โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด คือ โรคที่เกิดการอักเสบเรื้อรังของข้อต่อภายในร่างกาย โดยสามารถเกิดการอักเสบได้กับทุกข้อต่อ แต่การอักเสบจะพบได้มากบริเวณข้อต่อกระดูกสันหลังและเชิงกราน 1-2 เมื่อเกิดกระบวนการอักเสบบริเวณข้อต่อ เนื้อเยื่อจะค่อย ๆ ยึดติดและบางส่วนจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นลักษณะที่แข็งคล้ายกระดูก (ossified) 3 ส่งผลให้เกิดการยึดติด อาการปวดตามข้อต่อ และหากเข้าสู่ระยะที่มากขึ้น บริเวณหมอนรองกระดูกสันหลังจะมีการเปลี่ยนสภาพจากเนื้อเยื่อที่มีลักษณะอ่อนนุ่มไปเป็นลักษณะแข็ง และกระดูกสันหลังจะเชื่อมติดกันเป็นแนวตรง ซึ่งถ้าหากฉายภาพรังสี (X-rays) จะเห็นกระดูกสันหลังที่มีลักษณะเฉพาะตัวของโรคนี้ที่เรียกว่า “Bamboo spine” หรือกระดูกสันหลังที่มีลักษณะคล้ายบ้องไม้ไผ่ (ดังรูปที่ 1)  ซึ่งจะส่งผลให้การจำกัดการเคลื่อนไหว จนอาจเคลื่อนไหวไม่ได้ในที่สุด 1, 3

รูปที่ 1 แสดงลักษณะข้อต่อกระดูกสันหลังในภาวะปกติและในภาวะกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด

สาเหตุและความชุกของการเกิดโรค

โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดแน่ชัด แต่จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าคือ โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยมีความสัมพันธ์กับยีนส์ HLA-B27 3 ซึ่งร้อยละ 90 ของกลุ่มผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมักพบยีนส์ชนิดดังกล่าวทำให้มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่ทำลายโครงสร้างของข้อต่อ 1 โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมักพบในประชากรผิวขาว โดยจากประชากร 10,000 คน จะพบโรคนี้ได้ 31.9, 23.8, 16.7, และ 7.4 คน ในทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชีย และแอฟฟริกา ตามลำดับ อีกทั้งพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2-3 เท่า และมักพบในช่วงอายุ 20-40 ปี 2

อาการและลักษณะของผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด 1, 3

ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมักพบในช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึงวัยกลางคน โดยมีอาการ ดังต่อไปนี้

  1. แรกเริ่มจะมีอาการปวดในลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนมากเป็นอาการปวดลึกบริเวณหลังส่วนล่างหรือบริเวณก้น
  2. มีความรู้สึกตัวตึงหรือแข็งในตอนเช้าหลังตื่นนอน (morning stiffness) หรือเมื่อทรงท่านิ่งอยู่เป็นระยะเวลานาน และ
  3. อาการปวดจะเป็นในลักษณะสมมาตร และคงอยู่เป็นระยะเวลานานขึ้นภายในไม่กี่เดือน และอาการปวดจะมากขึ้นโดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  4. อาการปวดและการยึดติดจะเริ่มออกจากแกนกลางไปสู่ระยางค์ เช่น ข้อไหล่ และข้อสะโพก
  5. เมื่อเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น จะเริ่มมีอาการปวดคอ และไม่สามารถเคลื่อนไหวคอได้เต็มช่วงการเคลื่อนไหว รวมไปถึงการยึดติดของข้อต่อกระดูกซี่โครงที่เชื่อมกับกระดูกสันหลัง ซึ่งจะพบว่าขนาดทรวงอกแคบลง ทรวงอกไม่สามารถขยายได้เต็มที่ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก เหนื่อยง่ายกว่าปกติ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจตามมา
  6. อาการอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ได้แก่ ภาวะม่านตาอักเสบ (acute anterior uveitis), ภาวะที่ตาไม่สามารถสู้แสงได้ (photophobia), การอักเสบของลำไส้ (inflammatory bowel disease; IBD) หรือการอักเสบบริเวณลิ้นของเส้นเลือดใหญ่บริเวณหัวใจ (aortic valve inflammation)

ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด เมื่อเข้าสู่ระยะเรื้อรังจะมีการยึดติดเกิดมากขึ้นในทุกข้อต่อของกระดูกสันหลัง ทำให้แนวของกระดูกสันหลังเปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ป่วยมีลักษณะท่าทางที่ศีรษะจะยื่นไปด้านหน้า หลังโค้งงอและไหล่งุ้ม (ดังรูปที่ 2) ส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวที่ลำบากมากขึ้น และมีการจำกัดกิจวัตรประจำวันในที่สุด

รูปที่ 2 แสดงลักษณะของผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด

การวินิจฉัยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด 1, 3-4

การวินิจฉัยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดสามารถทำได้โดย

  1. จากการซักประวัติ เช่น ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วย หรือบุคคลในครอบครัว
  2. หรือการตรวจร่างกายตาม Modified New York Criteria ดังนี้

2.1 มีอาการปวดหลังและติดแข็งมามากกว่า 3 เดือน ซึ่งอาการดังกล่างจะทุเลาลงเมื่อออกกำลังกาย แต่จะไม่ทุเลาลงเมื่อพัก

2.2 มีการจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนเอวในทิศทางด้านหน้า-หลัง (sagittal plane) และทิศทางด้านข้างซ้าย-ขวา (frontal plane)

2.3 มีการจำกัดการเคลื่อนไหวของการขยายตัวของทรวงอก

  1. จากภาพถ่ายรังสี เช่น ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ (X-rays) เพื่อตรวจดูการอักเสบ หรือการเปลี่ยนแปลงบริเวณข้อต่อกระดูก หากในระยะแรกเริ่มที่ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ไม่สามารถแสดงผลได้ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจโดยภาพถ่ายเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกระดูกได้ชัดเจนมากขึ้น
  2. จากการตรวจเลือด เพื่อหายีนส์ HLA-B27 ที่พบความสัมพันธ์กับโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึด

โรคที่มักเกิดร่วมกับภาวะกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Cormobidity)

ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด มีความเสี่ยงที่จะสามารถพบโรคทางระบบอื่น ๆ  ร่วมด้วย โดยโรคที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยกลุ่มนี้ คือ โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease; CVD) และภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) 5 ซึ่ง Genre และคณะพบว่า โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วย และการเสียชีวิต ในผู้ป่วยกลุ่มโรคที่มีการอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรังได้มากกว่ากลุ่มประชากรปกติ

แม้ว่าโรคข้อกระดูกสันหลังยึดติดนั้นสาเหตุหลักเกิดขึ้นจากภายในตัวบุคคล แต่ถ้าหากผู้ป่วยได้ทราบและเข้าใจในลักษณะอาการของโรคนี้ จะส่งผลให้ผู้ป่วยที่รู้สึกว่าตนเองมีอาการดังกล่าวรีบเข้าพบแพทย์เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนที่โรคจะลุกลามจนเข้าสู่ระยะเรื้อรัง ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว และได้รับการรักษาทั้งทางยาและการกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี จะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถประคับประคองการอาการของโรคให้ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าที่สุดและเกิดความเสียหายต่อข้อต่อต่าง ๆ น้อยที่สุด ร่วมกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในการที่จะสามารถดำเนินกิจวัตรประวัตรได้ด้วยตนเอง ร่วมกับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถติดตาม “การรักษาและการออกกำลังกายในโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด” ได้ในบทความถัดไปค่ะ……

เรียบเรียงโดย กภ. จุติพร ธรรมจารี

References

  1. Balcerska K, Bielejewska M, Gasior P, Wrzesinski B. Physiotherapy in ankylosing spondylitis. J Educ Health Sport. 2018;8(9):1576-83.
  2. Nava T. Physiotherapy rehabilitation in patients with ankylosing spondylitis. Beyond Rheumatology. 2019;1(2):37-46.
  3. Sieper J, Braun J, Rudwaleit M, Boonen A, Zink A. Ankylosing spondylitis: an overview. Ann Rheum Dis. 2002;61.
  1. Goei The HS, Steven MM, Van Der Linden SM, Cats A. Evaluation of diagnostic criteria for ankylosing spondylitis: a comparison of the Rome, New York and modified New York criteria in patients with a positive clinical history screening test for ankylosing spondylitis. Rheumatology. 1985;24(3):242-9.
  2. Martey C, Sengupta R. Physical therapy in axial spondyloarthritis: guidelines, evidence and clinical practice. Curr Opin Rheumatol. 2020;32(4):365-70.
  3. Genre F, Rueda-Gotor J, Remuzgo-Martínez S, Corrales A, Mijares V, Expósito R et al. Association of circulating calprotectin with lipid profile in axial spondyloarthritis. Sci Rep. 2018;8(1):1-8.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *