5 กิจกรรม สูงวัยอย่างมีพลัง

ในปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ควบคู่กับอายุที่มากขึ้น คือกระบวนการเสื่อมตามวัย ได้แก่ สภาพทางกาย กระบวนการคิดและความเข้าใจ หรือสมรรถภาพในด้านต่าง ๆ ที่เสื่อมถอยลง ทำให้มุมมองของคนส่วนหนึ่งเกี่ยวกับผู้สูงอายุมีลักษณะที่เหมือนกันคือ เป็นวัยที่ขาดความสามารถ ต้องพึ่งพิง และได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่น หรืออาจถูกมองว่าเป็นภาระแก่ผู้ดูแลในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนหนึ่งที่มีสุขภาพดี สามารถดูแลตนเอง และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ อีกทั้งยังมีคุณค่าต่อครอบครัว และสังคมอยู่ จึงทำให้เกิดแนวคิด “Active aging” ขึ้น

Active Aging หรือ พฤฒพลัง เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ในด้านความสามารถ คุณค่า คุณประโยชน์ และศักยภาพในการดำเนินชีวิต (1) โดย องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ให้ความหมายไว้ว่า เป็นแนวคิดที่แสดงถึงภาวะสุขสมบูรณ์ของผู้สูงอายุและเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยพฤฒพลัง ประกอบด้วย 3 ด้านสำคัญ คือ (2)

  1. สุขภาพ (Health) หมายถึง การมีสุขภาพทางด้านร่างกายและจิตใจที่ดี
  2. การมีส่วนร่วม (Participation) หมายถึง การมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย มีส่วนร่วมกับผู้อื่น
  3. ความมั่นคง (Security) หมายถึง การมีหลักประกันและความมั่นคง คือ ความมั่นคงทางรายได้ ที่อยู่อาศัย และผู้ดูแล

ปัจจัยขัดขวางภาวะพฤฒพลัง มี 2 ส่วนสำคัญ คือ เพศ และวัฒนธรรม โดยเพศเป็นตัวกำหนดสถานภาพทางสังคมต่อการดำเนินชีวิต และวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงถึงมุมมองเกี่ยวกับผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่นั้น ๆ แตกต่างกันไปในแต่ละสังคม (3)

การศึกษาเกี่ยวกับภาวะพฤฒพลังในประเทศไทย มีการแบ่งระดับของภาวะพฤฒพลังออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับต่ำ ระดับปานกลาง และระดับสูง พบว่า ภาวะพฤฒพลังของผู้สูงอายุของไทยในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ผู้สูงอายุเพศชายมีภาวะพฤฒพลังมากกว่าเพศหญิง และเมื่อพิจารณาทั้ง 3 ด้าน ปรากฏว่า

  • ด้านสุขภาพอยู่ในระดับที่สูง
  • ด้านการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับต่ำ
  • ด้านความมั่นคงอยู่ในระดับปานกลาง (3)

การส่งเสริมภาวะพฤฒพลังในผู้สูงอายุ

1. การส่งเสริมทางด้านร่างกายให้มีความแข็งแรง ความคล่องแคล่วของการเคลื่อนไหว โดยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก รวมทั้งข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย ผ่านการออกกำลังกายง่าย ๆ ไม่หนักจนเกินไป หรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกวาดบ้าน ถูบ้าน ทำสวน ทำอาหาร เป็นต้น โดยกิจกรรมเหล่านี้ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย และมีโอกาสทำอย่างสม่ำเสมอ (4) โดยกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ลดการการเจ็บป่วย และการเสียชีวิต อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกาย และกระบวนการคิดความเข้าใจเกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (5)

2. การทำกิจกรรมที่หลากหลาย ตามความสนใจของตนเอง โดยกิจกรรมนั้นส่งผลให้เกิดความเพลิดเพลิน มีความสุข คลายเครียด สนุกสนาน ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ เช่น การร้องเพลง ฟังเพลง งานฝีมือ หรืองานอดิเรกที่สนใจ เป็นต้น (4)

3. การมีปฏิสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น เช่น การพบปะเพื่อน ๆ การได้พบเจอลูกหลาน และการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การดูแลความสะอาดร่างกาย การเข้าห้องน้ำ การจัดเตรียมเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่สำคัญและมักถูกมองข้าม ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ร้อยละ 28 ของผู้สูงอายุในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอายุมากว่า 65 ปี มีปัญหาในการดูแลตนเอง ต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้ดูแล หากผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริม หรือสามารถเข้าถึงกิจกรรมต่าง ๆ นี้ได้ จะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น ความมั่นใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ตนเองได้ (4, 6)

4. การส่งเสริมกระบวนการคิดและความเข้าใจ ส่งเสริมได้จากการเรียนรู้หรือได้ทำกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกิดกระบวนการคิด การวางแผน การลงมือทำ และการรวมกลุ่มหรือทำกิจกรรมกับเพื่อน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลใหม่ ๆ ได้ฝึกการคิด ได้ใช้ประสบการณ์หรือข้อมูลที่มีเพื่อตอบคำถาม นอกจากนั้นยังส่งเสริมผ่านการฝึกสหสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหว การฝึกคิดอย่างมีเหตุผล และการเล่นเกมที่ส่งเสริมความจำ ความเข้าใจรูปแบบต่าง ๆ เช่น เกมจับคู่ภาพ เกมบวกเลข เกมนึกชื่อสิ่งของ เป็นต้น (4) ทั้งนี้การออกกำลังกายร่วมกับการทำกิจกรรมส่งเสริมกระบวนการคิดและความเข้าใจควบคู่กัน และทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมทักษะด้านนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เริ่มมีภาวะความสามารถของสมองบกพร่องเล็กน้อย (Mild cognitive impairment หรือ MCI) (7)

5. ส่งเสริมการรับรู้ เข้าใจความรู้สึกตนเอง การควบคุมและจัดการภาวะอารมณ์ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียด โดยการนั่งสมาธิ ภาวนาจิต ฝึกการคิดที่ยืดหยุ่น ไม่คิดลบ รับรู้ความเป็นไปของผู้อื่น คิดถึงประสบการณ์ดี ๆ ของตนเองที่เคยเกิดขึ้น (4)

รวมทั้งผู้สูงอายุไทยสามารถมี ระดับพฤฒพลังในระดับสูง และมีรูปแบบการทำกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมยามว่าง งานอดิเรก และการออกไปมีส่วนร่วมกับชุมชน เช่น กิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งการเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่หลากหลายนั้นจะช่วยพัฒนาศักยภาพในตนเอง ส่งเสริมการมีเกียรติ และเป็นการรับรู้ศักยภาพของตนเองให้เพิ่มมากขึ้น (8) ดังนั้น การออกไปทำกิจกรรมใหม่ ๆ พบปะผู้คน เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน หรือเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรม จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะส่งเสริมภาวะพฤฒพลังได้

การมีภาวะพฤฒพลังที่ดีนั้น ต้องอาศัย 3 ส่วนสำคัญ คือ สุขภาพ การมีส่วนร่วม และความมั่นคงในชีวิตที่สมดุลกัน การไม่มีภาวะเจ็บป่วย ไม่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค ร่วมกับมีความพร้อมและความมั่นคงในด้านต่าง ๆ จะส่งผลต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ เมื่อมีสุขภาพกายและใจที่ดี ก็จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ และการเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน (9)

เรียบเรียงโดย ก.บ. ชนิตพล บุญยะวัตร

เอกสารอ้างอิง

  1. สุภจักษ์ แสงประจักษ์สกุล. วุฒิวัยของผู้สูงอายุไทย. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2557; 231-48.
  2. Medeiros K, Perkinson MA. Successful aging. In: Barney KF, Perkinson MA, editors. Occupational therapy with aging adults promoting quality of life through collaborative practice. St. Louis: Elsevier; 2016. p. 300-14.
  3. สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. ดัชนีพฤฒพลังผู้สูงอายุไทย Active aging index of thai elderly. กรุงเทพมหานคร: เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัลพับลิเคชั่น; 2560.
  4. สุดา วงศ์สวัสดิ์. พัฒนาผู้สูงวัยสู่ภาวะ “พฤฒิพลัง”. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2559; 24(3): 202-7.
  5. Dias GNF, Couceiro MS, Mendes P, Almeida ML. Physical activity benefits in active ageing. In: Dias GNF, Couceiro MS, editors. Active ageing and physical activity guideline, functional exercises and recommendations. Cham: Springer; 2017. p. 21-34.
  6. Mclntyre A. Occupation and successful ageing-activity and participation. In: Atwal A, Mclntyre A, editors. Occupational therapy and older people. London: Blackwell; 2013. p. 185-223.
  7. Law L, Mok VC, Yau MM. Effects of functional tasks exercise on cognitive functions of older adults with mild cognitive impairment: a randomized controlled pilot trial. Alzheimers Res Ther. 2019;11(98):1-10.
  8. Punyakaew A, Lersilp S, Putthinoi S. Active ageing level and time use of elderly persons in a thai suburban community. Occup Ther Int. 2019; 1-8.
  9. Hocking C, Meltzer P. Theoretical models relevant to gerontological occupational therapy practice. In: Barney KF, Perkinson MA, editors. Occupational therapy with aging adults promoting quality of life through collaborative practice. St. Louis: Elsevier; 2016. p. 41-51.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *