อาการแสดงของกระดูกสันหลังคด และผลกระทบต่อการหายใจ

ภาวะกระดูกสันหลังคด เกิดจากการบิดหมุนของกระดูกสันหลังแบบสามมิติ ที่มีผลต่อการบิดหมุนของทรวงอก ซึ่งสามารถพบได้ในประชากรปกติตั้งแต่ 0.3%-15.3% (1) เมื่อมีการบิดหมุนของกระดูกสันหลังและทรวงอก จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะแสดงอาการแสดงเหล่านี้ได้

  • มีอาการเจ็บปวด ที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุลกัน หรือข้อต่อมีปัญหา
  • มีความผิดปกติ บิดผิดรูปของช่วงอกและระดับไหล่
  • คุณภาพชีวิตต่ำลง
  • มีผลต่อระบบหายใจ
  • ในระยะยาวจะส่งผลถึงภาวะซึมเศร้าได้ (2)

เมื่อทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเอ็กซเรย์จะพบว่าการที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะภายในช่องอก โดยเฉพาะหัวใจและปอด (1) โดยในปกติจะใช้การวัดมุมองศาการคดจากรูปในฟิล์มเอ็กซเรย์ที่เรียกว่า Cobb angle เพื่อแบ่งระดับความรุนแรงของภาวะกระดูกสันหลังคด (2) (รูปที่ 1) โดยปกติแล้วหากมีการบิดหมุนของกระดูกสันหลังคดที่ไม่ถึง 10 องศาจะถือว่ายังไม่เป็นกระดูกสันหลังคด (5) แต่เมื่อมีกระดูกสันหลังคดที่เพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลกับการบิดหมุนของทรวงอกและผลกระทบต่ออวัยวะภายในที่เพิ่มขึ้น

โดยในการวัดมุม Cobb angle นั้นจะวัดที่กระดูกสันหลังที่มีการเอียงที่สุดทั้งบนและล่างของโค้งนั้น ๆ และกระดูกสันหลังระดับที่เบนออกห่างจากแกนกลางลำตัวมากที่สุดจะเรียกว่า Apex คือเป็นจุดที่คดที่สุดที่สามารถมองเห็นจากภายนอก

(รูปที่ 1) แสดงตัวอย่างการวัดมุมองศาจากฟิล์มเอ็กซเรย์ (Cobb angle)

การแบ่งความรุนแรงของภาวะกระดูกสันหลังคดตาม Cobb angle

  • มีภาวะคดเกิน 25 องศาขึ้นไป ถือเป็นระดับน้อย (Mild scoliosis)
  • มีภาวะคด 25-45 องศา ถือเป็นระดับปานกลาง (Moderate scoliosis)
  • มีภาวะคดมากกว่า 45 องศาขึ้นไป ถือเป็นระดับรุนแรง (severe scoliosis)

ในภาวะกระดูกสันหลังคด ที่องศาการคดไม่มากนั้น อาจจะส่งผลต่อระบบหายใจ โดยที่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการใด ๆ (1) แต่มีการศึกษาพบว่าผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดในช่วง 30-60 องศา มักจะมีปัญหาของการหายใจ (Respiratory impairment) ดังนี้

  • เกิดการหายใจที่จำกัดและผิดปกติ ในทั้งขณะพักหรือขณะนอนหลับ
  • การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจผิดปกติไปจากเดิม โดยเฉพาะกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครง และกล้ามเนื้อกระบังลม โดยสามารถส่งผลเรื้อรังในระยะยาวได้
  • มีการคเลื่อนไหวของทรวงอกไม่เท่ากันในแต่ละข้าง โดยด้านที่นูนจะมีการขยายตัวของทรวงอกได้ดีกว่าด้านที่เว้าเข้าไป (รูปที่ 2)

(รูปที่ 2) แสดงการขยายตัวของซี่โครงในผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคด

  • มีปัญหาการหายใจขณะออกกำลังกาย ซึ่งอาการจะคล้ายกับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) (3)

และมีการศึกษาพบว่า หากมีภาวะกระดูกสันหลังคดที่มากกว่า 90 องศาขึ้นไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาระบบหายใจและหัวใจล้มเหลวได้ เนื่องมาจากการบิดหมุนของกระดูกสันหลังและซี่โครงนั้นทำให้เกิดการกดเบียดของอวัยวะภายในช่องอก ซึ่งจะกดการทำงานและการเจริญเติบโตของอวัยวะภายในต่าง ๆ โดยความรุนแรงมากหรือน้อยนั้น จะขึ้นกับองศา Cobb angle รวมไปถึงตำแหน่งของกระดูกสันหลังที่คด และโค้งปกติของกระดูกสันหลังส่วนอกด้วย (1)

นอกจากนี้ในผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดระดับปานกลางถึงรุนแรงในบางราย อาจได้รับพิจารณาให้รับการรักษาด้วยการใส่เครื่องพยุงหลัง (brace) ด้วย โดยปกติเมื่อมีองศาของการคดในช่วง 25-30 องศามักจะได้รับพิจารณาให้สวมใส่เครื่องพยุงหลังอย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อวัน เป็นระยะเวลาประมาณ 2-4 ปี (4) ทำให้การขยายตัวของกระดูกซี่โครงและกระดูกสันหลังระดับอกลดลง และทำให้การหายใจถูกจำกัดตามมา

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดมีโอกาสเกิดการทำงานของระบบหายใจและกล้ามเนื้อหายใจที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดภาวะหายใจสั้นตื้น ต้องใช้การหายใจหลายครั้งเพื่อให้ได้การหายใจที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะต้องใช้กล้ามเนื้อกระบังลมมากขึ้น เพื่อช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อและระบบการหายใจได้เมื่อเป็นในระยะยาว

นอกจากการหายใจที่ผิดปกติแล้ว ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่า ภาวะกระดูกสันหลังคดจะทำให้เกิดการบิดหมุนของกระดูกสันหลังผิดปกติ ก่อให้เกิดกระดูกสันหลังส่วนอกที่ปกติจะมีลักษณะนูนไปทางด้านหลัง แต่ในบางรายอาจทำให้มีลักษณะนูนที่ลดลง ทำให้กล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกสันหลังบริเวณนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเกิดความไม่สมดุลกันระหว่างทางด้านหน้ากับด้านหลัง หรือ ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อข้างที่กระดูกสันหลังนูนกับด้านที่กระดูกสันหลังเว้า นอกจากนี้ยังมีผลต่อการทรงท่า ทำให้อยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการปวด และบาดเจ็บเรื้อรังตามมา

ซึ่งการที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหากระดูกสันหลังคดเพิ่มขึ้นนั้น ต้องอาศัยการรักษาในหลาย ๆ ด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงการทรงท่าให้ถูกต้อง การใส่เครื่องพยุงหลังดังที่กล่าวไปข้างต้น การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย หรือการหายใจเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของทรวงอก เป็นต้น โดยทั้งนี้ควรอยู่ในการพิจารณาหรือการดูแลของนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Tsiligiannis T, Grivas T. Pulmonary function in children with idiopathic scoliosis. Scoliosis. 2012;7(7):1-6.
  2. Burger M, Coetzee W, Du Plessis LZ, Geldenhuys L, Joubert F, Myburgh E, et al. The effectiveness of Schroth exercises in adolescents with idiopathic scoliosis: A systematic review and meta-analysis. SAJPA. 2019;75(1):1-9.
  3. Negrini S, Donzelli S, Aulisa AG, Czaprowski D, Schreiber S, Claude J, et al. 2016 SOSORT guidelines: orthopaedic and rehabilitation treatment of idiopathic scoliosis during growth. Scoliosis Spinal disord.. 2018;13(3):1-48.
  4. Negrini S, Minozzi S, Bettany-Saltikov J, Zaina F, Chockalingam N, Grivas TB, et al. Braces for idiopathic scoliosis in adolescents. Spine. 2010;13(13):1285-93.
  5. Zhang H, Guo C, Tang M, Liu S, Li J, Guo Q, et al. Prevalence of scoliosis among primary and middle school students in Mainland China: a systematic review and meta-analysis. Spine. 2015;40(1):41-9.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *