ภาวะเท้าแบนในเด็ก

เมื่อเด็กเจริญเติบโตถึงวัยที่เริ่มเกาะยืน ยืนและเดิน ผู้ปกครองอาจจะสังเกตเห็นเท้าของเด็กมีลักษณะอุ้งเท้าด้านในแบนราบติดพื้นหรือมีโค้งอุ้งเท้าด้านในน้อยจากท่ายืนหรือสังเกตได้จากเด็กย่ำน้ำมาแล้วเหยียบบนพื้นแห้ง อาจทำให้ท่านเกิดความกังวลเกี่ยวกับลักษณะรูปเท้าดังกล่าวว่าจะส่งผลต่อการยืนและเดินของเด็กหรือไม่ แล้วจะส่งผลอะไรต่อเด็กในอนาคตหรือเปล่า บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของขาและเท้ารวมถึงภาวะเท้าแบนในเด็กกันครับ

การเจริญเติบโตของขาและเท้า

แรกเกิดการเจริญของขาเด็กจะมีลักษณะโก่งออก (bow legs) เล็กน้อยตลอดจนเด็กมีอายุประมาณ 2 ปีจากนั้นขาของเด็กจะเจริญและปรับแนวขามาอยู่ในลักษณะเข่าหุบชิดกัน (knock knees) จากนั้นแนวขาของเด็กจะเจริญเข้าสู่แนวตรงเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 7 ปี1

อุ้งเท้าตามแนวยาวทางด้านใน (medial longitudinal arch) จะเริ่มแสดงให้เห็นในช่วงอายุระหว่าง 2-3 ปี และพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ (สูงขึ้น) เมื่อเด็กโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียน1 โดยจุดสูงสุดของโค้งกระดูกเท้า (keystone of foot) เมื่อพัฒนาเต็มที่จะสูงจากพื้นประมาณ 18-20 มิลลิเมตร2 ซึ่งในเด็กเล็กที่มีอายุก่อน 2 ปีจะไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กเท้าแบนหรือไม่เนื่องจากในเท้าของเด็กเล็กจะมีเนื้อเยื่อไขมัน (fat pad) เป็นส่วนมากเนื่องจากยังไม่ค่อยได้ยืน เดินหรือลงน้ำหนักที่เท้า1 อุ้งเท้าด้านในจะช่วยรองรับน้ำหนักของร่างกายขณะยืนและช่วยกระจายน้ำหนักขณะเดินได้อย่างเหมาะสม3

รูปลักษณะการลงน้ำหนักเท้าที่มีอุ้งเท้าปกติ (ซ้าย) และการลงน้ำหนักเท้าที่มีภาวะเท้าแบน (ขวา)

 

ภาวะเท้าแบนคืออะไร

ภาวะเท้าแบนคือภาวะที่อุ้งเท้าตามแนวยาวทางด้านใน (medial longitudinal arch) สัมผัสพื้นหรือส่วนโค้งของอุ้งเท้าน้อยกว่าปกติ1, 3 ทำให้น้ำหนักของร่างกายตกลงที่บริเวณด้านในของอุ้งเท้ามากกว่าปกติซึ่งเป็นการลงน้ำหนักที่ไม่เหมาะสม จากลักษณะเท้าแบนดังกล่าวสามารถส่งผลให้เข่าทั้ง 2 ข้างมีลักษณะหุบชิดเข้าด้านในมากกว่าปกติได้4

รูปแสดงลักษณะขาที่มีลักษณะเข่าทั้ง 2 ข่างหุบชิดเข้าหากัน

เท้าแบนแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  1. เท้าแบนแบบยืดหยุ่น (flexible flat foot) คือ ลักษณะที่มีภาวะเท้าแบนเมื่อยืนลงน้ำหนักที่เท้า แต่เมื่อไม่ได้ลงน้ำหนักที่เท้าจะเห็นโค้งอุ้งเท้าปกติ ลักษณะเท้าแบนแบบยืดหยุ่นนี้มักเป็นมาแต่กำเนิด ในเด็กโตที่มีภาวะเท้าแบนแบบยืดหยุ่นมักพบภาวะเอ็นร้อยหวายหดสั้นร่วมด้วย1 โดยการแก้ไขสามารถทำได้ด้วยการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการได้รับคำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ช่วยเสริมซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป
  2. เท้าแบนแบบโครงสร้างเท้าติดแข็ง (rigid flat foot) คือ ลักษณะที่มีโค้งของอุ้งเท้าน้อยกว่าปกติตลอดเวลาแม้จะอยู่ในท่ายืนลงน้ำหนักที่เท้าหรือไม่ได้ยืนลงน้ำหนักที่เท้าก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อปรับรูปเท้าให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสม1 หากลักษณะเท้าแบนนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น ทำให้เกิดการผิดรูปของเข่ามากขึ้นหรือส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน

 

สาเหตุของภาวะเท้าแบนเกิดจากอะไร

ภาวะเท้าแบนสามารถเกิดได้ทั้งจากกรรมพันธุ์หรือเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ เช่น ภาวะน้ำหนักเกินของเด็กหรือภาวะเอ็นข้อหย่อนในเด็กที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากครอบครัว1 รวมถึงการนั่งในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น มีงานศึกษาหนึ่งพบว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถส่งเสริมให้เด็กมีภาวะเท้าแบนได้คือการนั่งท่า w-sitting เนื่องจากท่านั่ง w-sitting จะส่งเสริมทำให้แนวเข่าหมุนเข้าหากันจึงทำให้ต้องมีการลงน้ำหนักด้านในฝ่าเท้ามากขึ้นขณะยืนหรือเดิน5

รูปแสดงการนั่งท่า w-sitting

 

ภาวะเท้าแบนส่งผลอะไรต่อเด็กบ้าง

  1. เกิดอาการปวดบริเวณอุ้งเท้าด้านใน1, 6
  2. เกิดการบาดเจ็บของโครงสร้างอุ้งเท้าขณะยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานานเนื่องจากการลงน้ำหนักที่เท้าไม่เหมาะสมทำให้เท้าไม่สามารถกระจายน้ำหนักตัวได้ดี
  3. ส่งผลต่อการเดินที่สามารถทำให้เท้ามีลักษณะปัดออกด้านนอกหรือปัดเข้าด้านใน
  4. ในเด็กที่มีภาวะเท้าแบนและมีน้ำหนักตัวมาก ปัจจัยด้านน้ำหนักตัวจะส่งผลทำให้เท้าแบนมากขึ้นและส่งผลต่ออาการปวดหรือการบาดเจ็บที่อุ้งเท้าหรือเข่าด้านในได้มากกว่าเด็กที่น้ำหนักตัวเหมาะสมกับวัย
  5. การที่มีอุ้งเท้าที่แบน 2 ข้างที่ไม่เท่ากันทำให้ยืนลงน้ำหนักเท้า 2 ข้างไม่เท่ากันจะส่งผลต่อแนวของกระดูกสันหลังซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมทำให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังคดได้
  6. ส่งผลต่อการทรงท่าที่ไม่เหมาะสมทำให้บุคลิกภาพไม่ดี
  7. การกระจายน้ำหนักที่เท้าขณะยืนและเดินไม่เหมาะสมทำให้มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เด็กเดินได้ระยะทางไม่ไกลมักบ่นเจ็บฝ่าเท้า

กายภาพบำบัดช่วยอะไรได้บ้าง

  1. ลดปวดในรายที่มีอาการปวดของเข่าด้านในและอุ้งเท้า
  2. ให้การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในอุ้งเท้าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้

รูปแสดงตัวอย่างการออกกำลังกายกล่ามเนื้อในอุ้งเท้า

  1. ให้การออกกำลังกายกล้ามเนื้อบริเวณรอบเข่าเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้จากการที่มีแนวของเข่าทั้ง 2 ข้างหุบชิดเข้าหากัน
  2. ให้การออกกำลังกายกล้ามเนื้อกางสะโพกทั้ง 2 ข้างเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและเป็นตัวช่วยให้การดึงให้เข่าทั้ง 2 ข้างหุบชิดเข้าหากันลดน้อยลง
  3. ให้การรักษาด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดโดยการพันผ้าเทปชนิดไม่ยืดหยุ่น (rigid tape) และผ้าเทปชนิดยืดหยุ่น (elastic tape) เพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้าด้านในในเด็กกลุ่มเท้าแบนแบบยืดหยุ่น (flexible flat foot)7
  4. ในเด็กที่มีภาวะเท้าแบนร่วมกับเอ็นร้อยหวายหดสั้น กล้ามเนื้อน่องทั้ง 2 ข้างจะมีความตึงตัวมากกว่าปกติ นักกายภาพบำบัดสามารถใช้เทคนิคการรักษาทางกายภาพบำบัดในการทำให้กล้ามเนื้อน่องคลายตัวลงได้ ยกตัวอย่างเช่น การประคบอุ่นและการยืดกล้ามเนื้อ เป็นต้น หากในเด็กเล็กนักกายภาพบำบัดจะสอนผู้ปกครองเพื่อช่วยยืดกล้ามเนื้อให้เด็กได้

รูปแสดงตัวอย่างท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง

  1. ให้คำแนะนำเรื่องของรองเท้าและแผ่นเสริมในรองเท้าแต่ละบุคคลเพื่อปรับให้รูปเท้าอยู่ในลักษณะที่เหมาะสมต่อการยืนและเดิน

รูปแสดงตัวอย่างลักษณะของแผ่นเสริมอุ้งเท้าด้านใน

  1. ให้คำแนะนำรวมถึงการรักษาด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดเพื่อปรับท่าทางบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสมอันเกิดขึ้นมาจากสาเหตุของการลงน้ำหนักเท้าขณะยืนและเดินที่ไม่เท่ากัน

ลักษณะเท้าแบนอาจไม่ได้ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดในบางรายแต่สามารถส่งผลต่อการลงน้ำหนักขณะยืนและเดินซึ่งการลงน้ำหนักเท้าที่ไม่เท่ากันซึ่งส่งผลต่อแนวกระดูกสันหลังและแนวของขาทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นได้และยังสามารถส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของเด็กได้8 หากผู้ปกครองท่านใดสังเกตบุตรหลานของท่านแล้วมีข้อสงสัยว่าเด็กมีลักษณะเท้าแบนหรือไม่ สามารถพาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดเด็กเพื่อตรวจประเมินเท้ารวมถึงได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลได้ครับ

เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ 

References

  1. Johnston L, Eastwood D, Jacobs B. Variations in normal gait development. Paediatr Child Health. 2014;24(5):204-7.
  2. Moore KL, Dalley AF. Clinically oriented anatomy. 6th ed. Haryana: Wolters kluwer india Pvt Ltd; 2010.
  3. Nurzynska D, Di Meglio F, Castaldo C, Latino F, Romano V, Miraglia R, et al. Flatfoot in children: anatomy of decision making. Ital J Anat Embryol. 2012;117(2):98.
  4. Lin C-J, Lin S-C, Huang W, Ho C-S, Chou Y-L. Physiological knock-knee in preschool children: prevalence, correlating factors, gait analysis, and clinical significance. J Child’s Orthop. 1999;19(5):650.
  5. Chen K-C, Yeh C-J, Tung L-C, Yang J-F, Yang S-F, Wang C-H. Relevant factors influencing flatfoot in preschool-aged children. Eur J Pediatr. 2011;170(7):931-6.
  6. Irving DB, Cook JL, Young MA, Menz HB. Obesity and pronated foot type may increase the risk of chronic plantar heel pain: a matched case-control study. BMCMusculoskelet Disord. 2007;8(1):1-8.
  7. TaweekarnVannajak P, Vannajak K, Somwarn K, Panjaparanurak A, Chantharungsi A. The effect of rigid tape and elastic tape on navicular height and gait in people with flexible flat feet. Srinagarind Med J-ศรีนครินทร์ เวช สาร. 2018;33(1):56-63.
  8. López DL, Prego MÁB, Constenla AR, Canosa JLS, Casasnovas AB, Tajes FA. The impact of foot arch height on quality of life in 6-12 year olds. Colomb Med. 2014;45(4):168-72.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *