การสะพายเป้ในวัยเรียน มีความสำคัญอย่างไร

ในปัจจุบันนี้ สถานศึกษาและโรงเรียนบางแห่งมักไม่อนุญาตให้เด็กเก็บหนังสือหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ไว้ที่โรงเรียน อาจเนื่องมาจากปัจจัยทางด้านสถานที่ ห้องเรียนที่มีจำกัด หรือมีการเปลี่ยนวนห้องเรียนไปเรื่อย ๆ  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เด็ก ๆ ต้องเคลื่อนย้ายสัมภาระอยู่บ่อยครั้ง เด็กหลายคนใช้วิธีการสะพายกระเป๋าไปโรงเรียน และอาจต้องสะพายสัมภาระนั้นระหว่างที่อยู่ในโรงเรียนอีกด้วย เมื่อรวมน้ำหนักของหนังสือและสัมภาระที่ต้องสะพายนั้นอาจไม่น้อยเลยทีเดียว1 ซึ่งการสะพายกระเป๋าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดในเด็กนักเรียน จากการศึกษาที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัจจัยของกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดในเด็กวัยเรียน พบว่ามีสาเหตุมาจากการใช้กระเป๋าสะพายที่ไม่เหมาะสม กระเป๋ามีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้เมื่อสะพายเป็นเวลานานจึงเกิดอาการปวดขึ้นมาได้2

ลักษณะกระเป๋าสะพายที่เหมาะสม ควรเป็นอย่างไร

  1. ขนาดของกระเป๋า ไม่ควรกว้างหรือสูงเกินตัวเด็ก โดยสังเกตขนาดได้จากตอนนั่งเก้าอี้ กระเป๋าไม่ควรสูงเกินบ่าและไม่กว้างเกินไหล่ของเด็ก และแนบกับหลังได้พอดี6
  2. สายสะพายของกระเป๋าควรมีความกว้างและมีวัสดุเสริม เช่น ฟองน้ำ เพื่อกระจายแรงกดบริเวณบ่า และควรปรับความยาวสายให้ขณะสะพายแล้วก้นกระเป๋าไม่ต่ำกว่าระดับเอว6
  3. ควรมีสายคาดบริเวณเอวเพื่อช่วยให้กระเป๋ากระชับกับหลัง ขณะเดินหรือวิ่งกระเป๋าจะได้ไม่แกว่งไปมา ช่วยลดการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบ่าและหลัง6

รูปที่ 1-2 แสดงลักษณะกระเป๋าสะพายที่เหมาะสม

เมื่อเลือกกระเป๋าที่เหมาะสมแล้ว ควรพิจารณาในเรื่องใดอีกหรือไม่

  1. น้ำหนักของกระเป๋ารวมสัมภาระด้านในไม่ควรเกิน 10-15% ของน้ำหนักตัวผู้ใช้ เช่น เด็กน้ำหนัก 30 กิโลกรัม น้ำหนักของกระเป๋าสะพายไม่ควรเกิน 3-4.5 กิโลกรัม4-7
  2. ขณะสะพายกระเป๋า ควรย้ำเตือนให้เด็กสะพายทั้งสองข้าง เพื่อให้น้ำหนักกระจายลงที่บ่าทั้งสองข้างแบบสมดุล5
  3. จัดกระเป๋าโดยนำของที่มีน้ำหนักมากไว้ใกล้ตัว ส่วนของที่เบาใส่ไว้ไกลตัว และควรจัดกระเป๋าทุกวันเพื่อนำของที่ไม่จำเป็นออก
  4. สังเกตขณะสะพายกระเป๋า : เมื่อสังเกตจากด้านข้าง ศีรษะและลำตัวควรอยู่ในแนวตรง ไม่ควรเกิดการก้มคอ หลังโค้งไปด้านหน้า เข่าแอ่น

รูปที่ 3 แสดงลักษณะการทรงท่าที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ในขณะสะพายกระเป๋า

ผลเสียของการสะพายกระเป๋าที่หนักไปโรงเรียน

  1. ปวดคอบ่า หรือหลังส่วนล่าง เนื่องจากสายกระเป๋าที่หนักกดทับกล้ามเนื้อบริเวณบ่า และกล้ามเนื้อตั้งแต่คอไปจนถึงหลังส่วนล่างทำงานหนักเกินไป ซึ่งถ้าเกิดอาการปวดตั้งแต่เด็ก จะส่งผลให้ในอนาคตจะกลับมาปวดที่เดิมได้บ่อยครั้ง2-4

รูปที่ 4 แสดงบริเวณที่มักเกิดอาการปวดจากการสะพายกระเป๋า

  1. ถ้าเด็กชอบสะพายกระเป๋าข้างเดียวเป็นประจำ กล้ามเนื้อหลังทั้งสองข้างจะทำงานไม่เท่ากัน การเปลี่ยนแปลงการทำงานนี้ส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังคดตามมาได้4, 5

รูปที่ 5 แสดงลักษณะของกระดูกสันหลังคดเมื่อสะพายกระเป๋าข้างเดียวเป็นประจำ

  1. ถ้ากระเป๋าหนักเกินไป เด็กมักจะโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อความสมดุลของน้ำหนัก ทำให้หลังโค้งงอมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อการคดของกระดูกสันหลัง และเกิดการบาดเจ็บตามมาได้3, 6, 7

รูปที่ 6 แสดงลักษณะการโค้งมากกว่าปกติของกระดูกสันหลัง

  1. บุคลิกภาพไม่เหมาะสม เนื่องมาจากท่าทางขณะสะพายกระเป๋า ทำให้ตำแหน่งการลงน้ำหนักของแต่ละข้อต่อเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ส่งผลต่อโครงสร้างของร่างกาย และพัฒนาการของข้อต่อในอนาคต4, 6, 7

เมื่อสะพายกระเป๋าแล้วมีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอและบ่า ควรทำอย่างไร

  1. นั่งหลังตรง มือข้างหนึ่งยึดเก้าอี้ไว้ไม่ให้บ่ายกขึ้นมา เอียงศีรษะไปด้านข้างเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ให้รู้สึกตึงบริเวณบ่าด้านตรงข้าม ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำ 5-10 ครั้ง/เซต

รูปที่ 7 แสดงท่าออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อตามข้อที่ 1

  1. เอามือทั้งสองข้างไปประสานด้านหลังเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ให้รู้สึกตึงบริเวณหน้าอกและด้านหน้าข้อไหล่ ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำ 5-10 ครั้ง/เซต

รูปที่ 8 แสดงท่าออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อตามข้อที่ 2

  1. นั่งหลังตรง เงยศีรษะขึ้นไปด้านบนตรง ๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อ ให้รู้สึกตึงบริเวณด้านหน้าของลำคอ ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำ 5-10 ครั้ง/เซต

รูปที่ 9 แสดงท่าออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อตามข้อที่ 3

เด็ก ๆ ควรออกกำลังกายและจัดกระเป๋าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ แต่ในกรณีที่สะพายกระเป๋าแล้วมีภาวะกระดูกสันหลังคด มีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง หรือมีอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัด เพื่อหาแนวทางในการรักษาต่อไปนะคะ

 

เรียบเรียงโดย กภ. ณัชชา เลิศอรุณวัฒนา

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ปิยธิดา อรุณวัฒนโชค, นวลลออ ธวินชัย, มะลิวรรณ อินดอนกลอย, จินดาพร รุ่งอินทร์, อัจฉราภรณ์ พิชัยวรภาส, กรรณิการ์ ปรักมาส, et al. พฤติกรรมการสะพายกระเป๋าและน้ำหนักกระเป๋าเฉลี่ยของเด็กวัยเรียน. วารสารกายภาพบำบัด. 2019;41(1):16-29.
  2. ศิริรัตร์ ดีสูงเนิน, นวลลออ ธวินชัย. การศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสะพายกระเป๋าและอาการปวดที่เกิดขึ้นในขณะที่สะพายกระเป๋าในนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนดาราวิทยาลัยเชียงใหม่. วารสารกายภาพบำบัด. 2014;36(2):70-8.
  3. Shymon SJ, Yaszay B, Dwek JR, Proudfoot JA, Donohue M, Hargens AR. Altered disc compression in children with idiopathic low back pain: An upright MRI backpack study. Spine. 2014;39(3):243.
  4. Drzał-Grabiec J, Snela S, Rachwał M, Podgórska J, Rykała J. Effects of carrying a backpack in an asymmetrical manner on the asymmetries of the trunk and parameters defining lateral flexion of the spine. Human factors. 2015;57(2):218-26.
  5. Drzaƚ-Grabiec J, Truszczyńska A, Rykaƚa J, Rachwaƚ M, Snela S, Podgórska J. Effect of asymmetrical backpack load on spinal curvature in school children. Work. 2015;51(2):383-8.
  6. Chen Y-L, Mu Y-C. Effects of backpack load and position on body strains in male schoolchildren while walking. PloS one. 2018;13(3):e0193648.
  7. Brackley HM, Stevenson JM, Selinger JC. Effect of backpack load placement on posture and spinal curvature in prepubescent children. Work. 2009;32(3):351-60.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *