลง
  • ยาต้านการทำงานของสารเคมีและสัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันต้านทานโรค   ยากลุ่มนี้ช่วยควบคุมไม่ให้เกิดอาการจากการอักเสบได้และอาจช่วยลดการดำเนินของโรคได้ แต่มีผลข้างเคียงคือ อาจมีโอกาสติดเชื้อที่รุนแรงเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้
  • กลุ่มยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย   ยากลุ่มนี้มีประสิทธิภาพดีเหมือนกับยาต้านรูมาติสซั่มที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค   แต่มีผลข้างเคียงที่มากกว่า

 

นอกจากการรักษาด้วยยาตามที่แพทย์สั่งแล้ว การทำกายภาพบำบัดเป็นอีกวิธีการรักษาหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายผู้ป่วยและส่งเสริมให้ข้อต่อสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ  เป้าหมายในการรักษาทางกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวด  ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้เต็มช่วงการเคลื่อนไหว  ฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ  ฟื้นฟูการทำงานของร่างกายและการเดิน  ป้องกันข้อต่อผิดรูป   โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้

1. ใช้ความร้อนหรือความเย็น  ช่วยในการลดปวด  การเลือกใช้ความร้อนหรือความเย็นขึ้นอยู่กับภาวะการอักเสบ ถ้ามีการอักเสบมากใช้ความเย็นเพื่อช่วยลดปวดและลดการอักเสบ

2. ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะมัด โดยเทคนิคในการออกกำลังกายมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับภาวะของโรค เช่น

  • การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometric exercise) เป็นการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในช่วงองศาที่ออกกำลัง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อ
  • การออกกำลังกายแบบไอโซโทนิก (Isotonic exercise)  เป็นการออกกำลังที่มีแรงต้านตลอดการเคลื่อนไหวของข้อ โดยใช้แรงโน้มถ่วงต้านหรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น ดัมเบล (Dumbbell) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการปวดข้อแล้ว และต้องการเพิ่มความสามารถในการทำงาน และการใช้กล้ามเนื้อ
  • การออกกำลังกายเพื่อการผ่อนคลาย (Relaxation exercise) เป็นการออกกำลังกายเพื่อความผ่อนคลาย เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวด  หลักการคือให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความแตกต่างของกล้ามเนื้อที่หดตัวและผ่อนคลาย ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่กล้ามเนื้อผ่อนคลายที่สุด จากนั้นให้เริ่มเกร็งกล้ามเนื้อแต่ละส่วนทั้งแขน ขา ใบหน้า และลำตัวเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการเกร็งกล้ามเนื้อและการผ่อนคลาย

3. การฝึกอื่นๆ

  • การฝึกเพื่อปรับการทรงท่า (Posture) อันเนื่องจากการที่ข้อต่อผิดรูปหรือถูกทำลายไป
  • การฝึกการเคลื่อนย้ายตัว
  • การฝึกเดิน
  • การใช้กายอุปกรณ์เสริม (Orthosis) เพื่อเสริมการทำหน้าที่ของอวัยวะที่มีปัญหาในการทำงาน

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Banwell F.Barbara , Gall Viictoria. Physical therapy management of arthritis. Churchill Livingstone Inc; 1988. P.195-198.
  2. วรวิทย์ เลาห์เรณู. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์. เชียงใหม่:ธนบรรณการพิมพ์; 2544. หน้า 13-30, 265-280.
  3. สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์, สุรวุฒิ ปรีชานนท์. คู่มือโรคข้อ. กรุงเทพฯ:เรือนแก้วการพิมพ์; 2541. หน้า 154-163.
  4. รศ. วิมล ศรีศุข.กินอะไร เลี่ยงอะไร ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid). คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [เข้าถึงเมื่อ 5 มี.ค. 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/4อาหารสำหรับ-โรคข้ออักเสบ-รูมาตอยด์-rheumatoid/.
  5. พญ. สลิล ศิริอุดมภาส. โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis). หาหมอ.com [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 5 มี.ค. 2558]. เข้าถึงได้จาก: www.haamor.com/th/โรคข้อรูมาตอยด์.
  6. จิราภรณ์ เกียนแก้ง. การออกกำลังกายเพื่อการบำบัดรักษา (Therapeutic exercise). blogspot.com [อินเทอร์เน็ต]. 2013 [เข้าถึงเมื่อ 5 มี.ค. 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://poohpinkpuff.blogspot.co/2013/08/therapeutic-exercise.html.

9 comments on “หรือว่า… ฉันจะเป็นรูมาตอยด์

  1. เป็นที่มือค่ะ นิ้วโป้งกางออก นิ้วชี้ไม่มีแรง แต่เคยไปรักษา เค้าบอกว่าผ่าตัดก็ไม่หาย ต้องทำกายภาพบำบัดประคองอาการอย่างเดียว อยากทราบว่ามีทางรักษามั้ยค่ะ

  2. มีอาการปวดที่ข้อนิ้วมือส่วนของนิ้วก้อยขนาดกำมือไม่ได้โดยเฉพาะช่วงกลางคืนตื่นมาจะรู้สึกได้ชัดมากบางครั้งจะชาที่ปลายนิ้วและในบางช่วงจะลามมาที่ข้อมือร้าวมาที่ข้อศอกและกล้ามแขนจะมีอาการแบบนี้ติดต่อกันมานานประมา3เดือนน่าจะได้แต่ไม่มีอาการบวมแดงที่ข้อมีเคยทานยาคลายเส้นรู้สึกผ่อนเบาได้บ้างนิดหน่อยแต่ไม่หายขาดกังวนใจมากไม่ทราบว่าจะเกิดจากอะไรปัจจุบันที่ปลายนิ้วเท้าเริ่มมีอาการ เหมือนกันแต่จะเป็นซีกเดียวกันกับมือตือข้างขวาขข้างซ้ายไม่มีอาการอยากทราบว่าอาการแบบนี้เกิดจากอะไรและจะมีวิธีรักษาอย่างไรช่วยไขข้อสงสัยให้ด้วยนะคะ
    ขอบคุณมากคะ🙏

  3. จู่ ๆ หลังเท้าขวา ตรงเส้นเอ็นบวมปูดโน อย่่างฉับพลันครับ เจ็บมากครับ แต่เป็นข้างเดียว เป็นอยู่ประมาณ4-6 ชั่วโมง ผมจะเป็นรหือเปล่าครับ

  4. มีอาการปวดข้อนิ้วโป้ง มือเริ่มไม่มีแรง
    ปวดส้นเท้า ข้อเข่าและต้นคอ ปากแห้งหน้าแห้งลอกคัน ตัวร้อนรุมๆเหมือนจะเปนไข้ ต้องมีคนช่วยในการพยุงตัว หายใจติดๆหายใจได้สั่นลงโดยเฉพาะตื่นนอนใหม่ๆจะปวดมาก เปนอาการของโรคอะไรค่ะร่างกายแย่มาก

  5. สวัสดีคะ มีอาการปวดตามข้อนิ้วมือนิ้วเท้าคะ เป็นแบบนี้มาเกือบ 1 เดือนแล้ว อาการชัดเจนคือมีอาการปวดหนักมาในเวลานอนหลับตอนกลางคืน แทบจะกำมือไม่ได้ รู้สึกบวมตามข้อแต่ไม่แดง ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุจะเป็นโรคเก๋าหรือรุมมตอยมั้ยคะ🙏🏻

  6. มีอาการบวมแดงปูดขึ้นมาตามข้อนิ้วมือ​ ข้อมือ​ ข้อเท้า​ เป็นๆหายๆสลับที่กันค่ะ​จะปวดมากเลยค่ะปวดตลอดเวลาที่มีอาการบวมค่ะ​ อยากทราบว่านี่คืออาการของโรคอะไรคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *