มารู้จักโรค JDM กันเถอะ

Juvenile dermatomyositis (JDM) หรือที่รู้จักกันว่า โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบในเด็ก เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเองในผู้ป่วยเด็ก สาเหตุการเกิดของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด มักพบในเด็กหญิง และมักเกิดในช่วงอายุ 4-16 ปี1

 

ลักษณะอาการที่พบได้ คือ

  • มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อปกติของตนเอง
  • มีการอักเสบของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงผิวหนังและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีการอักเสบของผิวหนัง (dermatitis) จนเกิดผื่นแดงขึ้นบริเวณใบหน้า
  • อาจมีตุ่มหรือผื่นแดงนูนบริเวณข้อต่อใหญ่ ๆ ของร่างกาย เช่น เข่า มีการอักเสบของข้อต่อต่าง ๆ

 

ซึ่งการอักเสบของหลอดเลือดแดงยังส่งผลให้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ (myositis) กำลังกล้ามเนื้อลดลงทั้งสองข้าง โดยกล้ามเนื้อที่เกิดการอ่อนแรงมักเป็นกล้ามเนื้อในกลุ่มควบคุมการทรงท่า เช่น กล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อไหล่และสะบัก กล้ามเนื้อสะโพก1, 2

 

นอกจากนี้ อาจทำให้เด็กมีความทนทานในการใช้งานกล้ามเนื้อลดลงด้วย กิจกรรมที่มักจะสังเกตได้ คือ ยกแขนไม่ขึ้น เมื่อถือของเล่นแล้วไม่สามารถยกแขนได้ เดินแล้วล้มบ่อย เมื่อล้มหรือนั่งอยู่บนพื้นแล้วไม่สามารถลุกขึ้นได้ด้วยตนเอง เคลื่อนไหวลดลง ชอบอยู่เฉย ๆ ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้เด็กเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อคงหรือเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและความทนทานของกล้ามเนื้อ และป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ จากการไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน

 

แนวทางรักษาทางการแพทย์ คือ เด็กจะได้รับยาเพื่อรักษาด้านภูมิคุ้มกัน ควบคู่กับส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด เนื่องด้วยภาวะกล้ามเนื้ออักเสบของเด็ก เด็กจะเคลื่อนไหวน้อยลงและทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้ส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและพัฒนาการด้านอื่น ๆ ของเด็กได้ เด็กอาจมีพัฒนาการช้าลง หรือมีการใช้กล้ามเนื้ออื่นชดเชย ทำให้ลักษณะการทรงท่าหรือเคลื่อนไหวอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง3

 

ข้อแนะนำสำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเด็กที่มีภาวะโรค Juvenile dermatomyositis สามารถแบ่งตามลักษณะอาการปวดเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะที่มีการอักเสบของข้อต่อ เด็กจะบ่นปวดข้อต่อใหญ่ ๆ ของร่างกาย ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเนื่องจากอาการปวด ในระยะนี้การทำกายภาพบำบัดจะเน้นการออกกำลังกายเพื่อป้องกันข้อต่อยึดติด โดยการขยับแต่ละส่วนให้สุดช่วงการเคลื่อนไหว และฝึกหายใจเพื่อคงความสามารถของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ
  2. ระยะที่ไม่มีอาการอักเสบของข้อต่อ ในระยะนี้เด็กจะไม่บ่นปวดข้อแล้ว แต่เนื่องด้วยการอักเสบทำให้กำลังกล้ามเนื้อกลุ่มควบคุมการทรงท่าต่าง ๆ อ่อนแรงลง เมื่อเด็กอยู่ในระยะนี้จำเป็นต้องออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและ aerobic exercise เพื่อลดอัตราการทำลายตนเองของเนื้อเยื่อ การเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงท่าจะทำให้เด็กสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น สามารถวิ่งเล่นได้คล่องตัวมากขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้น3, 4

 

การออกกำลังกายในเด็กที่มีภาวะ JDM

1. ท่าลุก-นั่ง (Sit-up) ให้เด็กนอนหงายชันเข่า เอามือประสานไว้ที่หน้าอก แล้วยกศีรษะ สะบัก และลำตัวขึ้น ในกรณีเด็กที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ปกครองสามารถช่วยประคองบริเวณสะบักทั้งสองข้างแล้วให้เด็กออกแรงยกตัวขึ้นไปพร้อมกัน

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่าลุก-นั่ง (Sit-up)

 

2. ท่านั่งทรงตัว โยน-รับบอล ให้เด็กนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิง ผู้ปกครองนั่งฝั่งตรงข้าม ระยะห่างประมาณ 2 เมตร โยนรับส่งบอลในทิศทางต่าง ๆ

รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่านั่งทรงตัว โยน-รับส่งบอล

 

3. ท่านอนคว่ำ เด็กนอนคว่ำบนเตียง วางหมอนไว้ใต้อก และให้เล่นเตะขาขึ้นคล้ายกับท่าว่ายน้ำ ในท่านี้เด็กจะได้ฝึกเกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดสะโพกในแนวต้านแรงโน้มถ่วงเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ

รูปที่ 3 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่านอนคว่ำ

 

4. ท่าBridging เด็กนอนหงายชันเข่า เอาแขนวางแนบข้างลำตัว ยกสะโพกขึ้นให้เป็นแนวตรงระนาบเดียวกับลำตัว นับค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อย ๆ วางสะโพกลง

รูปที่ 4 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่า bridging

 

5. ท่าเดิน ให้เด็กเดินถอยหลัง อาจฝึกเดินถอยหลังบนลู่วิ่งที่ปรับความเร็วให้เหมาะสมกับเด็ก หรือเดินเล่นบนทางโล่ง โดยมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

รูปที่ 5 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่าเดินถอยหลัง

 

6. ท่าฝึกยืนทรงตัวด้วยเข่าข้างเดียวบนบอล โดยให้เด็กยืนบนพื้นราบ วางเข่า 1 ข้างไว้บนบอล พยายามลงน้ำหนักที่ขาทั้งสองข้างให้เท่ากัน และทรงตัวให้อยู่นิ่ง

รูปที่ 6 แสดงตัวอย่างการออกกำลังกายท่าฝึกยืนทรงตัวด้วยเข่าข้างเดียวบนบอล

 

7. การออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของปอด โดยการออกกำลังกายประเภทนี้ไม่ทำให้กล้ามเนื้อถูกทำลายเพิ่มขึ้น และยังส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้นอีกด้วย ในเด็กเล็กมักจะใช้เป็นการวิ่งเล่น เดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำในกรณีที่ผื่นไม่ลุกลาม เป็นระยะเวลา 20-45 นาที ขึ้นอยู่กับอัตราการเต้นของหัวใจและระดับความเหนื่อยของเด็ก5

บทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำในการออกกำลังกายเบื้องต้น หากท่านต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับเด็กเพิ่มเติม สามารถปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมได้

 

เรียบเรียงโดย กภ.ณัชชา เลิศอรุณวัฒนา

เอกสารอ้างอิง

  1. Quartier P, Gherardi RK. Juvenile dermatomyositis. Handb Clin Neurol. 2013 Jan;113:1457-1463.
  2. McCann LJ, Pain CE. A practical approach to juvenile dermatomyositis and juvenile scleroderma. Indian J Pediatr. 2016 Feb;83(2):163-71.
  3. Alexanderson H. Physical exercise as a treatment for adult and juvenile myositis. J Intern Med. 2016 Jul;280(1):75-96.
  4. Maillard SM, Jones R, Owens CM, Pilkington C, Woo PM, Wedderburn LR, Murray KJ. Quantitative assessments of the effects of a single exercise session on muscles in juvenile dermatomyositis. Arthritis Care Res. 2005 Aug;53(4):558-64.
  5. Riisager M, Mathiesen PR, Vissing J, Preisler N, Ørngreen MC. Aerobic training in persons who have recovered from juvenile dermatomyositis. Neuromuscul Disord. 2013 Dec;23(12):962-8.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *