มีอาการชามือ…สรุปเราเป็นอะไรกันแน่นะ ?

อาการชามือมักเป็นปัญหาสำคัญที่หลายคนมักพบเจอและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแต่สาเหตุของอาการชามือนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักสาเหตุของอาการชามือที่พบได้บ่อยและความแตกต่างของอาการชาในแต่ละแบบ

อาการชามักเกิดจากการรบกวนของระบบในร่างกาย 2 ระบบหลัก ๆ คือ 1) ระบบประสาท เช่น รากประสาทถูกรบกวน เส้นประสาทส่วนปลายถูกรบกวน ปลายประสาทอักเสบจากสาเหตุอื่น ๆ ความผิดปกติของสมอง เป็นต้น โดยอาการชามีลักษณะชายิบ ๆ ชาหนา ๆ แสบร้อนหรือมาในรูปแบบอาการปวดร้าวได้ 2) ระบบการไหลเวียนเลือด เช่น เส้นเลือดถูกกดทับ เป็นต้น ลักษณะของอาการชาจากระบบไหลเวียนเลือดจะมีลักษณะชาหนา ๆ คล้ายใส่ถุงมือหรือถุงเท้าหรือปวดตื้อได้ บทความนี้จะแนะนำให้ท่านได้รู้จัก 4 กลุ่มโรคที่เป็นสาเหตุหลักของอาการชามือ

  1. กระดูกคอเสื่อมรบกวนรากประสาทระดับคอ

พบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปซึ่งเกิดจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอหรือกระดูกงอกบริเวณทางเดินเส้นประสาททำให้ทางออกของเส้นประสาทแคบและกดทับรากประสาท ส่งผลให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เส้นประสาทมาเลี้ยงได้ โดยรากประสาทที่ถูกรบกวนมากที่สุดคือ รากประสาทคอระดับที่ 7 และ 6 ตามลำดับ (1)

ภาพที่ 1 แสดงพยาธิสภาพของกระดูกคอเสื่อมรบกวนรากประสาทระดับคอ

อาการและอาการแสดง

  • ปวดหรือชาตามแนวรากประสาทระดับที่ถูกรบกวน

ภาพที่ 2 แสดงบริเวณที่มีอาการปวด/ชาจากรากประสาทคอระดับที่ 6 (บริเวณระบายสีแดง)

 

ภาพที่ 3 แสดงบริเวณที่มีอาการชาหรือปวดจากรากประสาทคอระดับที่ 7 (บริเวณระบายสีแดง)

  • อ่อนแรงบริเวณกล้ามเนื้อแขนหรือมือโดยเส้นประสาทคอระดับ 6 มักจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้องอศอก (ถือของ) และกระดกข้อมือขึ้น เส้นประสาทคอระดับ 7 มักมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเหยียดศอก (ยันตัว) และกระดกข้อมือลง
  • ปวดคอ
  • มีอาการมากขึ้นเมื่อเงยศีรษะ เอียงศีรษะหรือหมุนศีรษะไปด้านที่มีอาการ นั่งในท่าคอยื่นไปด้านหน้าเป็นเวลานาน นอนหงายบนหมอนเตี้ยเป็นเวลานาน
  • อาการลดลงเมื่อก้มศีรษะ

 

  1. เส้นประสาทบริเวณข้อมือด้านหน้าถูกกดทับ

มักพบในวัยทำงานหรือผู้ที่มีการกระดกข้อมือซ้ำ ๆ นาน ๆ เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์ การเล่นกีฬา การทำงานบ้านหรืองานที่เกิดแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น การใช้ข้อมือซ้ำ ๆ นาน ๆ ส่งผลให้ทางเดินเส้นประสาทบริเวณข้อมือแคบลงและเกิดการกดทับเส้นประสาทมีเดียน เมื่อเกิดการกดทับเส้นประสาทมีเดียนเป็นเวลานานทำให้เส้นประสาทอักเสบและเกิดพังผืดบริเวณเอ็นรัดข้อมือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการกดทับมากขึ้น (2)

ภาพที่ 4 แสดงพยาธิสภาพของเส้นประสาทบริเวณข้อมือด้านหน้าถูกกดทับ

อาการและอาการแสดง

  • ปวดหรือชาบริเวณข้อมือ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางครึ่งนิ้ว

ภาพที่ 5 แสดงบริเวณที่มีอาการชาหรือปวดจากเส้นประสาทบริเวณข้อมือด้านหน้าถูกกดทับ (บริเวณระบายสีแดง)

  • อ่อนแรงกล้ามเนื้อในมือทำให้หยิบของได้ลำบากหรือหล่นง่าย ใช้มือทำงานละเอียดลำบาก เช่น การติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น หากกดทับเป็นเวลานานอาจพบการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้ง
  • มีอาการมากขึ้นเมื่อใช้งานในท่ากระดกข้อมือเป็นเวลานาน เช่น พิมพ์งานคอมพิวเตอร์ พนมมือเป็นเวลานาน เป็นต้น
  • อาการลดลงเมื่อสะบัดข้อมือหรือพักการใช้งานข้อมือ
  1. ปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน

พบมากในผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดปลายประสาทอักเสบร้อยละ 10 ถึง 66 ตามระยะเวลาที่เป็น โดยผู้ที่เป็นเบาหวานมานานจะมีโอกาสเกิดปลายประสาทอักเสบได้มากขึ้น (3) และมักอักเสบได้หลายเส้นเนื่องจากเป็นความผิดปกติของระบบในร่างกาย (4)

อาการและอาการแสดง

  • ชาบริเวณปลายนิ้วมือหรือเหนือขึ้นมาคล้ายการสวมถุงมือซึ่งความกว้างของอาการชาขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เส้นประสาทถูกทำลายโดยโรคเบาหวาน (4, 5)

ภาพที่ 6 แสดงบริเวณที่มีอาการชาหรือปวดจากปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน (บริเวณระบายสีแดง)

  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและมือร่วมด้วยตามเส้นประสาทที่อักเสบนั้นไปเลี้ยง
  • ส่วนมากชาตลอดเวลา
  1. เส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณต้นคอ ใต้กระดูกไหปลาร้าไปจนถึงใต้รักแร้ถูกกดทับ

โครงสร้างที่มักถูกกดทับคือเส้นประสาทบริเวณต้นคอหรือรักแร้ เส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า อาจถูกกดทับเพียง 1 เส้นหรือหลายเส้นก็ได้ โดยสามารถพบได้ทุกช่วงอายุแต่จะพบมากในช่วง 20-50 ปี (6) สาเหตุที่พบคือกล้ามเนื้อบริเวณคอด้านหน้า กล้ามเนื้อใต้กระดูกไหปลาร้าและกล้ามเนื้อหน้าอกทำงานมากเกินไปหรือตึงตัวจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ แรง ๆ อย่างการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดคอสะบัด กระดูกไหปลาร้าและกระดูกซี่โครงระดับบนมีการผิดรูปจากการหักหรือการเคลื่อนทำให้กดทับเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ลอดผ่านและเกิดอาการชาหนา ๆ ชายิบ ๆ หรือปวดไหล่และรยางค์แขนได้ (6)

ภาพที่ 7 แสดงพยาธิสภาพของเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณต้นคอ ใต้กระดูกไหปลาร้าไปจนถึงใต้รักแร้ถูกกดทับ

อาการและอาการแสดง

  • ปวดหรือชาบริเวณแขนลงไปถึงมือ

ภาพที่ 8 แสดงบริเวณที่มีอาการชาหรือปวดจากเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณต้นคอ ใต้กระดูก ไหปลาร้าไปจนถึงใต้รักแร้ถูกกดทับ (บริเวณระบายสีแดง)

  • มีอาการอ่อนแรงบริเวณแขนลงไป
  • บวมบริเวณแขนและมือ
  • มีการเปลี่ยนสีของมือ เช่น ซีดหรือแดงกว่าอีกข้างหนึ่ง เป็นต้น
  • มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมือ เช่น เย็นหรือร้อนกว่าอีกข้างหนึ่ง เป็นต้น
  • มีอาการมากขึ้นเมื่อเกิดการขยับศีรษะหรือแขนซ้ำ ๆ นาน ๆ
  • อาการบรรเทาลงเมื่อพักแขนวางชนศีรษะ
  1. อาการอื่นที่คล้ายอาการชาและปวดร้าวลงแขน เช่น กล้ามเนื้อบริเวณสะบักอักเสบ

บางครั้งอาการปวดจากกล้ามเนื้อสะบักอักเสบอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการชาได้เนื่องจากมีอาการปวดร้าวลงไปบริเวณแขนคล้ายแนวเส้นประสาท สามารถเกิดได้กับทุกวัยเนื่องจากการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวและเกิดการบาดเจ็บสะสม ส่วนมากเกิดจากการนั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน เช่น ระดับความสูงของโต๊ะไม่เหมาะสมทำให้ต้องยกแขนค้างไว้ตลอดการพิมพ์งาน เป็นต้น การใช้งานแขน เช่น การยกของซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เป็นต้น กล้ามเนื้อที่พบอาการร้าวลงแขนได้บ่อยได้แก่ กล้ามเนื้อในสะบัก (infraspinatus m.) และกล้ามเนื้อขอบสะบัก (serratus posterior inferior m.)

ภาพที่ 9 แสดงบริเวณที่มีอาการปวดร้าวลงแขนจากกล้ามเนื้อในสะบักอักเสบ (infraspinatus m.)

ภาพที่ 10 แสดงบริเวณที่มีอาการปวดร้าวลงแขนจากกล้ามเนื้อขอบสะบักอักเสบ (serratus posterior superior m.)

อาการต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้นเป็นอาการคร่าว ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักพบซึ่งบางครั้งอาจมีอาการแตกต่างจากข้อมูลที่ให้ไว้เนื่องจากสามารถเกิดร่วมกันได้หลายสาเหตุทำให้แยกอาการได้ไม่ชัดเจน หากมีอาการผิดปกติข้างต้นแนะนำให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์หรือนักกายภาพบัดเพื่อหาสาเหตุของอาการเหล่านั้นและรับการรักษาที่ถูกต้องเพราะหากปล่อยให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาทหรือเส้นเลือดมากอาจก่อให้เกิดความพิการได้

กภ. วีธรา ฉั่น

เอกสารอ้างอิง

  1. Vasudevan JM, Plastaras C, Becker S. Therapeutic programs for musculoskeletal disorders. New York: Demos Medical Publishing; 2013. p. 279-88.
  2. วีธรา. ภาวะการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือด้านหน้า (Carpal tunnel syndrome). [Internet]. 2019 [cited 2020 Apr 1]. Available from: http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1265
  3. Bodman MA, Varacallo M. Diabetic Neuropathy. StatPearls [Internet]. 2019 [cited 2020 Apr 1]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK442009/
  4. Vinik A, Casellini C, Nevoret ML. Diabetic Neuropathies. Endotext [Internet]. 2018 [cited 2020 Apr 1]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK279175/
  5. Juster-Switlyk K, Smith AG. Updates in diabetic peripheral neuropathy. F1000Res [Internet] 2016 [cited 2020 Apr 1]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4847561/
  6. Jones MR, Prabhakar A, Viswanath O, Urits I, Green JB, Kendrick JB, et al. Thoracic outlet syndrome: a comprehensive review of pathophysiology, diagnosis, and treatment. Pain Ther. 2019;8:5-18.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *