โรคอ้วนในเด็ก

ภาวะอ้วน เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน เป็นผลจากความไม่สมดุลกันระหว่างพลังงานที่ได้รับกับพลังงานที่เผาผลาญ ทำให้เกิดการสะสมพลังงานในรูปของไตรกลีเซอไรด์ในเนื้อเยื่อไขมัน 1,4,6

 สาเหตุของโรคอ้วนในเด็กนักเรียน 2 

  • การกินในปริมาณที่มากกว่าพลังงานที่ใช้ไป
  • ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน มักนั่ง ๆ นอน ๆ ใช้เวลากับการเล่นวิดีโอเกม ดูทีวี เล่นไอแพดเป็นเวลานาน
  • ขาดการออกกำลังกาย

ปัจจัยภายใน เช่น จากพันธุกรรม หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับฮอร์โมน หรือ ต่อมไร้ท่อ เช่น โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์, ขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone), Cushing’s syndrome , มีความผิดปกติของการหลั่งอินซูลิน หรือโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่มีภาวะนํ้าหนักเกินเป็นหนึ่งในอาการแสดงของโรคเช่น Prader-Willi Syndrome

รู้ได้อย่างไรว่า…..มีภาวะโรคอ้วน 3,6-7

ปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากโรคอ้วนในเด็กนักเรียน 4,5-6

  • มีอาการนอนกรน
  • ความดันสูงไขมันในเลือดสูง เสี่ยงต่อภาวะโรคหัวใจได้
  • โรคเบาหวาน ซึ่งพบบ่อยในเด็กอ้วน โดยเฉพาะเด็กที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
  • ขาดความมั่นใจในตัวเอง เพราะถูกเพื่อนล้อ และอาจมีอาการซึมเศร้า
  • อาจพบว่ามีการติดเชื้อราตามข้อพับต่าง ๆ ได้บ่อย
  • ในเด็กโตเพศหญิงจะเสี่ยงต่อภาวะที่รังไข่สร้างฮอร์โมนเพศชายออกมามากเกินไปทำให้ไข่ไม่ตกสังเกตได้จากเด็กประจำเดือนมาผิดปกติ ขนดกและสิวเยอะ

เด็กและวัยรุ่นที่อ้วนพบว่ามีความผิดปกติของกระดูกและข้อ ร้อยละ 50-70 เด็กอ้วนจะมีอาการปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ              เช่น กระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า มีการเคลื่อนไหวลดลง เท้าแบนทำให้เดินลำบากและมีท่าเดินที่ผิดปกติทำให้เกิดความผิดปกติของข้อที่รับน้ำหนัก โดยเฉพาะข้อเข่า ปัญหาของข้อเข่าที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ เข่าโก่ง เด็กเล็กที่เป็นโรคอ้วนจะมีเข่าโก่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดจากน้ำหนักตัวทำอันตรายต่อแผ่นเยื่อเจริญกระดูกเข่าด้านใน

 การช่วยเหลือให้เด็กลดน้ำหนัก6

  • ควบคุมปริมาณอาหารของเด็ก รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยเพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและของทอด
  • ให้เด็กนอนให้เพียงพอ
  • จำกัดเวลาที่ใช้กับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะทำให้เด็กนั่งอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไหว แนะนำว่าเด็กเล็ก 2-5 ขวบไม่ควรอยู่กับหน้าจอเกินหนึ่งชั่วโมงต่อวัน
  • ออกกำลังกายที่เหมาะสม และเพิ่มกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวทำร่วมกับผู้ปกครอง

 

“3 ปัจจัยร่วมของสูตรสำเร็จของการดูแลการลดน้ำหนัก” 7

ลดการบริโภค เพิ่มการเคลื่อนไหว และปรับพฤติกรรม

การออกกำลังกายที่เหมาะสมต้องคำนึงถึง6-7

  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • ความเหนื่อย
  • อาการปวดบริเวณข้อต่อของเด็ก
  • ระยะเวลา
  • ความหนักของกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ความบ่อย
  • การอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย
  • การผ่อนคลายร่างกายหลังการออกกำลังกาย

ข้อควรระวัง ในการออกกำลังกายสำหรับเด็ก6-7

  1. ควรจะเริ่มกิจกรรมออกกำลังกายในแต่ละวันเป็นประเภทเบา ๆ ก่อนและค่อย ๆ เพิ่มระดับไปเป็นปานกลาง
  2. ภาวะที่เด็กเป็นไข้ เด็กที่มีอาการตัวร้อนห้ามออกกำลังกาย
  3. ภาวะขาดน้ำในร่างกาย เด็กที่มีอาการถ่ายเหลว หรืออาเจียนมาก ๆ มีอาการอ่อนเพลียมาก ควรงดกิจกรรมการเล่นของเด็ก ไม่ควรให้เด็กออกแรงเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป
  4. ควรระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายคำนึงถึงความปลอดภัยและลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง
  5. ควรออกกำลังกายในสภาพอากาศที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในขณะที่อากาศร้อนจัด มีแสงแดดมาก ๆ

แนะนำกิจกรรมการออกกำลังกาย 7-9

เริ่มต้นออกกำลังกายครั้งแรกประเภทเบา ๆ ก่อน เช่น การเดินเพื่อเตรียมความพร้อม และปรับสภาพร่างกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสมความเหนื่อยควรอยู่ที่ระดับปานกลาง คือ สามารถพูดกับคนข้าง ๆ ได้รู้เรื่อง เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้วจึงค่อยเพิ่มความหนักและระยะเวลา สำหรับเด็กที่ไม่สามารถออกกำลังกายต่อเนื่องได้ 60 นาที สามารถสะสมเวลาได้ครั้งละ 10 หรือ 20 นาที จนครบ 60 นาที ใน 1 วัน จากนั้นเพิ่มเวลาให้นานขึ้น เมื่อร่างกายปรับสภาพได้แล้ว จึงค่อยออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ ที่ชื่นชอบ

ออกกำลังกายด้วย การเดินช้า ๆ จากนั้นเพิ่มเป็นการเดินเร็วแต่ใช้เวลาสั้น แล้วค่อยเพิ่มเวลาให้นานขึ้น เมื่อร่างกายปรับสภาพได้แล้ว

ออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ เช่น การว่ายน้ำ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อต่อไม่ให้มีอาการปวด ในกรณีที่เด็กอาจมีอาการปวดหรือมีการบาดเจ็บที่ข้อต่อเกิดขึ้น

ออกกำลังกายร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เช่น ปั่นจักรยาน

ออกกำลังกายเป็นกลุ่มร่วมกับเพื่อน เช่น เตะฟุตบอล เพื่อสร้างความมั่นใจในตนเองในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

เรียบเรียงโดย ก.ภ.สรญา สระทองเทียน

เอกสารอ้างอิง

  1. Kantachuvessiri A. Obesityin Thailand. J Med Assoc Thai Journal of medical association of Thailand; 2005;88(4):554-562
  2. Ismail NP, Festus KK , Jane WK, Jane W KamauVincent OO. Prevalence of overweight and obesity among   primary school children aged  8–13 years in Dares Salaam City, Tanzania.  Adv Prev Med.Preventive Medicine  2016.
  3. Caprio S, Daniels SR, Drewnowski A, Kaufman FR., Palinkas LA., Rosenbloom AL, et al. Influence of race, ethnicity, and culture on childhood obesity: Implications for prevention and treatment. A consensus statement of shaping America’s health and the obesity society. Diabetes Care (NLM Title Abbreviation:Diabetes Care). 2008; 31(11):2211-21.
  4. ปุลวิชช์ ทองแตง, จันทร์จิรา สีสว่าง. ภาวะนํ้าหนักเกินในเด็กไทย. Rama Nurs J. 2012; 18(3):287-297.
  5. Davison KK, Birch L.L. Childhood overweight. A contextual model and recommendations for future Research: Obes Rev. Obesity Reviews 2001; 2(3):159-171.
  1. Lobstein T, Baur L, Uauy R. Obesity in children and young people: a crisis in public health: Obes Rev. 2004; 5(Suppl 1):4–104.
  2. พรวิภา ดาวดวง, ใจรัก ลอยสงเคราะห์, บรรณาธิการ. แนวทางการควบคุมป้องกันภาวะอ้วนในเด็กนักเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2557.
  1. Andrew PH, Lars BA, Nuala MB. Physical activity and obesity in children: Br J Sports Med. 2011; 45:866–870.
  2. Ladda M, Sukajan P, Chaon J, Areeruk P. Effects of a controlled trial of a school-based exercise program on the obesity indexes of preschool children: Am J Clin Nutr. 1998;68:1006-11.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *