อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน กับโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด ?

อาการเวียนศีรษะ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ในคลินิกโรคเวียนศีรษะ โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือ Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) สามารถพบได้บ่อยในช่วงอายุ 50 – 70 ปี และอุบัติการณ์ที่อาจเกิดโรคจะมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งความชุกของโรคนี้พบมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้อาการเวียนศีรษะ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดการหกล้ม เกิดความพิการ ตลอดจนไปถึงการเสียชีวิต [1], [2], [3]

สาเหตุของการเกิดโรค :

หูชั้นใน มีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน และควบคุมการทรงตัว โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัว มีลักษณะเป็นกระเปาะ และท่อกลวง 3 ท่อที่ตั้งฉากกัน ประกอบไปด้วย utricle, saccule และsemicircular canals ซึ่งใน utricle และ saccule มีเซลล์รับความรู้สึก ถูกปกคลุมด้วยเจลลาติน (gelatin substance) ซึ่งภายในมีตะกอนหินปูน (otoconia) เมื่อมีการเอียงศีรษะ หรือเปลี่ยนตำแหน่งของศีรษะ ตะกอนหินปูนจะเคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งทำให้เราสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของศีรษะ [2]

ภาพแสดงโครงสร้างของหูชั้นใน ประกอบไปด้วย โครงสร้างที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการได้ยิน (cochlear)

และการทรงตัว (utricle, saccule และ semicircular canals) โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

หากเกิดความผิดปกติของหูชั้นในขึ้น โดยสาเหตุที่พบมากที่สุดคือการได้รับอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และ ความเสื่อมตามวัยของอวัยวะควบคุมการทรงตัว รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคของหูชั้นใน การผ่าตัด หรือการเคลื่อนไหวศีรษะซ้ำ ๆ หรือไม่ทรายสาเหตุ เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนของตะกอนหินปูน หลุดออกจาก utricle เคลื่อนไปอยู่ใน semicircular canals เมื่อมีการเคลื่อนไหวของศีรษะจะเกิดการกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนที่ของตะกอนหินปูน จึงมีผลทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนขึ้นได้ [4]

ลักษณะอาการ : [1],[2]

โดยจะมีอาการเวียนศีรษะเป็น ๆ หาย ๆ หรือบ้านหมุนอย่างกะทันหัน รู้สึกโคลงเคลง เสียการทรงตัว สัมพันธ์กับเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะ เช่น ขณะพลิกตัวบนที่นอน ตอนเงยหน้าหรือก้มศีรษะหยิบของ หรือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะอย่างกะทันหัน เป็นต้น อาการเวียนศีรษะที่เกิดขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งศีรษะที่สัมพันธ์กันกับแรงโน้มถ่วง ที่มักเกิดจากการเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด มักจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นวินาทีหรือนาที สักพักอาการจะค่อย ๆ หายไป หากขยับศีรษะในลักษณะท่าทางเดิม อาจทำให้มีอาการแต่ไม่รุนแรง และมีอาการอาจคงอยู่เป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือเป็นปี และสามารถอาจเป็นซ้ำได้อีกเป็นเวลาหลายปี ซึ่งโรคนี้จะไม่เกี่ยวข้องระบบประสาทการได้ยิน ดังนั้นจึงไม่มีอาการหูอื้อ การสูญเสียการได้ยิน หรือเสียงดังในหู

การตรวจวินิจฉัย : [2],[3]

การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญเพื่อยืนยันตัวโรค คือ Dix-Hallpike maneuver และ supine roll test เพื่อค้นหาว่ามีตะกอนหินปูนหลุดเข้ามาอยู่ใน semicircular canals หรือไม่ และบริเวณใด โดยผู้ทดสอบจะทดสอบข้างที่สงสัยน้อยที่สุดก่อน แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐานว่าเป็นข้างไหน สามารถทำข้างไหนก่อนก็ได้ ถ้าหากผลทดสอบเป็นบวก ผู้ถูกทดสอบจะมีอาการเวียนศีรษะ และมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของลูกตา (ตากระตุก หรือ nystagmus)

แนวทางการรักษา : [2],[4],[5],[6]

  1. รักษาตามอาการ และการปฏิบัติตามคำแนะนำ

ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองในช่วงแรก ๆ หรืออาจต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียาที่จำเพาะต่อการรักษา และควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หรืออาจให้ยาก่อนการทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการเวียนศีรษะที่อาจจะเกิดขึ้นขณะทำกายภาพบำบัด

  1. การรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด

ซึ่งเป็นวิธีที่มีบทบาทสำคัญที่สุดการรักษา เป็นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเคลื่อนตะกอนหินปูนที่หลุดออกมาอยู่ใน semicircular canalsกลับเข้าสู่บริเวณกระเปาะ (utricle) โดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลก ยกตัวอย่างเช่น

  • Epley Maneuver เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับ posterior และ anterior semicircular canals ท่าเริ่มต้นให้ผู้ป่วยนั่งไปตามแนวยาวของเตียง พร้อมกับหันศีรษะไปด้านข้างที่มีอาการ 45 องศา จากนั้นล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วจากท่านั่ง ห้อยศีรษะนอกขอบเตียง 20 – 30 องศา ค้างนาน 30 – 60 วินาที หรือจนกว่าอาการตากระตุกจะหายไป จากนั้นหมุนศีรษะไปด้านตรงข้าม ค้างนาน 30 – 60 วินาที แล้วหันศีรษะและหมุนลำตัวตามมา อยู่ในท่าตะแคงศีรษะหัน 45 องศา ทำมุมกับแนวระนาบ ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ค้างนาน 30 – 60 วินาที หรือจนกว่าอาการตากระตุกจะหายไป จากนั้นแล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่งข้างเตียง กลับมาอยู่ในท่าศีรษะตรง

ภาพแสดง Epley Maneuver โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

  • Semont Maneuver เริ่มต้นด้วยการนั่งข้างเตียง ศีรษะหันไปด้านข้างที่ไม่มีอาการ 45 องศา จากนั้นเอนตัวลงนอนพร้อมกับหันศีรษะเฉียงขึ้นอย่างรวดเร็ว ค้างนาน 1 – 2 นาที แล้วพลิกตัวเอนไปด้านตรงข้ามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันศีรษะเฉียงลงด้านล่าง ค้างนาน 1 – 2 นาที เมื่อครบแล้วให้ลุกขึ้นนั่งช้า ๆ

ภาพแสดง Semont Maneuver โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

  • Brandt Daroff exercise เป็นท่าที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยเริ่มจากท่านั่งข้างเตียง จากนั้นล้มตัวลงนอนตะแคงไปด้านที่มีอาการ พร้อมกับเอียงศีรษะขึ้นจนอาการเวียนศีรษะหายไป จากนั้นกลับมานั่งตั้งตรงเป็นเวลา 30 วินาที แล้วล้มตัวลงนอนตะแคงไปด้านตรงข้ามพร้อมเอียงศีรษะขึ้นนาน 30 วินาที แล้วกลับมาอยู่ที่ท่าเริ่มต้น

ภาพแสดง Brandt Daroff exercise โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

นอกจากนี้อาจจะมีการทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกระบบประสาทด้านการทรงตัว (vestibular rehabilitation) ร่วมด้วยเพื่อให้อาการเวียนศีรษะดีขึ้น

  1. การผ่าตัด

มักทำในกรณีที่รักษาด้วยยา และทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ได้ผล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้อาการเวียนศีรษะน้อยลง หรือหายไป แต่ในการผ่าตัดบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน

เรียบเรียงโดย กภ.เมธาพร มั่นคง

 

เอกสารอ้างอิง

1 Bhattacharyya N, Gubbels SP, Schwartz SR, Edlow JA, Kashlan H, Fife T, et al. Clinical practice guideline: benign paroxysmal positional vertigo (Update). Otolaryngol Head Neck Surg. 2017;156(3S):S1 –S47.

2 รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน. โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด[อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล; 2554 [เข้าถึงเมื่อ 18 มกราคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=901

3 Balatsouras DG, Koukoutsis G, Fassolis A, Moukos A, Apris A. Benign paroxysmal positional vertigo in the elderly: current insights. Clin Interv Aging. 2018;13:2251–2266.

4 Silva ALDS, Marinho MRC, Gouveia FMV, Silva JG, Ferreira ADS, Cal R. Benign Paroxysmal Positional Vertigo: comparison of two recent international guidelines. Braz J Otorhinolaryngol. 2011;77(2):191-200.

5 Tang H, Li W. Advances in the diagnosis and treatment of benign paroxysmal positional vertigo. Exp Ther Med. 2017;14:2424-2430.

6 Lee JD, Shim DB, P HJ, Song CL, Kim MB, Kim CH et al. A Multicenter randomized double-blind study: comparison of the Epley, Semont, and Sham maneuvers for the treatment of posterior canal benign paroxysmal positional vertigo. Audiol Neurotol. 2014;19:336-341.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *