การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณปากและลิ้น ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก

โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease) เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ทำให้เกิดความบกพร่องด้านทักษะต่าง ๆ เช่น ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว, ด้านความคิดความเข้าใจ, ด้านอารมณ์และพฤติกรรม, ด้านสังคม เป็นต้น ซึ่งนั่นส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาด้านความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่าง ๆ (1) ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือ ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการรับประทานอาหาร ซึ่งเกิดจากภาวะกลืนลำบาก

ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติในการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร ซึ่งเกิดจากพยาธิสภาพในสมองส่วนที่ควบคุมเกี่ยวกับการเคี้ยวและกลืน ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อนั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถเคี้ยว กลืนอาหารหรือน้ำได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัญหาอีกหลากหลายด้าน เช่น การบกพร่องของการรับความรู้สึกบริเวณใบหน้าและช่องปาก, การลดลงหรือหายไปของปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับการกลืน, ภาวะช่องปากแห้ง ไม่มีน้ำลาย, ฝาปิดกล่องเสียงปิดไม่สนิท เป็นต้น (2)

รู้หรือไม่ ?

ภาวะกลืนลำบาก เป็นภาวะที่พบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ได้มากถึง 37–78 % ภาวะกลืนลำบากจะส่งผลให้เกิดภาวะทุพโภชนาการหรือการขาดสารอาหารและขาดน้ำตามมา ซึ่งนั่นส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวจากอาการป่วยของผู้ป่วย รวมถึงอาจส่งผลทำให้เสียชีวิตได้ ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก จะพบการสำลักได้มากถึง 40–70 % (3) และอาจก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้ ซึ่งทั้งหมดส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ลดลง เพิ่มภาระแก่คนดูแลและค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต (4)

นักกิจกรรมบำบัดจะบำบัดรักษาผู้ป่วยอย่างไรได้บ้าง ?

นักกิจกรรมบำบัดให้การบำบัดรักษาด้วยหลากหลายวิธีการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล เช่น ในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อใบหน้าและปากอ่อนแรงส่งผลต่อการทานอาหาร อาจใช้วิธีการบริหารกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง หรือพิจารณาการกระตุ้นไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อที่มีความผิดปกติ, หากผู้ป่วยมีการรับรส การรับรู้สัมผัส รับรู้อุณหภูมิภายในปากผิดปกติไป ก็จะทำการฝึกให้การรับความรู้สึกภายในปากกลับมาใกล้เคียงปกติ  นอกจากนี้ยังมีการปรับลักษณะและชนิดของอาหารให้เหมาะสมต่อระดับความสามารถในการกลืนของผู้ป่วย, การจัดสิ่งแวดล้อมและท่าทางขณะทานอาหารเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการสำลัก, การฝึกการทำตามคำบอกและขั้นตอนในการรับประทานอาหารในผู้ป่วยที่บกพร่องด้านความคิดความเข้าใจ และอาจแนะนำการใช้อุปกรณ์ช่วยในการทานอาหารให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เป็นต้น (5)

ในบทความนี้นักกิจกรรมบำบัดขอแนะนำการบริหารกล้ามเนื้อสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อรอบปากและลิ้น ผู้ดูแลสามารถชวนผู้ป่วยบริหารกล้ามเนื้อได้ดังนี้

  1. ท่าบริหารกล้ามเนื้อรอบริมฝีปาก: กล้ามเนื้อรอบริมฝีปากทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บน้ำและอาหารภายในช่องปาก ไม่ทำให้อาหารหกขณะกลืน (2,5)

ท่าที่ 1.1 อ้าปากกว้างแล้วออกเสียง “อา” 5-10 วินาที

ท่าที่ 1.2 เม้มปากแน่นแล้วคลายออก 5–10 รอบ

ท่าที่ 1.3 ทำปากจู๋ออกเสียง “อู” สลับกับฉีกยิ้มพร้อมออกเสียง “อี” 5–10 รอบ

ท่าที่ 1.4 กักลมในปากและค่อย ๆ ปล่อยลมออกช้า ๆ  5–10 รอบ

  1. ท่าบริหารกลุ่มกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกร: กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกัด การเคี้ยวและการบดอาหาร (2,5)

ท่าที่ 2.1 อ้าปากกว้างค้างไว้ 5 วินาที แล้วหุบปากให้ฟันกระทบกัน  5–10 รอบ

ท่าที่ 2.2 เคลื่อนขากรรไกรล่างไปด้านข้าง 5 วินาที สลับกันซ้ายขวา 10 รอบ

ท่าที่ 2.3 เคลื่อนขากรรไกรในลักษณะการเคี้ยวข้าว ทำซ้ำ 5–10 รอบ

  1. ท่าบริหารกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม: กล้ามเนื้อบริเวณแก้มทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูดน้ำหรืออาหาร (2,5)

ท่าที่ 3.1 ดูด เช่น ใช้หลอด ดูดน้ำ หรืออาจดูดของเหลวที่มีความหนืดข้นมาก เช่น เจลลี่ โยเกิร์ต และปล่อยออกมาโดยไม่ต้องกลืน

ท่าที่ 3.2 เป่า เช่น เป่ากระดาษ เป่าเทียน เป่านกหวีด

  1. ท่าบริหารกลุ่มกล้ามเนื้อลิ้น: กลุ่มกล้ามเนื้อลิ้นทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การคลุกเคล้าอาหารภายในช่องปาก การดันอาหารที่คลุกเคล้าแล้วเข้าไปยังคอและหลอดอาหาร (2,5)

ท่าที่ 4.1 ลิ้นแตะมุมปาก 2 ข้างสลับกัน 10 รอบ

ท่าที่ 4.2 ลิ้นแตะกระพุ้งแก้ม 2 ข้างสลับกัน 5–10 รอบ และหากทำได้ดีให้ใช้นิ้วดันเพิ่มแรงต้านบริเวณแก้ม

ท่าที่ 4.3 แลบลิ้นออกมาด้านหน้า สลับกับหุบเข้าไปในปาก 5–10 รอบ และหากทำได้ อาจพิจารณาให้เลียไอศกรีมโดยให้ห่างออกมาทางข้างหน้าเล็กน้อย

ท่าที่ 4.4 เดาะลิ้น 5–10 รอบ

ท่าที่ 4.5 ออกเสียง “ลาลาลา”, “คาคาคา” ซ้ำ ๆ หลายรอบ

ท่าที่ 4.6 ออกเสียง “คาลา คาลา คาลา” ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ท่าที่ 4.7 ใช้ขนมหรือน้ำหวานแตะบริเวณรอบริมฝีปาก และให้ใช้ลิ้นเลียรอบริมฝีปาก 5–10 รอบ

ท่าที่ 4.8 ยกลิ้นแตะเหงือกแล้วเคลื่อนลิ้นจากด้านหน้าไปด้านหลังซ้ำ ๆ

ท่าที่ 4.9 อ้าปากแล้วใช้ปลายลิ้นยกไม้กดลิ้นหรือไม้พันสำลีแตะค้างที่เหงือกหรือเพดานปากด้านบนไม่ให้หล่นลงมา 5–10 วินาที

ท่าที่ 4.10 ใช้ลิ้นเคลื่อนไม้กดลิ้นไปหามุมปากซ้ายและขวา 5-10 รอบ

การบริหารกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนแนะนำให้ทำก่อนการรับประทานอาหารทุกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อมของอวัยวะภายในปาก(5) ทั้งนี้วิธีดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ วิธีการบำบัดรักษาเท่านั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล หากท่านพบว่าคนใกล้ตัวหรือคนรู้จักเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบากทั้งจากโรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่น ๆ ท่านสามารถแนะนำให้ปรึกษานักกิจกรรมบำบัดที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการทางการแพทย์ใกล้บ้านของท่านได้นะคะ เพื่อความเป็นอยู่ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของตัวผู้ป่วยเองค่ะ

บทความน่าอ่านที่เกี่ยวข้องกับการกลืน

  • กินง่าย ลดความเสี่ยงในการสำลัก…เพื่อผู้ป่วยกลืนลำบาก http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1579
  • การจัดสิ่งแวดล้อมและเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนhttp://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1571

 

เรียบเรียงโดย ก.บ.ศศิชา จันทร์วรวิทย์

 

เอกสารอ้างอิง

  1. สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Clinical Practice Guidelines for Stroke Rehabilitation) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ กรุงเทพฯ: บริษัท ธนาเพรส จำกัด; 2559.
  2. สุจิตรา แสนทวีสุข, นันทิยา อุดมพาณิชย์. บทที่ 4 การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยภาวะกลืนลำบากจากระบบประสาท. ใน: ภัทรา วัฒนพันธุ์. (บรรณาธิการ) Swallowing rehabilitation ฟื้นฟูสภาพการกลืน. พิมพ์ครั้งที่ ขอนแก่น:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561. หน้า 65-100.
  3. โฉมพิไล นันทรักษา, พจีมาศ กิตติปัญญางาม, ภัทรา วัฒนพันธุ์. ความรู้เกี่ยวกับภาวะกลืนลำบากในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก. ศรีนครินทร์เวชสาร 2564; 36(3) 328-332.
  4. ภัทรา วัฒนพันธุ์. บทที่ 1 ภาวะกลืนลำบาก. ใน: ภัทรา วัฒนพันธุ์. (บรรณาธิการ) Swallowing rehabilitation ฟื้นฟูสภาพการกลืน. พิมพ์ครั้งที่ ขอนแก่น:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561. หน้า 1-24.
  5. กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์. สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ. แนวทางเวชปฏิบัติ สำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Clinical practice guidelines : dysphagia). นนทบุรี: บริษัท สหมิตรพริ้นติ้งแอนดพับลิสชิ่ง จำกัด; 2562. หน้า 83-89.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *