อุ้มลูกอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง

ทารกในวัยแรกเกิด – 6 เดือนแรก เป็นช่วงที่กำลังปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมภายใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย และเป็นวัยที่สื่อสารความต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้โดยการร้องไห้เท่านั้น ลูกจึงต้องการให้อุ้มและต้องการอยู่แนบอกอุ่นแม่ หากได้รับการอุ้มตอบสนองจากคุณแม่ลูกก็จะรู้สึกได้รับความอุ่นใจคุ้นเคยปลอดภัยรู้สึกไว้วางใจโลกใหม่ที่เขาออกมาสัมผัส และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณแม่และลูก การอุ้มและกอดอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณแม่เข้าใจการแสดงออกของลูกน้อยได้เร็วขึ้น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในการเลี้ยงดูลูกมากยิ่งขึ้น มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าเด็กที่ได้รับการอุ้มและการสัมผัสมากพอ จะมีพัฒนาการสมองและพัฒนาการด้านอื่น ๆ ที่ดี มีประโยชน์ต่อสมอง ประสาทสัมผัสจะว่องไว เรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่มีคนอุ้ม คุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าการอุ้มลูกบ่อย ๆ จะทำให้ลูกติดมือ

ดังนั้นท่าที่ใช้อุ้มลูกน้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่หลาย ๆ ท่านที่ต้องอุ้มลูก อาจประสบปัญหาปวดหลังเนื่องจากการอุ้มลูกน้อยที่ไม่ถูกท่า ทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนักซึ่งคุณแม่บางท่านอาจจะมีปัญหานี้มาตั้งแต่ก่อนคลอด เนื่องจากสรีระที่เปลี่ยนไปของคุณแม่ระหว่างการตั้งครรภ์เพื่อรองรับขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น ร่วมกับการหลั่งของฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin) ที่ช่วยในการขยายตัวของอุ้งเชิงกรานให้คลอดลูกน้อยได้ง่ายขึ้น

  • หลักการในการอุ้มลูกที่ถูกต้อง
  • อุ้มอย่างมั่นคง ปลอดภัย เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย เด็กก็จะดิ้นน้อยลง คุณแม่ก็จะสามารถอุ้มลูกน้อยได้ง่ายขึ้น
  • อุ้มให้ชิดตัวยืนหลังตรง สะโพกและเชิงกรานอยู่ในตำแหน่งตรง หลีกเลี่ยงการยืนแอ่นหลังพักน้ำหนักลูกน้อยไว้ที่สะโพก ขณะที่อุ้มลูก
  • ไม่ห่อไหล่หรือยักไหล่ ควรฝึกเกร็งหน้าท้องเพื่อใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นตัวช่วยลดแรงกระทำต่อกระดูกสันหลัง
  • ลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างให้เท่ากัน

  • หลักในการยกลูกที่ถูกต้อง
  • อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ลูกน้อยที่สุด
  • วางเท้าข้างหนึ่งไว้ข้างหน้า อีกข้างวางไว้ด้านหลัง โดยปลายเท้าทั้ง 2 ข้างหันไปทางลูก หรือ ยืนกางขากว้างเท่าระดับไหล่
  • ค่อย ๆ ย่อเข่าลง อย่าก้มตัว พยายามรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรง
  • จับลูกน้อยให้มั่นคง ไม่เอี้ยวตัวขณะยกลูก เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้
  • ค่อย ๆ ยืดขาทั้ง 2 ข้างขึ้น โดยยังพยายามรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรง ควบคุมการหายใจ โดยหายใจออกขณะที่ยก ไม่กลั้นหายใจหรือหลีกเลี่ยงการเบ่งขณะยก และหายใจเข้าเมื่อยืดตัวขึ้นตรง

ตัวอย่างท่าอุ้มลูกน้อย

  1. ท่า Cradle hold (ท่าไกวเปล)
  • งอแขนและข้อศอกเล็กน้อย ให้ศีรษะของลูกหนุนอยู่บนข้อศอก มือโอบบริเวณหลัง ฝ่ามือรองบริเวณก้นลูก
  • มืออีกข้างประคองใต้ก้นและสะโพกของลูก
  • อุ้มให้แนบลำตัวอยู่ในระดับอกและขนานกับลำตัวของคุณแม่ ผ่อนสบายไม่เกร็งกล้ามเนื้อบ่า
  • ท่านี้คุณแม่สามารถอุ้มไกวเบา ๆ กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับในอ้อมกอดของคุณแม่ได้

ท่าที่ 1 Cradle hold (ท่าไกวเปล)

  1. ท่า Shoulder hold (ท่าอุ้มพาดบ่า)
  • อุ้มลูกให้ขนานไปกับลำตัวคุณแม่ ยกตัวทารกขึ้นให้สูงระดับหัวไหล่
  • ใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะและลำคอ (ในกรณีทารกอายุ 0-3 เดือน) ส่วนมืออีกข้างหนึ่งใช้ประคองก้นให้ก้นของลูกน้อยอยู่บริเวณแขน
  • จัดให้ศีรษะของลูกหนุนอยู่ที่ช่วงไหล่ของคุณแม่ ระวังไม่ให้ศีรษะของลูกพับข้ามไหล่ไปด้านหลัง
  • ขาของลูกทั้งสองข้าง ควรปล่อยให้ห้อยต่ำกว่าแขนคุณแม่
  • ท่าอุ้มนี้เป็นท่าที่มีความเป็นธรรมชาติสูง ลูกสามารถที่จะเหยียดตัวได้อย่างสบาย คุณแม่อาจจะใช้อุ้มลูกน้อยหลังให้นมเสร็จ เพื่อให้ลูกน้อยเรอให้สบายท้องป้องกันอาการท้องอืดได้เช่นกัน

ท่าที่ 2 Shoulder hold (ท่าอุ้มพาดบ่า)

  1. ท่า Chair hold (ท่านั่งเก้าอี้, ท่าสวัสดีชาวโลก)
  • อุ้มให้ลำตัวและหลังของลูกแนบชิดหน้าอกของคุณแม่
  • ใช้มือข้างนึงช้อนใต้ก้นของลูก เหมือนลูกกำลังนั่งเก้าอี้ มืออีกข้างประคองหน้าอกของลูกไว้ หรือพาดผ่านหน้าอกของลูกมาทางด้านหน้าเพื่อนำมือไปจับที่ข้อมือที่ประคองก้นลูก
  • ขาของลูกสามารถปล่อยได้ตามสบาย
  • หากคุณแม่อยู่ในท่านั่ง สามารถวางลูกไว้บนตักของคุณได้เลยโดยไม่ต้องเอามือประคองก้นของลูกก็ได้
  • ท่านี้เหมาะสำหรับทารกที่คอแข็งแล้ว หรืออายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป ท่านี้ลูกน้อยสามารถหันศีรษะได้รอบ ทำให้ลูกน้อยได้มองสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างดี

ท่าที่ 3 Chair hold (ท่านั่งเก้าอี้, ท่าสวัสดีชาวโลก)

การอุ้มลูกในแต่ละท่าขึ้นอยู่กับช่วงอายุของลูกด้วย ในแต่ละวัยก็มีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน ในวัยทารกคุณแม่ควรประคองคอและศีรษะ เมื่อลูกอายุ 3 เดือนขึ้นไป คอแข็ง คุณแม่ก็จะสามารถอุ้มได้อย่างสบายขึ้น ข้อสำคัญคุณแม่ต้อง “ ยืนหลังตรง แขม่วท้อง ไม่แอ่นหลัง

คุณแม่สามารถนำคำแนะนำข้างต้นไปปรับใช้ในการอุ้มลูกน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานได้ถูกต้องป้องกันและลดอาการปวดหลัง ในช่วงแรกที่ลูกยังเป็นทารกคุณแม่อาจจะเหนื่อยในการเลี้ยงลูก อุ้มลูก แต่เชื่อว่าคุณแม่จะมีความสุขที่ได้เฝ้าดูพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อย ส่งต่อความรักความห่วงใยอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีต่อลูกน้อย

เรียบเรียงโดย กภ.จินต์จุฑา สุวรรณรัตน์

เอกสารอ้างอิง

  1. วรวุฒิ เชยประเสริฐ. เมื่อการ “กอดอุ้ม” คือสิ่งจำเป็น. ใน: ประภาพร ช่างไม้, ณิชชาภัทร พรมสุวรรณ, บรรณาธิการ. เลี้ยงลูกทางสายกลาง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: พราว; 2561. หน้า 190-7.
  2. Douglas P, Keogh R. Gestalt breastfeeding: helping mothers and infants optimize positional stability and intraoral breast tissue volume for effective, pain-free milk transfer. J Hum Lact. 2017; 33(3):509-18.
  3. Bystrova K, Lvanova V, Edhborg M, Matthiesen AS, Arvidson AS, Mukhamedrakhimov R, et al. Early contact versus separation: effects on mother-infant interaction one year later. Birth. 2009; 36(2):97-107.
  4. Campbell-Yeo ML, Disher TC, Beno BL. Understanding kangaroo care and its benefits to preterm infants. Pediatric Health Med Ther. 2015(6):15-32.
  5. สมสิริ สกลสัตยาทร, สุริยเดว ทรีปาตี, จอม ชุมช่วย. พัฒนาการทางสมองของลูกน้อย. ใน: ปัณณธร ใสแสง, บรรณาธิการ. คู่มือคุณแม่เลี้ยงลูก วัย 0-3 ปี. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: โอเอส. พริ้นติ้งเฮ้าส จำกัด; 2554. หน้า 39-42.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *