เมื่อถึงเวลา…หนูน้อยต้องบอกลาขวดนม

“ดูดนมจากขวด เด็กจะได้มีความสุข”

“ไปโรงเรียน เดี๋ยวก็เลิกขวดนมเองได้”

“มีขวดนมเป็นเพื่อน จะได้อุ่นใจ”

“ลูกยังไม่ดูดหลอดไม่เป็นไร เดี๋ยวโตขึ้นเค้าก็ดูดเอง”

…จริงหรอ ?

ปัญหาเด็กเลิกดูดขวดนมช้ากว่าวัย อาจดูเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย หรือไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ปกครอง แต่แท้ที่จริงแล้ว การเลิกขวดนมช้านั้นอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและปัญหาทางสุขภาพของเด็กอีกหลาย ๆ อย่าง

จากรายงานการวิจัยชี้ให้เห็นว่า อัตราการใช้ขวดนมในเด็กไทยและเด็กอเมริกานั้น มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยพบว่า เด็กอเมริกาช่วงอายุ 1-2 ปี มีการดูดนมจากขวดเพียงร้อยละ 40 แต่เด็กไทยยังมีมากถึงร้อยละ 92  ในขณะที่เด็กอเมริกาช่วงอายุ 2-3 ปี มีการดูดนมจากขวดเพียงร้อยละ 16 ส่วนเด็กไทยยังมีมากถึงร้อยละ 70

แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีอัตราการเลิกดูดนมจากขวดที่ช้ากว่าเด็กอเมริกาเป็นอย่างมาก (1-3)

ทำความเข้าใจทำไมเด็กติดขวดนม…

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมติดขวดนม ไม่สามารถเลิกดูดนมจากขวด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะเลิกขวดนมได้แล้ว หรือมีอายุเกินที่จะดูดนมหรือของเหลวอื่นจากขวดนม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้ค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี

  1. การดูดนมจากขวด น้ำนมสามารถไหลออกมาจากขวดได้เอง โดยที่เด็กไม่ต้องออกแรงดูด จึงเป็นเรื่องง่ายและสบายสำหรับเด็กในการดื่มนม (4)
  2. เด็กอาจมีปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง พบว่าในเด็กที่มีภาวะกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง เด็กจะไม่พยายามออกแรงในการดูดหลอด ดังนั้นการออกแรงดูดนมจากหลอด หรือการต้องเคี้ยวอาหารอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กในกลุ่มนี้นัก เด็กจึงเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดในการตอบสนองต่อความหิว ซึ่งนั่นก็คือการดูดนมจากขวด
  3. สิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู อาจเป็นเรื่องยากที่ต้องยอมรับว่าการเลี้ยงดูของผู้ปกครองเอง อาจส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการกินของเด็ก การปล่อยให้เด็กดูดขวดนมเป็นเวลานาน โดยไม่ฝึกให้เด็กดูดหลอดหรือทานอาหารเหลวเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เด็กเคยชินและติดการดูดขวดในวัยที่ควรเลิกดูดแล้ว (5)
  4. ด้านเวลาที่เหมาะสม เมื่อเด็กมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงอายุ 6 เดือน เด็กจะเริ่มสนใจการเล่นกับพ่อแม่ และจะลดการดูดนมจากขวดลง ซึ่งช่วงเวลานี้เด็กควรได้รับประทานอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่หากช่วงเวลานี้ถูกละเลย เด็กอาจจะมีพฤติกรรมติดขวดนมในช่วงเวลาต่อมาได้ (5)

เด็กควรเลิกขวดนมกี่ขวบดี ?

สมาคมทันตแพทย์สาหรับเด็กประเทศสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatric Dentistry) แนะนำให้เลิกขวดนมเมื่อเด็กอายุ 12-18 เดือน (6)

เนื่องจากการเลิกขวดนมในช่วงอายุ 12-18 เดือนนั้น ทำให้เด็กมีโอกาสในการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ทั้งทางด้านการเคี้ยวกลืนอาหารในระดับที่เหมาะสมกับวัย การพัฒนาทางกล้ามเนื้อ การพัฒนาทางด้านภาษา และการพัฒนาทางด้านอารมณ์ได้

นอกจากนี้การเลิกขวดนมในช่วงอายุดังกล่าว ยังช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุ ที่มีสาเหตุมาจากการดูดนมเป็นเวลานานอีกด้วย (7-8)

พัฒนาการทางช่องปาก (9)

พัฒนาการทางช่องปากเริ่มขึ้นตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ และจะค่อย ๆ พัฒนาทักษะมาอย่างต่อเนื่อง จนกล้ามเนื้อ ริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม พร้อมต่อการเคี้ยวกลืนอาหารเหลว  ในช่วงวัย 6 เดือนเด็กสามารถเริ่มเคี้ยวในรูปแบบขยับขากรรไกรขึ้นลง เริ่มใช้ริมฝีปากงับอาหารจากช้อน ใช้ลิ้นดุนอาหาร และดันอาหารให้ลงสู่ช่องคอเพื่อกลืน  และในช่วงวัยนี้ฟันสองซี่แรกของเด็ก ๆ จะเริ่มขึ้น ส่งผลให้เด็กพร้อมที่จะเริ่มเคี้ยวอาหารที่มีความหยาบมากขึ้น ผู้ปกครองสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนลักษณะอาหาร เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสในการเคี้ยวกลืนอาหารที่หลากหลาย และได้พัฒนากล้ามเนื้อในช่องปากให้มีความเหมาะสมได้อย่างตามช่วงวัย

เทคนิคปรับเปลี่ยน เตรียมความพร้อมกล้ามเนื้อ เพื่อให้ลูกพร้อมต่อการเลิกขวดนม..

  1. ผู้ปกครองต้องใจแข็ง เมื่อลูกถึงวัยที่ควรเลิกขวดนม (5)

การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากนมแม่ถือเป็นเรื่องดี แต่เมื่อถึงวัยที่เด็กควรเริ่มดื่มนมจากแก้ว หรือดูดนมจากหลอด ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะเหล่านั้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ต้องใช้ในการเคี้ยวกลืนอาหาร และเป็นการเตรียมความพร้อมกล้ามเนื้อไปสู่ทักษะการพูดอีกด้วย

ฉะนั้นแล้วผู้ปกครองต้องเด็ดขาดในการให้ลูกเลิกขวดนม โดยสามารถเลือกทำได้สองวิธี ดังนี้

  • ค่อยเป็นค่อยไป คือ ค่อย ๆ ลดมื้อที่ไม่สำคัญ เช่น มื้อกลางวัน หรือมื้อดึกหลังเที่ยงคืน หรืองดการดื่มนมหลังจากที่แปรงฟันแล้ว
  • เลิกแบบทันทีทันใด หรือหักดิบ โดยการบอกให้เด็กรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องเลิกขวดนม หรือการเก็บขวดนมให้พ้นสายตาเมื่อถึงเวลาเลิกขวดนม วิธีนี้เหมาะกับเด็กที่ไม่ค่อยติดขวดนม หรือใช้วิธีเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้วไม่ได้ผล

โดยผู้ปกครองควรเริ่มฝึกเด็กให้เลิกขวดนมก่อนอายุ 1 ขวบ จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากปล่อยให้เด็กใช้ขวดนมนาน จะทำให้เด็กติดขวดนมมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ปกครองอาจต้องเลือกใช้กลวิธีเพิ่มแรงจูงใจในเด็กเล็ก โดยการชวนเด็กไปซื้อแก้วน้ำ ให้เลือกลายแก้วน้ำเอง ให้เด็กรู้สึกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและมีความอยากใช้แก้วน้ำหัดดื่มมากขึ้น หรือการเลือกใช้หลอดที่ดูดได้ง่าย เช่น หลอดที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็ก ความยาวหลอดสั้น ไม่ยาวจนเกินไปเพื่อให้ง่ายต่อการดูด หรือการเลือกใช้แก้วน้ำฝึกดื่มมีที่จับสองข้างเพื่อให้เด็กถือแก้วน้ำขณะยกดื่มหรือดูดหลอดได้ง่าย

 

  1. ส่งเสริมทักษะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวกลืน

นอกจากการพัฒนากล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวกลืนตามวัยแล้ว ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อปากในเด็กช่วงวัยขวบปีแรกได้ผ่านการเล่น การทำกิจกรรมต่าง ๆ  ให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะใช้กล้ามเนื้อในรูปแบบต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • การเล่นเป่าฟองสบู่/ เป่านกหวีด
  • การเลียไอศกรีม
  • การชวนเด็กพูดคุยออกเสียงที่หลากหลาย/ การร้องเพลง
  • สอนลูกดูดหลอด กินนมจากแก้ว

 

เรียบเรียงโดย ก.บ.สรัลยา งามจิตวงศ์สกุล

References

  1. Sawasdivorn S, Wanthanaphuti P, Pue-arun S, Juansang S. Situation of baby bottle use: Is it suitable to recommend weaning by the age of one year. J Med Assoc Thai. 2008;91:128-35.
  2. Hammer LD, Bryson S, Agras WS. Development of feeding practices during the first 5 years of life. Arch Pediatr Adolesc Med. 1999;153:189–94.
  3. Rodrigues C, Teixeira R, Fonseca MJ, Zeitlin J, Barros H; Portuguese EPICE (Effective Perinatal Intensive Care in Europe) Network. Prevalence and duration of breast milk feeding in very preterm infants: A 3-year follow-up study and a systematic literature review. Paediatr Perinat Epidemiol. 2018;32(3):237-46.
  4. ศิราภรณ์ สวัสดิวร. ลาก่อนขวดนม…. ช้าไปโรคภัยตามมา. Th Dent Public Health J. 2004;9:99-102.
  5. อรวรรณ นามมนตรี, นงรัตน์ กล่ำรัตน์, สุนิสา ขาวโกทา. เด็กติดขวดนมจัดการอย่างไรดี?. วารสารทันตาภิบาล. 2559;27:144-52.
  6. Neesanan N, Limpanich L. Pilot study in young Thai children with delayed bottle-weaning at Queen Sirikit National Institute of Child Health: does it affect iron status? J Med Assoc Thai. 2014;97:189-94.
  7. กันทิมา เหมพรหมราช. สถานการณ์โรคฟันผุและปัจจัยที่เกี่ยวของของเด็ก 18-72 เดือน ที่มารับบริการในคลินิกทันตกรรม ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา. เวชสารโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. 2018;37:31-9.
  8. Colombo S, Gallus S, Beretta M, Lugo A, Scaglioni S, Colombo P, et al. Prevalence and determinants of early childhood caries in Italy. Eur J Paediatr Dent. 2019;20(4):267-73.
  9. Wilson EM, Green JR. The development of jaw motion for mastication. Early Hum Dev. 2009;85(5):303-11.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *