ภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุ

ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้จำนวนผู้สูงอายุในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ความสามารถทางด้านร่างกายในด้านต่าง ๆ ก็จะลดลงตามความเสื่อมตามวัย (1)

ปัญหาด้านการกลืน หรือภาวะกลืนลำบาก หมายถึง ภาวะที่มีไม่สามารถกลืนอาหาร น้ำ หรือยา ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย (2) ซึ่งมักแสดงอาการกลืนไม่ลง กลืนช้า ใช้ความพยายามอย่างมากในการกลืนแต่ละครั้ง รู้สึกมีอาหารค้างอยู่ที่บริเวณคอหอย หรือมีอาการไอสำลักขณะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ซึ่งภาวะดังกล่าวส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่อยากอาหาร กลัว หรือกังวลในการกลืนแต่ละครั้ง ทานอาหารได้น้อยลง มีผลต่อภาวะโภชนาการ ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ขาดสารอาหารหรือพลังงานที่จำเป็นต้องใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ลดลง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะปอดติดเชื้ออันเนื่องมาจากการสำลัก ภาวะกรดไหลย้อน ภาวะร่างกายขาดน้ำ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ดูแล (3)

ภาวะกลืนลำบาก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยส่วนมากมักพบในผู้สูงอายุที่มีความสามารถในการทำงานของระบบการกลืนหรือการย่อยอาหารที่ลดลง หรือผู้สูงอายุที่มีกลุ่มโรคทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มภาวะสมองเสื่อม กลุ่มโรคพาร์กินสัน เป็นต้น นอกจากนี้ภาวะกลืนลำบากยังอาจเกิดจากการทำงานที่เปลี่ยนแปลงจากผลอันเนื่องจากยาที่ผู้สูงอายุต้องรับประทาน เป็นต้น

โดยทั่วไปการกลืนอาหารของมนุษย์จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะช่องปาก ระยะคอหอย และระยะหลอดอาหาร (4,5) ซึ่งการทำงานของระบบการกลืนในผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะลดลงในทั้ง 3 ระยะดังต่อไปนี้

  1. ระยะช่องปาก เป็นระยะที่ใช้ในการบดเคี้ยว คลุกเคล้าและส่งอาหารเข้าสู่คอหอย ระยะนี้

ผู้สูงอายุมักจะมีการทำงานของอวัยวะในช่องปากที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้กระบวนการกลืนมีความยากลำบากขึ้น เช่น กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรมีอาการอ่อนแรงทำให้ไม่สามารถอ้าปาก ปิดปากได้ดี อาหารหกจากปากได้ง่ายและไม่มีแรงในการบดเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือมีชิ้นใหญ่ มีปริมาณของน้ำลายที่ลดลง และความสามารถในการรับรสและความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ทำให้ความอยากอาหารลดลง มีความยากลำบากในการใช้น้ำลายคลุกเคล้าอาหารก่อนกลืน นอกจากนี้การควบคุมการทำงานของลิ้นลดลงทำให้ไม่สามารถกวาดอาหารภายในปากลงสู่คอหอยได้หมด ทำให้เกิดการตกค้างของเศษอาหารในช่องปาก ทำให้จัดการอาหารภายในปากได้ช้าต้องกลืนอาหารหลายครั้งในหนึ่งคำ เป็นต้น

  1. ระยะคอหอย เป็นระยะที่ต่อมาจากช่องปาก ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารเข้าสู่หลอดอาหาร ระยะนี้มักเกิดการสำลักได้ง่ายเนื่องจากเป็นจุดที่มีการเชื่อมต่อของหลอดลมและหลอดอาหาร โดยสาเหตุหลักของการสำลักเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ปิดหลอดลมไม่สัมพันธ์กันกับการกลืนอาหาร เนื่องจากกล้ามเนื้อนั้นมีความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นที่ลดลง หรือกลไกลของการควบคุมระบบการกลืนทำงานได้ช้าลง

  1. ระยะหลอดอาหาร เป็นระยะที่เชื่อมต่อระหว่างคอหอยและกระเพาะอาหาร ร่างกายจะทำงานแบบอัตโนมัติไม่สามารถควบคุมได้ ในผู้สูงอายุมักพบภาวะกรดไหลย้อน ส่งผลให้หูรูดของหลอดอาหารเกิดปัญหา กระทบต่อการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิต นอกเหนือจากนั้นหากกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแรงอาจทำให้ใช้เวลาในการส่งอาหารจากคอหอยสู่กระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น

ญาติหรือผู้ดูแลสามารถสังเกตภาวะกลืนลำบากเบื้องต้นที่อาจเกิดกับผู้สูงอายุได้ โดยสังเกตจากพฤติกรรมของผู้สูงอายุดังต่อไปนี้ (6)

  1. ใช้เวลาในการรับประทานอาหารต่อคำนานขึ้น ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการกลืนหนึ่งครั้ง
  2. ขณะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ มีอาการไอ หรือสำลักบ่อยครั้ง
  3. ขณะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ มีอาหารบางส่วนท้นขึ้นจมูก
  4. มีเสียงเครือน้ำ เสียงไม่ชัดเจน เมื่อพูดหลังจากการกลืนอาหาร เป็นต้น

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าปัญหาในการกลืนอาหารสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและเกิดได้ทุกขั้นตอนของกระบวนการกลืนเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งการรับประทานเป็นกระบวนการหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหากกระบวนการดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเราไม่มากก็น้อย นักกิจกรรมบำบัดจึงขอเชิญชวนผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการกลืนอยู่เป็นประจำ ทั้งการกลืนอาหาร การดื่มน้ำ หรือการรับประทานยา เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเนื่องจากภาวะกลืนลำบาก ทั้งนี้หากท่านใดพบความผิดปกติ หรือรู้สึกกังวลต่อการกลืนอาหารควรรีบปรึกษาแพทย์หรือนักกิจกรรมบำบัดเพื่อทำการประเมินหาสาเหตุ และวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละท่าน

เรียบเรียงโดย ก.บ. ชนิตพล บุญยะวัตร

เอกสารอ้างอิง

  1. Perkinson MA, Barney KF. Gerontological occupational therapy: conceptual frameworks, historical contexts, and practice principles. In: Barney KF, Perkinson MA, editors. Occupational therapy with aging adults promoting quality of life through collaborative practice. St. Louis: Elsevier; 2016. p. 1-12.
  2. ไพฑูรย์ เบ็จพรเลิศ. การประเมินภาวะกลืนลำบากโดยการใช้เครื่องมือ. ใน: ภัทรา วัฒนพันธ์, บรรณาธิการ. การฟื้นฟูสภาพการกลืน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561. หน้า25-44.
  3. ปิยะภัทร เดชพระธรรม. ปัญหาการกลืนในผู้สูงอายุ (Dysphagia in elderly). เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร 2556; 23(3):73-80.
  4. ภัทรา วัฒนพันธุ์. ภาวะกลืนลำบาก. ใน: ภัทรา วัฒนพันธ์, บรรณาธิการ. การฟื้นฟูสภาพการกลืน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561. หน้า1-24.
  5. Blanchard S, Barker JC. Oral health for aging adults. In: Barney KF, Perkinson MA, editors. Occupational therapy with aging adults promoting quality of life through collaborative practice. St. Louis: Elsevier; 2016. p. 196-213.
  6. Christmas C, Rogus-Pulia N. Swallowing disorders in the older population. J Am Geriatr Soc. 2019; (67):2643-9.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *