เพราะอาการมือไม้สั่น… มันไม่ธรรมดา

หลายคนเคยมีอาการมือไม้สั่นขณะตื่นเต้นซึ่งทุกคนมักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่อาการมือสั่นบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังมีความผิดปกติทางระบบประสาท อาการมือสั่นสามารถจำแนกออกเป็นหลายรูปแบบ ทั้งแบบปกติ และไม่ปกติ ดังนั้นเราจึงควรทราบว่าลักษณะใดที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ เพื่อให้เราคอยหมั่นตรวจสอบตนเองและคนรอบข้าง

ลักษณะของอาการมือสั่นมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบจะบ่งบอกตำแหน่งความผิดปกติทางระบบประสาทที่แตกต่างกันออกไป สำหรับบทความนี้จะขอหยิบยกลักษณะอาการมือสั่นที่พบได้บ่อย ซึ่งมีอยู่ 4 ลักษณะ ดังนี้

ลักษณะที่ 1 อาการมือสั่นขณะที่ร่างกายอยู่เฉยๆ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขยับ ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวนี้ได้หรือที่เรียกว่า Resting tremor เป็นหนึ่งในลักษณะอาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วน substantia nigra ที่ทำหน้าที่หลั่งสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine)

ลักษณะที่ 2 อาการสั่นที่เกิดขึ้นเมื่อตั้งใจจะเคลื่อนไหวหรือมีเป้าหมายในการเคลื่อนไหว เช่น การเอื้อมมือหยิบสิ่งของ ในทางการแพทย์เรียกว่า Intention tremor อาการนี้มักพบความผิดปกติของสมองส่วน Cerebellum (สมองน้อย) หรือส่วนก้านสมอง (Brain stem) ซึ่งอาจเกิดในกรณีที่สมองส่วนนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง หรือมีเนื้องอก หรืออาจพบได้ในผู้ป่วยที่ทานยากันชักเกินขนาด หรือคนที่ติดสุราเรื้อรัง

ลักษณะที่ 3 อาการสั่นที่เกิดขึ้นเมื่อแขนหรือขาอยู่ในท่าที่ต้านแรงโน้มถ่วงโลก หรือ Postural tremor เป็นอาการที่มีสาเหตุจากภาวะเครียด,ตื่นเต้น, ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ, ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือ ภาวะถอนพิษสุรา (Alcohol withdrawal) นอกจากนี้อาจเป็นลักษณะของโรคสั่นไม่ทราบสาเหตุ (Essential tremor)

ลักษณะที่ 4 อาการสั่นจากสภาวะจิตใจ หรือ Psychogenic tremor เป็นอาการสั่นที่เกิดขึ้นทันทีทันใด อาการสามารถดีขึ้นได้เอง เป็นการสั่นที่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เมื่อไม่ได้รับสิ่งกระตุ้นอาการสั่นจะดีขึ้น ลักษณะนี้เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นว่าอาการมือสั่นมีหลากหลายรูปแบบซึ่งมีสาเหตุมาจากพยาธิสภาพที่แตกต่างกัน การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้รับแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้น การหมั่นสังเกตอาการดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านเองและเพื่อคนที่ท่านรัก

หลังจากที่ทราบลักษณะอาการมือสั่นรูปแบบต่างๆ แล้ว ลำดับถัดไปจะขอนำเสนอรอยโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการในแต่ละลักษณะ เริ่มจากอาการแรก นั่นคือ

อาการมือสั่นจากโรคพาร์กินสัน หรือ Resting tremor เป็นอาการสั่นขณะร่างกายอยู่เฉยๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะอาการที่จะพบได้ในผู้ปวยโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสันมักพบมากในผู้ที่มีอายุ 55-60 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในคนอายุน้อยเช่นกัน เรียกว่า Young-onset Parkinson’s disease (YOPD) โรคนี้พบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี มีอาการเหมือนผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน แต่มีการดำเนินโรคที่ต่างกัน ผู้ป่วยจะมีปัญหาความผิดปกติทางการรับรู้ และมีปัญหาการเดินน้อยกว่าผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีอายุมาก แต่ผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการรักษาทางยาไม่ดี ดังนั้นทำให้การดำเนินโรคค่อนข้างเร็วกว่าผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีอายุมาก

เมื่อพูดถึงโรคพาร์กินสันแล้ว หลายคนจะนึกถึงอาการมือสั่นเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้วการเสื่อมของ Substantia nigra ทำให้การผลิตสารสื่อประสาท dopamine ลดลง ซึ่งเป็นสารที่เชื่อมโยงไปยังสมองส่วน Corpus striatum ทำให้การควบคุมการทำงานและการประสานงานของกล้ามเนื้อลดลง

นอกจากอาการสั่นขณะอยู่เฉยๆ แล้ว ผู้ป่วยยังแสดงอาการอื่นร่วมด้วย เช่น การเคลื่อนไหวช้า (Bradykinesia), อาการแข็งเกร็ง (Ragidity) และอาการทรงตัวไม่มั่นคง (Postural instability) ในการวินิจฉัยของแพทย์ ผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันต้องมีลักษณะอาการอย่างน้อย 3 ใน 4 ของอาการที่กล่าวมา อาการเหล่านี้ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยเป็นไปได้ยาก เช่น ลุกขึ้นยืนยาก, หยิบจับสิ่งของได้ลำบาก หรือ เดินไม่มั่นคง ซึ่งลักษณะการเดินจะเป็นแบบเดินซอยเท้าถี่ๆ (Shuffle), โน้มตัวไปด้านหน้า (Festination) หรือก้าวขาไม่ออกเหมือนเท้าติดอยู่กับพื้น (Freezing gait)

สำหรับการรักษา ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ทำให้อาการหายขาดได้ เนื่องจากส่วนของสมองที่เสื่อมไปแล้วไม่สามารถฟื้นตัวหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงเพิ่มสารสื่อประสาท dopamine ในสมองให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ยาที่ใช้ในปัจจุบันคือ ยากลุ่ม LEVODOPA และ DOPAMINE AGONIST นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การทำกายภาพบำบัดจะเป็นอีกแนวทางการรักษาหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยชะลอการดำเนินโรคให้เกิดช้าลงด้วย แนวทาวการรักษาทางกายภาพบำบัดเน้นการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ, ส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนไหวของแขนและขา, การเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ, การฝึกการทรงตัวขณะยืนและเดิน เป็นต้น

สำหรับการรักษา ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ทำให้อาการหายขาดได้ เนื่องจากส่วนของสมองที่เสื่อมไปแล้วไม่สามารถฟื้นตัวหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงเพิ่มสารสื่อประสาท dopamine ในสมองให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ยาที่ใช้ในปัจจุบันคือ ยากลุ่ม LEVODOPA และ DOPAMINE AGONIST นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การทำกายภาพบำบัดจะเป็นอีกแนวทางการรักษาหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยชะลอการดำเนินโรคให้เกิดช้าลงด้วย แนวทาวการรักษาทางกายภาพบำบัดเน้นการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ, ส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนไหวของแขนและขา, การเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ, การฝึกการทรงตัวขณะยืนและเดิน เป็นต้น

การรักษาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เริ่มแรกต้องรักษาตามพยาธิสภาพที่ทำให้เกิดความผิดปกติของสมองน้อย (Cerebellum) เมื่ออาการคงที่แล้ว การฟื้นฟูร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในลำดับถัดมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักกายภาพบำบัดที่จะทำการฟื้นฟูร่างกายให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่สูญเสียการควบคุมให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งร่วมกับการฝึกการทรงตัว

ลักษณะการสั่นลำดับถัดไปคือ Postural tremor อาการสั่นที่เกิดเมื่อแขนหรือขาอยู่ในท่าที่ต้านแรงโน้มถ่วง เป็นลักษณะที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ หรืออยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือโรคสั่นไม่ทราบสาเหตุ (Essential tremor) โดยทั่วไป อาการมักใกล้เคียงกับอาการสั่นจากโรคพาร์กินสัน แต่สามารถแยกออกจากกันได้ดังนี้

ในด้านการรักษา หากมีอาการสั่นไม่มากจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต อาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษา เพียงแต่พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้น การฝึกสมาธิทำให้เกิดความผ่อนคลายช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ถ้ามีอาการสั่นมากอาจต้องใช้ยาเพื่อความคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้อาการสั่นอาจทำให้เสียบุคลิกภาพและทำให้ขาดความมั่นใจในการทำกิจกรรม

ลักษณะสุดท้ายอาการมือสั่นจากสภาวะทางจิต เป็นลักษณะอาการสั่นที่มีลักษณะแตกต่างจากการสั่นประเภทอื่น ดังนี้

  1. เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด อยู่ๆ ก็สั่นขึ้นเอง
  2. มีลักษณะอาการสั่นหลายรูปแบบ อาจจะสั่นขณะอยู่เฉยๆ หรือขณะอยู่ในท่าที่ต้านแรงโน้มถ่วง หรือขณะตั้งใจทำการเคลื่อนไหว
  3. อาการสั่นลดลงเมื่อมีสิ่งรบกวน หรือสูญเสียสมาธิ
  4. การสั่นมีหลากหลายความถี่
  5. มีอาการอื่นร่วมด้วย นอกจากอาการสั่น

ในด้านการรักษา ไม่มียาที่สามารถรักษาอาการให้หายขาดได้ ทางกายภาพบำบัดสามารถช่วยในด้านการให้คำแนะนำ การป้องกันอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ภาวะข้อติดแข็งจากการเคลื่อนไหวร่างกายไม่สุดการเคลื่อนไหว อาการปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Joseph JJ. Parkinson’s disease and movement disorders. 4th ed. Lippincott William & Wilcins; 2002. P.270-86.
  2. Kurlan R, Rabin ML. Pseudoparkinsonism: A review of a common nonparkinsonian hypokinetic movement disorder. Advances in Parkinson’ s Disease 2013;2108-12.
  3. รศ.นพ. สมศักดิ์ เทียมเก่า. อาการเซ: ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ. หาหมอ.com [อินเทอร์เน็ต]. 2012 [เข้าถึงเมื่อ 20 พ.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: www.haamor.com/th/อาการเซ
  4. รศ.นพ. สมศักดิ์ เทียมเก่า. โรคสั่นไม่ทราบสาเหตุ. หาหมอ.com [อินเทอร์เน็ต]. 2012 [เข้าถึงเมื่อ 20 พ.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: www.haamor.com/th/โรคสั่นไม่ทราบสาเหตุ
  5. พญ.สลิล ศิริอุดมภาส. โรคพาร์กินสัน. หาหมอ.com [อินเทอร์เน็ต]. 2012 [เข้าถึงเมื่อ 20 พ.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: www.haamor.com/th/พาร์กินสัน
  6. ผศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ. Parkinsonism. หมอชาวบ้าน [อินเทอร์เน็ต]. 2550 [เข้าถึงเมื่อ 20 พ.ย. 2557]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.doctor.or.th/clinic/detail/7299

เรียบเรียงโดย กภ. สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์

13 comments on “เพราะอาการมือไม้สั่น… มันไม่ธรรมดา

    1. สวัสดีครับ
      ผมขอเรียนถามครับผมเคยเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับเส้นเลือดในสองตีบไม่มากแต่ก็เข้ารักษาอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพสองอาทิคย์กลับมาอยู่บ้านมีอาการเดินเซต้องทำกายภาพบำบัดออกกำลังกายจนสามารถเดินได้ปกติขับรถได้ขี่มอเดอร์ไซด์ได้แต่ยังมีความรู้สึกไม่ร้อยเปอณ์เซนต์นักแขนขาข้างซ้ายมีอาการชาตลอดใบหน้าซีกขวายังมีอาการชาอย่างต่อเนื่องเคยปรึกษาแพทย์ บอกว่ากล้ามเนื้อตรงท้ายทอยเสื่อมไม่สามารถจะฟื้นขึ้นมาได้เพราะอายุมากขึ้นปัจจุบันอายุหกสิบห้าครับ ผมใช้สมองทำงานใช้ความคิดมากเพราะเป็นงานระดับหัวหน้า ตอนนี้เป็นโรคนอนไม่หลับปรึกษาหมอไห้ยานอนหลับมาทานเลยต้องทานตลอดไม่ทานจะนอนไม่หลับตอนนี้ทานติดต่อกันมาสี่เดือน มีอาการมือสั่นเป็นบางครั้ง ผมเป็นความดัน ประมาน ร้อยสามสิบ สี่สิบขึ้นลง คำถามของผมคือ ผมควรจะทำตัวอย่างไรกับปัณหาปัจจุบันคือ
      เเขนขาชาด้านซ้ายชา
      ใบหน้าชาซีกขวาชา
      กินยานอนหลับถ้าไม่กินไม่หลับ
      ปัจุบันกินยาลดความดันโลหิตกับยาแอสไพริน
      ขอกราบขอบพระคุณครับถ้าจะตอบเป็นอีเมลล หรือลงในเวปไซด์นี้

  1. ในขณะที่กำลังทำงานยุหรือบางทีไม่ได้ทำอะไรเลยยุๆมือก้อสั่น มือสั่นเปนบ่อยมากจนติดต่อกัน แต่เคยไปหาหมอหมอิเคยบอกอาการนี้เหมือนกับว่าเรากินยาเกินขนาด สมองผิดปกติ

  2. อยู่เฉยๆ กำลังจะทำงานมือก็สั่นคะ สั่นมานานแล้ว ตอนนี้ กินยา จิตเวชอยู่ หมอบอกว่า แพนิค สารเคมีในสมองมีปัญหา อะไรซักอย่าง แต่ตอนเด็กๆ ก่อนอนุบาลเคยโดนหินทุบหัวแตก มานะคะ หลงๆ ลืมๆ ตอนนี้อายุ 28 ปี แต่อาการสั่น มือสั่นเป็นมานานแล้ว เพื่อนๆรู้ หลังมา คนอื่นก็เริ่มสังเกตุ ว่าสั่นมาก เหมือนเกร็ง เหมือนอาย หรืออะไรซักอย่าง แต่เวลา นั่งทำงานตอนนี้ยังสั่นเลยคะ ทำไงหายน้อ

  3. ผมเป็นมาประมาร5-6ปีแล้วตอนนี้มีอายุ19ถ้าเรายกแขนหลือขาขึ้นมันก็จะสั้นทันทีเลยโดยที่เราไม่สามาดควบคุม

  4. สอบถามอาการค่ะ เวลาเรายกของจะรู้สึกมือสั่นเหมือนไม่มีแรง ยกแก้วน้ำหลายๆใบ แก้วก็จะสั่นตามไปด้วยอาการแบบนี้เป็นอันตรายหรือเปล่าค่ะ

  5. ขอสอบถามอาการมือสั่นข้างขวาค่ะ ไม่มั่นใจว่าไทรอยด์หวนกลับมา (หลังจากดีขึ้นได้หยุดทานยามาแล้วตั้งแต่ต้นปีค่ะ)

    หรือว่าเป็นเพราะหิวข้าว เพราะทุกครั้งที่เกิดอาการจะรีบหาน้ำผลไม้ดื่มทันที และเมื่อทานอาหาร เสร็จก็จะหายสั่นค่ะ (ส่วนใหญ่มื้อกลางวัน)

    เลยอยากทราบว่าคนอื่นๆ เวลาหิวจะมือสั่นหรือไม่คะ

    ขอขอบคุณมากค่ะ

  6. สามีมีอาการสั่นเวลาทานอาหารหรือเกิดอาการเคลียดเป็นมาได้25ปีแล้วค่ะเกิดจากทางพันธุกรรมด้วยใช่ไหมค่ะเพราะพ่อของสามีก็มีอาการสั่นเป็นพากินสันด้วย สามีตอนนี้อายุ73ปีค่ะลูกชายของสามีอายุ48ปีก็มีอาการสั่นด้วยเช่นกันค่ะ มีช่วงปีที่แล้วลืมคำพูดเหมือนกรณีน้องสาวมาหาที่บ้านแกก็จำชื่อน้องสาวไม่ได้ทั้งที่สนิทกันมากกะที่บ้านใช้เวลาประมาณชั่วโมงก็จะหายไปเองทำไห้เราคิดว่าเหมือนมีบางอย่างไม่ค่อยจะดีแล้วก็เลยเขาไปค้นหาในเน็ตว่าสาเหตุมาจากอะไร ผ่านมาหลายเดือนก็ดีขึ้นค่ะแต่มาช่วงสี่ห้าเดือนที่แล้วสามีนอนพักผ่อนประมาณสี่โมงเย็นตื่นมาประมาณห้าโมงเย็นจะพูดกับเราแต่ไม่สามารถพูดได้เหมือนบล๊อกความจำหรือคำพูดไปชั่วขณะเลยค่ะเลยรีบส่งโรงพยาบาลกรุงเทพใกล้บ้านอยู่ที่อุดรค่ะคุณหมอไห้เขาMRI. เป็นเกี่ยวกับที่ก้านสมองเป็นสโต๊คใช่ไหมค่ะทำการรักษาที่โรงพยาบาลพักอยู่ประมาณห้าวันค่ะ คุณหมอที่รักษาเป็นคุณหมอศิริชัย เอกสันติวงศ์คุณหมอท่านก็ไห้คำแนะนำดีค่ะช่วงนี้ก็กินแอสไพรินทกวันหลังอาหารเย็น 300มิลลิกรัม ช่วงเดือนมกราคมก็มีผ่าตัดเอ็นร้อยหวาย,จากMRI เรื่องสมองก็มีอาการปวดหัวมากเลยค่ะคุณหมอเห็นก้อนเนื้อที่จมูกเกิดจากไชนัสอักเสบคุณหมอไห้หยุดแอสไพรินไปสองอาทิตย์เพื่อจะตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อเป็นเนื้อร้ายหรือไม่นัดฟังผลไม่เป็นเนื้อร้ายต้องผ่าตัดออกเพราะปล่อยไว้นานสามารถเป็นเนื้อร้ายได้. (บนความโชคร้ายแต่ก็ยังมีความโชคดีบ้าง) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหมอไห้กินแอสไพรินเพื่อรักษาเกี่ยวกับสมองไปก่อนนี้สำคัญกว่า เมื่อดีขึ้นค่อยหยุดแอสไพรินเพื่อทำการผ่าตัดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหมอบอกเราก็ต้องเสี่ยงเพราะเป็นช่วงหยุดแอสไพรินถ้าไม่หยุดการผ่าตัดก็ไม่ได้เดี้ยวเลือดจะพุ่งอันตรายเพราะสูงอายุแล้ว ช่วงนี้ขาเรื่องผ่าตัดก็เริ่มดีขึ้นแล้วออกกำลังกายว่ายน้ำเดินบริเวณหน้าบ้านช่วงเช้า โดยรวมก็ถือว่าดีขึ้นมากค่ะแต่ก็มีห่วงเวลาทานข้าวจะสำลักไห้ค่อยๆเคี้ยวอย่ารีบเพราะอาหารติดคอได้ด้วยอายุด้วยจะห่วงมากค่ะไห้ทานปลาดอลรี่,แชลมอน,ไม่ไห้ทานเนื้อค่ะห่วงเรื่องการย่อยแต่บางวันก็เป็นหมูสับแต่อาหารจะเน้นพวกชุปหน่อยเพราะจะไม่ฝืดคอผ่าตัดเอ็นร้อยกับพันโทนายแพทย์วรินทร์ ยอดจันที, คุณหมอดีมากๆเลยค่ะถามข่าวคราวติดตามเป็นห่วงคนไข้ดีมากๆค่ะคุณหมอเป็นคุณหมอทหารที่โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ที่อุดรค่ะ ผ่าไชนัสกับคุณหมอลัดดาวรรณ โรงพยาบางกรุงเทพสามีไม่มีประกันเลยค่ะเพราะด้วยอายุเยอะไม่มีประกันสุขภาพต้องใช้จ่ายเองตลอดแต่ก็บอกสามีตลอดนะค่ะว่าคุณทำงานมาตลอดช่วงชีวิตก็ถึงเวลาที่คุณไม่สบายเงินจากการทำงานก็จะมารักษาคุณช่วงที่เจ็บป่วย อยากรบกวนสอบถามคุณหมอค่ะเรื่องอาการสั่นมีวิธีรักษาหรือยากินบ้างไหมค่ะเพื่ออาการสั่นจะลดลงได้บ้าง สามีเป็นคนออสเตรเลียอยู่ที่เมืองไทยได้จะสี่ปีแล้วยังไม่ได้กลับไปกันเลยค่ะเพราะเกษียณ ได้จะสี่แล้วค่ะสามีเป็นหมอมะเร็งผิวหนังค่ะ ขอขอบพระคุณคุณหมอมากๆนะค่ะขอโทษด้วยนะค่ะข้อความค่อนข้างจะยาวไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *