บทบาทของกายภาพบำบัดในผู้ป่วยเวียนศีรษะและมีความผิดปกติของการทรงตัว

คนทั่วไปมักจะยังไม่ทราบว่ากายภาพบำบัดสามารถช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะ โคลงเคลง ทรงตัวลำบากขณะยืนและเดิน เสี่ยงล้มได้ อาการเหล่านี้มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ทำให้เกิดความวิตกกังวลและซึมเศร้าเนื่องจากกลัวล้มและต้องคอยระวังการเคลื่อนไหวศีรษะและลำตัวที่จะไม่ให้กระตุ้นอาการเวียนศีรษะ (1, 2) ดังนั้น นักกายภาพบำบัดซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการรักษาความผิดปกติของการเคลื่อนไหว จะสามารถช่วยออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟูการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้ได้มากที่สุด

อาการเวียนศีรษะเป็นคำกว้างๆ ครอบคลุมอาการที่มีความรุนแรงต่างๆกันได้คือ (3)

  1. มีอาการเวียนศีรษะแต่ไม่มีความรู้สึกหมุน
  2. อาการบ้านหมุน รู้สึกว่าร่างกายหรือสิ่งแวดล้อมกำลังหมุน
  3. อาการโคลงเคลง รู้สึกไม่มั่นคงขณะนั่ง ยืน เดิน เสมือนอยู่บนเรือ

มีการสำรวจสาเหตุหลักของอาการ “เวียนศีรษะ” ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์แบบฉุกเฉิน แสดงดังแผนภาพ

แผนภาพแสดง การสำรวจสาเหตุหลักของอาการ “เวียนศีรษะ” ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์แบบฉุกเฉิน (4)

นอกจากนั้นยังมีสาเหตุอื่นที่พบว่าทำให้มีอาการเวียนศีรษะได้ เช่น ปัญหาสายตาในผู้สูงอายุ (5) อาการปวดคอร่วมกับเวียนศีรษะ (6, 7) และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (6) อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่สำคัญที่สุดของอาการ “เวียนศีรษะและมีความผิดปกติของการทรงตัว” ร่วมด้วยนั้นคือ  กลุ่มโรคของหูชั้นในที่ควบคุมระบบประสาทการทรงตัว (6) ประกอบด้วยความผิดปกติของส่วนต่างๆหลายชนิด ได้แก่ โรคบ้านหมุนจากตะกอนในหูชั้นในเคลื่อน โรคเส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ โรคเมนิแอร์หรือโรคความดันน้ำในหูผิดปกติ เนื้องอกของเส้นประสาททรงตัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ได้แก่ ประวัติการบาดเจ็บบริเวณกระดูกข้อต่อคอ โรคหลอดเลือดส่วนก้านสมองระยะเรื้อรัง และผู้สูงอายุที่มีภาวะล้มบ่อย (8-10) โดยการรักษาทางการแพทย์และกายภาพบำบัดจะแตกต่างกันตามสาเหตุ

บทบาทของนักกายภาพบำบัดเมื่อมีผู้ป่วยมาพบด้วยอาการเวียนศีรษะและมีความผิดปกติของการทรงตัวคือ

  1. การตรวจประเมินคัดกรองโรคและตัดสินใจวางแผนการรักษาทางกายภาพบำบัด หรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง
  2. การรักษาเพื่อลดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและฟื้นฟูการทรงตัว โดยการรักษาในผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกันขึ้นกับพยาธิสภาพของโรค และระยะการดำเนินโรค ดังนี้

– กายภาพบำบัดในผู้ป่วยบ้านหมุนจากสาเหตุตะกอนในหูชั้นในเคลื่อน

อาการบ้านหมุนที่เกิดจากตะกอนในหูชั้นในเคลื่อน เป็นภาวะหนึ่งในกลุ่มอาการเวียนศีรษะและการทรงตัวผิดปกติที่เกิดจากโรคของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน โดยมีตะกอนหลุดไปโดนพื้นที่ที่มีการส่งสัญญาณประสาทมากกว่าปกติ ตัวอย่างเช่น ปกติขณะที่เรานอนพลิกตัว สัญญาณประสาทจะบอกสมองว่าเรากำลังพลิกตัว แต่หากมีตะกอนแปลกปลอมหลุดในหูชั้นใน จะมีสัญญาณประสาทมากกว่าปกติ ส่งผลให้สมองรับรู้ว่าเรายังพลิกตัวอยู่ซ้ำๆ ทำให้เกิดอาการเหมือนมีบ้านหมุน (11, 12) ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดตะกอนเคลื่อนหลุดมีหลายอย่าง ตั้งแต่ ตะกอนเคลื่อนหลุดออกมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ตะกอนเคลื่อนหลุดหลังมีความผิดปกติของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นในอื่นๆมาก่อน ไทรอยด์ฮอร์โมนมากหรือน้อยเกินไป นอนไม่พอหลายๆวัน ผู้ป่วยที่นอนนานเกินไป เกิดอุบัติเหตุศีรษะถูกกระแทก และมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน กระดูกพรุน ข้อต่ออักเสบ และซึมเศร้า (13)

ผู้ป่วยภาวะบ้านหมุนเฉียบพลันมักไปที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล แพทย์จะซักประวัติและตรวจคัดกรองสาเหตุที่อันตรายโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองด้วยวิธีการต่างๆ หากไม่เข้าเกณฑ์โรคหลอดเลือดสมอง แพทย์จะตรวจเพื่อยืนยันโรคตะกอนหูชั้นในเคลื่อนหลุด (4, 14) และรักษาด้วยการจัดท่าศีรษะเพื่อเก็บตะกอนกลับเข้าที่ บางโรงพยาบาลแพทย์อาจส่งให้นักกายภาพบำบัดเป็นผู้รักษา ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และนัดติดตามอาการภายในระยะเวลา 1 วันถึง 1 เดือน (15) ในบางประเทศ ผู้ป่วยบ้านหมุนจะเข้ารับการรักษาที่คลินิกกายภาพบำบัดได้โดยตรง แต่ยังมีน้อยในประเทศไทย (7) โดยปกติอาการบ้านหมุนจะหายไปตั้งแต่วันแรกที่รักษา แต่ถ้าไม่หายก็ต้องนัดมาตรวจประเมินและจัดท่ารักษาซ้ำอีกครั้ง และหากรักษาแล้วสามครั้งยังไม่ดีขึ้น จะต้องส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูกเพราะอาจมีโรคอื่นของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน (16) หรืออาจเป็นโรคระบบประสาทการทรงตัวในสมองส่วนกลางซึ่งพบได้ร้อยละ 1-3 (17)

– กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเวียนศีรษะและการทรงตัวผิดปกติจากสาเหตุโรคของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน

ก่อนจะมีอาการเวียนศีรษะและโคลงเคลง ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและเสียการทรงตัวอย่างรุนแรงมาก่อน ซึ่งมีสาเหตุมาจาก เส้นประสาทการทรงตัวในหูชั้นในอักเสบเฉียบพลัน หรือโรคเมนิแอร์ (ภาวะความดันน้ำในหูผิดปกติ) เป็นต้น เมื่ออาการคงที่เข้าสู่ระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยอาจยังคงมีอาการเวียนศีรษะและโคลงเคลงเนื่องจากหูชั้นในยังทำงานผิดปกติ เนื่องจากการทรงตัวต้องมีการทำงานร่วมกันของหูชั้นในที่รับรู้การเคลื่อนไหวศีรษะและลำตัว สมองส่วนสั่งการควบคุมการทรงตัว ลูกตาจับภาพให้อยู่นิ่งขณะเคลื่อนไหวศีรษะ กระดูกและกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ทรงตัว ดังนั้น เมื่อหูชั้นในเกิดพยาธิสภาพจะไม่สามารถส่งสัญญาณประสาทเพื่อควบคุมการทรงตัวและการจับภาพให้นิ่งเหมือนปกติ ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะและโคลงเคลง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางคนอาจไม่ได้มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนหรือเสียการทรงตัวรุนแรงมาก่อน แต่เกิดอาการแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะโครงสร้างในหูชั้นในเสื่อม (18)

ในระยะเฉียบพลันผู้ป่วยจะมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและเสียการทรงตัวค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากระบบการทรงตัวข้างที่ไม่สูญเสียจะส่งสัญญาณประสาทการทำงานมากกว่าปกติ แพทย์จะใช้เครื่องมือทดสอบการทำงานของหูชั้นในเพื่อยืนยันโรค และให้ยากดระบบการทรงตัวไว้ก่อนเพื่อลดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง จากนั้น เมื่อผู้ป่วยมีอาการคงที่โดยไม่มีอาการบ้านหมุนแล้วแต่ยังเวียนศีรษะหรือรู้สึกโคลงเคลงอยู่ แพทย์จะปรับยาเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูระบบการทรงตัวร่วมกับส่งมารับการฝึกกายภาพบำบัด เพื่อเร่งการฟื้นตัว และป้องกันการเกิดอาการซ้ำ (19-21)

วิธีการทางกายภาพบำบัดในระยะฟื้นตัวนี้ (21) ประกอบด้วย

  1. การฝึกการเคลื่อนไหวโดยจ้องมองเป้าหมายร่วมกับหันศีรษะซ้าย-ขวาและก้ม-เงย
  2. การฝึกเพื่อให้ชินต่อการเคลื่อนไหวที่กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะ
  3. การฝึกการทรงตัวขณะยืนและเดิน ด้วยการฝึกยืนหลับตาบนพื้นฟูก ฝึกเดินร่วมกับหันศีรษะซ้าย-ขวา ก้ม-เงย
  4. การออกกำลังกายเพื่อความทนทานของระบบหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อ เช่น การเดินรอบบ้านหรือสวนสาธารณะ

รูปภาพแสดง การฝึกการเคลื่อนไหวโดยจ้องมองเป้าหมายร่วมกับหันศีรษะซ้าย-ขวา

รูปภาพแสดง การฝึกทรงตัวขณะยืน    ด้วยการฝึกยืนบนพื้นฟูก

รูปภาพแสดง การฝึกทรงตัวขณะเดิน   ด้วยการฝึกเดินร่วมกับหันศีรษะซ้าย-ขวา

สิ่งที่ยากในช่วงฟื้นฟูคือ การออกแบบโปรแกรมการฝึกที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือในการฝึกจากผู้ป่วย เนื่องจากการฟื้นฟูที่ได้ผลต้องฝึกให้มากพอโดยอาจต้องฝืนทำจนกระตุ้นอาการเวียนศีรษะน้อยๆในระหว่างฝึกแต่จะค่อยๆหายไปหลังฝึก (21) ทำให้ผู้ป่วยบางคนกลัว ไม่อยากเคลื่อนไหวศีรษะและร่างกายมากจนกระตุ้นอาการเวียนศีรษะ จึงมักเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางและเดินแบบเกร็งคอและร่างกายซึ่งในระยะยาวทำให้ร่างกายไม่ฟื้นตัวและมีภาวะแทรกซ้อนคือ ปวดคอร่วมกับมึนศีรษะเนื่องจากกล้ามเนื้อคอตึงรั้ง (22, 23) ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อคออีก ดังนั้น หากผู้ป่วยเข้าใจวิธีฝึกที่ถูกต้องจะช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพและใช้เวลาไม่นาน นอกจากนั้น การนอนหลับเพียงพอ การจัดการความเครียดก็ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูเช่นกัน (24)

– กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเวียนศีรษะและมีความผิดปกติของการทรงตัวจากสาเหตุอื่น

บางครั้งผู้ป่วยเวียนศีรษะและมีความผิดปกติของการทรงตัวอาจมาพบนักกายภาพบำบัดในรูปแบบคล้ายกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมซึ่งมีอาการปวดคอร่วมกับมึน เวียนศีรษะโดยอาจไม่ทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นในหรือไม่ (23) นักกายภาพบำบัดจะตรวจประเมินเพื่อแยกปัญหาว่าอาการที่เป็นเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหูชั้นในทำงานผิดปกติ หรือกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อคออักเสบซึ่งพบมากในผู้ที่มีประวัติการบาดเจ็บของกระดูกข้อต่อคอ (22) หรือบางคนอาจมีอาการเกิดจากทั้งสองสาเหตุร่วมกัน เมื่อวินิจฉัยได้ถูกต้องจะทำให้วางแผนการรักษาทางกายภาพบำบัดได้เหมาะสม หรืออาจส่งต่อแพทย์เพื่อรับการรักษาอื่นๆด้วย

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอร่วมกับเวียนศีรษะบางคน อาจจะมีประวัติปวดศีรษะไมเกรนร่วมกับปัญหาการทรงตัว เนื่องจากมีสารเคมีในสมองระหว่างส่วนรับความรู้สึกเจ็บปวดกับระบบการทรงตัวที่ผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะร่วมกับเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน โคลงเคลง หรือบ้านหมุน (9) กรณีนี้นอกจากตรวจประเมินกระดูกและกล้ามเนื้อคอแล้ว นักกายภาพบำบัดจะตรวจประเมินการทรงตัวด้วย เป้าหมายของการรักษาคือช่วยลดปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อคอ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูระบบการทรงตัว ตลอดจนแนะนำการจัดการความเครียดที่เป็นตัวกระตุ้นอาการ (25)

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดส่วนก้านสมองระยะเรื้อรัง (โดยเฉพาะส่วนสมองน้อย) ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 15 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดจะมีปัญหาการทรงตัวโดยอาจมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย (26) นักกายภาพบำบัดสามารถช่วยผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ในระยะเรื้อรัง แต่ในระยะเฉียบพลันของผู้ป่วยจะมีอาการบ้านหมุนและทรงตัวไม่ได้เลย ในระยะเฉียบพลันผู้ป่วยมักไปพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองแยกปัญหาระหว่างรอยโรคที่สมองและระบบการทรงตัวของหูชั้นในและให้การรักษาที่เหมาะสมจนอาการคงที่เข้าสู่ระยะที่ควรได้รับการฟื้นฟู นักกายภาพบำบัดจึงจะออกแบบโปรแกรมการรักษาเพื่อลดอาการเวียนศีรษะและฟื้นฟูระบบการทรงตัวควบคู่ไปกับโปรแกรมการรักษาโรคหลอดเลือดสมองด้วยท่าออกกำลังกายที่เฉพาะกับผู้ป่วยแต่ละราย (27)

สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบว่าปัญหาการทรงตัวมักเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันคือ อาการเวียนศีรษะจากโรคของระบบประสาทการทรงตัว ร่วมกับโรคข้อเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบประสาทรับสัมผัสฝ่าเท้าเสื่อม โรคทางสมอง ผู้สูงอายุจะไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่คล่องตัว เช่น ไม่สามารถหมุนตัวกลับหลังหันอย่างเร็ว เดินเซเมื่อต้องหันมองดูระหว่างทางหรือก้มเงยมองดูสิ่งแวดล้อม อาการเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มได้ อาการของผู้สูงอายุมักเกิดจากระบบประสาทรับสัมผัสและสั่งการที่ควบคุมการทรงตัวเสื่อมตามวัย หลอดเลือดฝอยเสื่อมทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงหูชั้นในลดลงซึ่งพบมากในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ร่วมกับการรับรู้ข้อต่อ การมองเห็น และการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ทรงตัวเสื่อมลง ทำให้หกล้มง่าย (5) นักกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการประเมินความเสี่ยงและการป้องกันล้มในผู้สูงอายุ และออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูระบบการทรงตัวด้วยการส่งเสริมการสร้างร่างแหหลอดเลือดใหม่ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังส่วนปลาย ฝึกการทรงตัว และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

 

โดยสรุป บทบาทของกายภาพบำบัดในผู้ป่วยเวียนศีรษะและความผิดปกติของการทรงตัวเริ่มด้วยการตรวจประเมินคัดกรองโรคเพื่อพิจารณาว่าจะรักษาหรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง หากผู้ป่วยอยู่ในสถานะที่นักกายภาพบำบัดสามารถให้การรักษาได้ เป้าหมายคือ ลดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ฟื้นฟูการทรงตัวและการเคลื่อนไหวให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้ได้มากที่สุด ด้วยการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายตามพยาธิสภาพ โดยผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการทำกายภาพบำบัดซึ่งจะช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพ ใช้เวลาไม่นาน ป้องกันล้ม ลดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Kwong EC, Pimlott NJ. Assessment of dizziness among older patients at a family practice clinic: a chart audit study. BMC Fam Pract. 2005;6(1):2.
  2. Yardley L, Owen N, Nazareth I, Luxon L. Prevalence and presentation of dizziness in a general practice community sample of working age people. Br J Gen Pract. 1998;48(429):1131-5.
  3. Bisdorff AR, Staab JP, Newman-Toker DE. Overview of the International Classification of Vestibular Disorders. Neurol Clin. 2015;33(3):541-50, vii.
  4. Spiegel R, Kirsch M, Rosin C, Rust H, Baumann T, Sutter R, et al. Dizziness in the emergency department: an update on diagnosis. Swiss Med Wkly. 2017;147:w14565.
  5. Barin K, Dodson EE. Dizziness in the elderly. Otolaryngol Clin North Am. 2011;44(2):437-54, x.
  6. Bösner S, Schwarm S, Grevenrath P, Schmidt L, Hörner K, Beidatsch D, et al. Prevalence, aetiologies and prognosis of the symptom dizziness in primary care – a systematic review. BMC Fam Pract. 2018;19(1):33.
  7. Parker IG, Hartel G, Paratz J, Choy NL, Rahmann A. A Systematic Review of the Reported Proportions of Diagnoses for Dizziness and Vertigo. Otol Neurotol. 2019;40(1):6-15.
  8. Fotuhi M, Glaun B, Quan SY, Sofare T. Vestibular migraine: a critical review of treatment trials. J Neurol. 2009;256(5):711-6.
  9. Furman JM, Marcus DA, Balaban CD. Vestibular migraine: clinical aspects and pathophysiology. Lancet Neurol. 2013;12(7):706-15.
  10. Reiley AS, Vickory FM, Funderburg SE, Cesario RA, Clendaniel RA. How to diagnose cervicogenic dizziness. Arch Physiother. 2017;7:12.
  11. Hall SF, Ruby RR, McClure JA. The mechanics of benign paroxysmal vertigo. J Otolaryngol. 1979;8(2):151-8.
  12. Schuknecht HF. Positional vertigo: clinical and experimental observations. Trans Am Acad Ophthalmol Otolaryngol. 1962;66:319-32.
  13. Balatsouras DG, Koukoutsis G, Fassolis A, Moukos A, Apris A. Benign paroxysmal positional vertigo in the elderly: current insights. Clin Interv Aging. 2018;13:2251-66.
  14. Lo AX, Harada CN. Geriatric dizziness: evolving diagnostic and therapeutic approaches for the emergency department. Clin Geriatr Med. 2013;29(1):181-204.
  15. Bhattacharyya N, Gubbels SP, Schwartz SR, Edlow JA, El-Kashlan H, Fife T, et al. Clinical Practice Guideline: Benign Paroxysmal Positional Vertigo (Update). Otolaryngol Head Neck Surg. 2017;156(3_suppl):S1-s47.
  16. Chen G, Zhao X, Yu G, Jian H, Li Y, Xu G. Otolith dysfunction in recurrent benign paroxysmal positional vertigo after mild traumatic brain injury. Acta Otolaryngol. 2019;139(1):18-21.
  17. Rupa V. Persistent vertigo following particle repositioning maneuvers: an analysis of causes. Arch Otolaryngol Head Neck Surg. 2004;130(4):436-9.
  18. Herdman SJ, Clendaniel R. Vestibular rehabilitation: FA Davis; 2014.
  19. Hain TC, Uddin M. Pharmacological treatment of vertigo. CNS Drugs. 2003;17(2):85-100.
  20. Hain TC, Yacovino D. Pharmacologic treatment of persons with dizziness. Neurol Clin. 2005;23(3):831-53, vii.
  21. Hall CD, Herdman SJ, Whitney SL, Cass SP, Clendaniel RA, Fife TD, et al. Vestibular Rehabilitation for Peripheral Vestibular Hypofunction: An Evidence-Based Clinical Practice Guideline: FROM THE AMERICAN PHYSICAL THERAPY ASSOCIATION NEUROLOGY SECTION. J Neurol Phys Ther. 2016;40(2):124-55.
  22. Kristjansson E, Treleaven J. Sensorimotor function and dizziness in neck pain: implications for assessment and management. J Orthop Sports Phys Ther. 2009;39(5):364-77.
  23. van Leeuwen RB, van der Zaag-Loonen H. Dizziness and neck pain: a correct diagnosis is required before consulting a physiotherapist. Acta Neurol Belg. 2017;117(1):241-4.
  24. Lacour M, Bernard-Demanze L. Interaction between Vestibular Compensation Mechanisms and Vestibular Rehabilitation Therapy: 10 Recommendations for Optimal Functional Recovery. Front Neurol. 2014;5:285.
  25. Whitney SL, Alghwiri A, Alghadir A. Physical therapy for persons with vestibular disorders. Curr Opin Neurol. 2015;28(1):61-8.
  26. Kruger E, Teasell R, Salter K, Foley N, Hellings C. The rehabilitation of patients recovering from brainstem strokes: case studies and clinical considerations. Top Stroke Rehabil. 2007;14(5):56-64.
  27. Brown KE, Whitney SL, Marchetti GF, Wrisley DM, Furman JM. Physical therapy for central vestibular dysfunction. Arch Phys Med Rehabil. 2006;87(1):76-81.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *