ท่านั่งที่เหมาะสมในเด็กวัยเรียน

เด็กเมื่อมีการเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเรียนในช่วงอายุประมาณ 7 ปีขึ้นไป กิจกรรมของการเรียนในโรงเรียนจะมีการอ่านและเขียนมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะต้องมีการเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งเรียนกับพื้นมานั่งเรียนบนเก้าอี้และโต๊ะเรียนมากขึ้นซึ่งอาจเกิดท่าทางในการนั่งเรียนที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น นั่งเอียงโดยเกิดจากการลงน้ำหนักที่ก้นไม่เท่ากัน นอนเขียนหนังสือบนโต๊ะหรือแม้แต่การนั่งเรียนโดยไม่ได้เปลี่ยนท่าทางเป็นระยะเวลานาน ท่าทางที่ไม่เหมาะสมนี้สามารถส่งผลต่อความยืดหยุ่นของร่างกายและทำให้กล้ามเนื้อของขามีความตึงรั้งอีกด้วย1 เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกาย2 ดังนั้นหากเด็กอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกายที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังโค้ง หรือเกิดความไม่สมมาตรของร่างกายได้ จนถึงทำให้มีอาการปวดหลังตามมาได้3 ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัญหาที่มักพบได้ในเด็กวัยเรียน ซึ่งในบทความนี้จะนำท่านไปรู้จักท่านั่งที่เหมาะสมในเด็กวัยเรียนกันครับ

ท่าทางการนั่งที่เหมาะสมกับโต๊ะเรียน

ลักษณะท่าทางการนั่งที่เหมาะสมกับโต๊ะเรียน ควรเป็นท่าทางที่นั่งแล้วรู้สึกสบาย ตำแหน่งของข้อต่อต่าง ๆ อยู่ในแนวที่ถูกต้องเหมาะสม ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้

  1. ไม่ก้มคอมองหนังสือมากเกินไป เนื่องจากการก้มคอมาก ๆ เป็นระยะเวลานานส่งผลทำให้เกิดอาการปวดคอ

รูปที่ 1 แสดงลักษณะท่าอ่านหนังสือที่ก้มคอมากเกินไป

  1. นั่งหลังตรง ไม่ห่อไหล่ เนื่องจากการนั่งห่อไหล่เป็นระยะเวลานานส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณด้านหน้าอกมีความตึงรั้งมากกว่าปกติ ทำให้บุคลิกภาพไม่ดีและก่อให้เกิดอาการปวดตามมาได้

รูปที่ 2 แสดงลักษณะท่านั่งหลังตรงขณะนั่งบนเก้าอี้และโต๊ะเรียน

  1. นั่งลงน้ำหนักก้นทั้งสองข้างให้เท่ากัน การนั่งลงน้ำหนักก้นทั้งสองข้างไม่เท่ากันทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวอยู่ในแนวที่ไม่เหมาะสมและอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหลังข้างใดข้างหนึ่งหดสั้นมากกว่าปกติ เกิดความไม่สมมาตรของหลังส่วนเอว

รูปที่ 3 แสดงการนั่งลงน้ำหนักที่ก้นทั้งสองข้างเท่ากันโดยที่ลำตัวตรงไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

  1. ไม่นั่งห่างจากโต๊ะเรียนเกินไป การนั่งห่างจากโต๊ะเรียนมากเกินไปทำให้ต้องก้มตัวไปด้านหน้าเพื่อเขียนหรืออ่านหนังสือ มีงานวิจัยหนึ่งค้นพบว่าการก้มตัว (trunk flexion) มากกว่า 20˚ สามารถส่งผลทำให้ปวดคอและหลังได้4

รูปที่ 4 แสดงท่านั่งห่างจากโต๊ะเรียนมากเกินไป

  1. ไม่นอนเขียนหนังสือ การนอนเขียนหนังสือทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในแนวที่เหมาะสมและสามารถส่งผลทำให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังคดตามมาได้

รูปที่ 5 แสดงท่านอนเขียนหนังสือบนโต๊ะ

ผลเสียหากนั่งไม่ถูกต้อง

          หากนั่งท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นระยะเวลานานสามารถทำให้เกิดปัญหาได้หลายอย่าง ดังนี้

1. กระดูกสันหลังคด3

รูปที่ 6 แสดงลักษณะร่างกายที่มีภาวะกระดูกสันหลังคด

2. แนวของกระดูกสันหลังอยู่ในแนวที่ไม่เหมาะสม3 เช่น หลังส่วนอกค่อมมากกว่าปกติหรือหลังส่วนเอวแอ่นมากกว่าปกติ

รูปที่ 7 แสดงลักษณะร่างกายที่มีภาวะหลังส่วนอกค่อม

3. เมื่อลากเส้นสมมติผ่านส่วนของร่างกายที่ต้องการพบว่าร่างกายไม่สมมาตรกัน3

รูปที่ 8 แสดงระดับความสูงของไหล่ไม่เท่ากันและแสดงส่วนของร่างกายซีกซ้ายและขวาไม่เท่ากัน

4. อาการปวดบริเวณหลัง5

รูปที่ 9 แสดงตัวอย่างตำแหน่งบริเวณที่อาจเกิดอาการปวดหลังได้

กายภาพบำบัดสามารถช่วยได้อย่างไร

  1. ให้คำปรึกษาและอธิบายการปรับท่านั่งเรียนที่เหมาะสม
  2. ลดอาการปวดในรายที่มีอาการปวดของคอและหลังด้วยการรักษาทางกายภาพบำบัดที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
  3. ให้คำแนะนำและสอนท่ายืดกล้ามเนื้อในรายที่มีกล้ามเนื้อตึงมากกว่าปกติ
  4. ให้คำแนะนำและสอนท่าออกกำลังกายเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเฉพาะจุด
  5. ให้การรักษาด้วยเทคนิคเฉพาะทางสำหรับเด็กที่มีปัญหากระดูกสันหลังคด
  6. ให้คำแนะนำในการปรับเก้าอี้และโต๊ะเรียนที่บ้านให้มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือส่งผลให้บุคลิกภาพของเด็กไม่ดี เช่น ขนาดเก้าอี้หรือโต๊ะเรียนที่ไม่เหมาะสมกับความสูงของเด็ก น้ำหนักตัวของเด็ก เป็นต้น ลองหมั่นสังเกตบุตรหลานของท่านดูนะครับว่ามีปัญหาตามเนื้อหาในบทความนี้บ้างหรือไม่ หากมีข้อสงสัยสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางด้านเด็กได้ครับ

เรียบเรียงโดย กภ.องครักษ์ ธรรมมิกะ

References

  1. Coelho JJ, Graciosa MD, de Medeiros DL, da Silva Pacheco SC, da Costa LMR, Ries LGK. Influence of flexibility and gender on the posture of school children. Rev Paul Pediatr (English Edition). 2014;32(3):223-8.
  2. Penha P, João S. Muscle flexibility assessment among boys and girls aged 7 and 8 years old. Fisioter Pesqui. 2008;15(4):387-91.
  3. Nery LS, Halpern R, Nery PC, Nehme KP, Tetelbom Stein A. Prevalence of scoliosis among school students in a town in southern Brazil. Sao Paulo Med J. 2010;128(2):69-73.
  4. Murphy S, Buckle P, Stubbs D. Classroom posture and self-reported back and neck pain in schoolchildren. Appl Ergon. 2004;35(2):113-20.
  5. Jeffries LJ, Milanese SF, Grimmer-Somers KA. Epidemiology of adolescent spinal pain: a systematic overview of the research literature. Spine. 2007;32(23):2630-7.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *