การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบ

จากบทความเรื่อง “ภาวะกระดูกสันหลังยุบ (vertebral compression fracture)” ในhttp://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1330 ได้อธิบายถึงภาวะดังกล่าว คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังส่วนหน้าเกิดการแตก หัก และยุบ (รูปที่ 1) เนื่องจากมีแรงกระทำต่อกระดูกสันหลัง เช่น อุบัติเหตุ ล้มก้นกระแทก เป็นต้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังที่รุนแรง เมื่อขยับตัว นั่ง ยืนหรือเดิน (1) นอกจากนี้ผลในระยะยาว ถึงแม้ว่ากระดูกจะเชื่อมติดอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังพบว่าผู้ป่วยมักติดจะอยู่ในท่าทางที่ก้มตัวหรืองอตัว หลังค่อม ทำให้บุคลิกภาพไม่สวยงาม ดังนั้นการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบจึงเป็นการจัดการทางกายภาพบำบัดที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

รูปที่ 1 แสดงกระดูกสันหลังปกติ (ซ้าย) และกระดูกสันหลังยุบ (ขวา)

บทบาทของนักกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว คือ การลดอาการปวดโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทางกายภาพบำบัด การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการปรับท่าทางผู้ป่วยให้ถูกต้อง เพื่อลดภาวะติดในท่างอตัวและป้องกันการล้มที่อาจจะเกิดขึ้นจากการมีภาวะความผิดปกติทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (1,2)

หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาทางแพทย์แล้ว ผู้ป่วยจะใส่เสื้อเกราะทางด้านหน้า (Jewett brace) (รูปที่ 2) เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังที่ยุบตัว โดยจะเน้นป้องกันการเคลื่อนไหวในทิศทางการก้มตัวและงอตัว เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน (1,2) เพื่อให้กระดูกสันหลังเชื่อมติดกัน

รูปที่ 2 แสดงเสื้อเกราะทางด้านหน้า (Jewett brace)

ขณะที่ผู้ป่วยใส่เสื้อเกราะทางด้านหน้านั้น นักกายภาพบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อเพิ่มความมั่นคงของแกนกลางลำตัว (3) เนื่องจากภาวะของโรคและการใส่เสื้อเกราะเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวไม่ได้ทำงาน ส่งผลให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง โดยนักกายภาพบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยออกแรงแขม่วท้องดึงสะดือไปหากระดูกสันหลัง หายใจเข้า-ออกปกติ ไม่กลั้นหายใจ ทำค้างไว้ประมาณ 5 วินาทีต่อครั้ง สามารถทำได้หลายครั้งในระหว่างวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางมีความแข็งแรงและความทนทานมากยิ่งขึ้น (3) โดยสามารถอ่านบทความเรื่อง “แขม่วท้อง…ดีอย่างไร” เพิ่มเติมได้ที่ http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=392

 

ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบ (4,5)

นอกจากการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวแล้ว นักกายภาพบำบัดควรแนะนำท่าออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังในท่าแอ่นตัว ซึ่งเป็นท่าที่ช่วยลดแรงกดของกระดูกสันหลัง และช่วยปรับท่าทางให้อยู่ในแนวที่เหมาะสม นั่นคือ ลดการงอตัวที่มากเกินไป (4) โดยทั่วไปนักกายภาพบำบัดจะแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายดังกล่าวต่อเนื่องเป็นเวลาทั้งหมด 4-6 สัปดาห์ (4,5) ไม่กลั้นหายใจขณะออกกำลังกาย และถ้าหากมีอาการปวดเพิ่มขึ้น หรือมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ให้หยุดออกกำลังกายทันที ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

ท่าที่ 1

ท่าเริ่มต้น: นั่งบนเก้าอี้ ลำตัวตั้งตรง หลังไม่พิงพนัก งอศอก 90 องศา

ท่าออกกำลังกาย: ออกแรงแบะไหล่ แอ่นหน้าอกขึ้น ดันศอกไปทางด้านหลัง หุบสะบักเข้าหากัน และยืดตัวขึ้น ค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำจำนวน 10-12 ครั้งต่อเซต หรือจนกระทั่งรู้สึกล้า ทำทั้งหมด 3 เซตต่อวัน

ท่าที่ 2

ท่าเริ่มต้น: นั่งบนเก้าอี้ ลำตัวตั้งตรง หลังไม่พิงพนัก มือประสานกันที่บริเวณท้ายทอย

ท่าออกกำลังกาย: ออกแรงแบะไหล่ แอ่นหน้าอกขึ้น ดันแขนไปทางด้านหลัง หุบสะบักเข้าหากัน และยืดตัวขึ้น ค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำจำนวน 10-12 ครั้งต่อเซต หรือจนกระทั่งรู้สึกล้า ทำทั้งหมด 3 เซตต่อวัน

ท่าที่ 3

ท่าเริ่มต้น: นอนหงาย ตั้งศอก ชันเข่า 2 ข้าง

ท่าออกกำลังกาย: ออกแรงแขม่วท้อง ยกก้นขึ้น ร่วมกับแอ่นหน้าอกขึ้น หุบสะบักเข้าหากัน ค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำจำนวน 10-12 ครั้งต่อเซต หรือจนกระทั่งรู้สึกล้า ทำทั้งหมด 3 เซตต่อวัน

ท่าที่ 4

ท่าเริ่มต้น: นอนคว่ำ เอาหมอนรองบริเวณท้อง แขนวางไว้ข้างลำตัว

ท่าออกกำลังกาย: ออกแรงแอ่นตัวขึ้น ยกแขน หุบสะบักเข้าหากัน ค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำจำนวน 10-12 ครั้งต่อเซต หรือจนกระทั่งรู้สึกล้า ทำทั้งหมด 3 เซตต่อวัน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบ (1,2)

  1. รักษาท่าทางของร่างกายให้อยู่ในแนวที่เหมาะสมเมื่อทำกิจกรรม
  2. หลีกเลี่ยงการก้มตัวหรืองอตัว รวมไปถึงการบิดตัวอย่างรวดเร็ว
  3. ระวังเรื่องการล้มและลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการล้ม เพราะอาจจะทำให้กระดูกสันหลังยุบตัวซ้ำได้
  4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำและเน้นเพิ่มความสามารถในการทรงตัว เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ เป็นต้น
  5. งดสูบบุหรี่ เนื่องจากมีผลต่อกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายในโครงสร้างที่บาดเจ็บ
  6. ทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

เรียบเรียงโดย กภ.พงศธร ปาลี

เอกสารอ้างอิง

  1. Dewar C. Diagnosis and treatment of vertebral compression fractures. Radiolo Technol. 2015;86(3):301-23.
  2. Donnally III CJ, DiPompeo CM, Varacallo M. Vertebral compression fractures. StatPearls [Internet]. 2020. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK448171/
  3. Akuthota V, Ferreiro A, Moore T, Fredericson M. Core stability exercise principles. Curr Sports Med Rep. 2008;7(1):39-44.
  4. Sinaki M. Exercise for patients with osteoporosis: management of vertebral compression fractures and trunk strengthening for fall prevention. PM&R. 2012;4(11):882-8.
  5. Sinaki M. The role of physical activity in bone health: a new hypothesis to reduce risk of vertebral fracture. Phys Med Rehabil Clin N Am. 2007;18(3):593-608.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *