ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง ภัยแฝงในวัยชรา

ปัญหากายภาพของผู้สูงวัยส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้หลายด้าน ตั้งแต่ด้านกายภาพ ความสามารถในการดำรงกิจวัตรประจำวัน การเข้าสังคม ตลอดจนปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจมีสาเหตุจากความผิดปกติของระบบประสาท ระบบกระดูกกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ระบบทางเดินหายใจ และการไหลเวียนเลือด และในบทความนี้จะขอกล่าวถึงภัยเงียบทางระบบประสาทอันอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตที่อาจพบได้ในผู้สูงวัยแต่เราอาจนึกไม่ถึงนั่นคือ ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง

ผู้สูงวัยหลายท่าน อาจพบว่ามีอาการเดินเซ เดินลำบาก ไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย พบว่าอาการคล้ายกับโรคพาร์กินสันแต่ไม่ชัดเจน หรือสรุปไม่ได้  บางท่านอาจพบว่ามีอาการความจำเสื่อม เซื่องซึม ปัสสาวะราด คล้ายกับอาการของโรคอัลไซเมอร์ ทั้งนี้จากการตรวจร่างกาย ทั้งการแสดงอาการและการตรวจเฉพาะทางกลับไม่พบรอยโรคที่ชัดเจน ทั้งนี้หากมองภาพอาการให้กว้างมากขึ้น อาจพบว่าไม่ได้มีแค่โรคที่เรารู้จัก จากที่กล่าวไว้เท่านั้น แต่ยังมีอาการโดยรวมอื่น ๆ ให้บุคลากรทางการแพทย์คำนึงถึงด้วย นั่นคือภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง โดยเป็นโรคหนึ่งที่แฝงมากับวัยชราและอายุที่มากขึ้น โดยเบื้องต้น ในระยะเริ่มมีภาวะน้ำเกินในโพรงสมองจะไม่แสดงอาการให้เห็นเด่นชัด จึงทำให้สับสนในการวินิจฉัยแยกโรค แต่อาการจะค่อยๆ แสดงออกอย่างช้า ๆ จนสังเกตได้มากขึ้น

ภาวะน้ำเกินในโพรงสมองคืออะไร ?

ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus – NPH) เกิดจากความผิดปกติ     ที่ทำให้โพรงสมองมีขนาดใหญ่ขึ้นจากการสร้างและสะสมของน้ำหล่อเลี้ยงสมอง ในเบื้องต้นหากทำการตรวจความดันน้ำในโพรงสมองอาจพบว่ามากขึ้นหรือไม่พบความผิดปกติก็ได้ แต่หากพบว่ามีความดันน้ำในโพรงสมองสูงขึ้นจนส่งผลต่อการขยายตัวของโพรงสมอง อาจทำให้เนื้อสมองถูกกด ส่งผลให้ทำงานผิดปกติได้                   อย่างไรก็ตาม สาเหตุแน่ชัดของการเกิดภาวะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด  (1)  แต่จากการศึกษาพบว่าสาเหตุการเกิด ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง อาจสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่เคยมีประวัติเลือดออกในเนื้อสมองเส้นเลือดในสมองแตก  อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบติดเชื้อ หรือผู้ที่เคยมีภาวะสมองกระทบกระเทือน รวมไปถึงผู้ที่เคยผ่าตัดเนื้อสมองทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป อาการหลักของๆ ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง สามารถแสดงได้ 3 อาการดังนี้

  1. ปัญหาด้านการเดินและการทรงตัว ผู้ป่วยจะมีความยากลำบากในการลุกขึ้นยืน เมื่อยืนแล้ว อาจมีอาการเซ ต้องพึ่งที่เกาะ เดินช้าลง ก้าวสั้น ซอยเท้า ยกเท้าไม่พ้นจากพื้นแม้ว่ากล้ามเนื้อขา ไม่มีการอ่อนแรง
  2. ปัญหาด้านความจำ สูญเสียความทรงจำระยะสั้น เช่น จำไม่ได้ว่าทานอาหารเช้าไปหรือยัง สมาธิ และการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งสั้นลง บางรายอาจมีอาการซึมลง พูดน้อยลง บางคนอาจลดความสนใจหรือขาดความกระตือรือร้นในการทำกิจวัตรประจำวัน แต่อาจไม่พบปัญหาในการออกคำพูด พูดจาสื่อสาร โดยผู้ป่วยยังสามารถสื่อสาร สนทนาได้เป็นปกติ
  3. ปัญหาเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะ โดยปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือมีปัสสาวะเล็ด และพัฒนาเป็นกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

การวินิจฉัย

ปัจจุบันการวินิจฉัยเพื่อเจาะจงแยกภาวะน้ำเกินในโพรงสมองจากโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน และจำเป็นต้องใช้การตรวจร่างกายวิธีอื่นๆประกอบด้วย  โดยทั่วไปจะวินิจฉัยจากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI) จะพบว่าโพรงสมองมีการขยายตัวมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมากจากการ มีน้ำคั่งค้างในโพรงนั้นเป็นจำนวนมากทั้งที่ไม่พบการอุดตันของทางเดินสารน้ำที่หล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (2) ดังแสดงในรูปที่ 1 นอกจากนี้การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง (spinal tab) ก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยร่วมกับ CT, MRI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (4)

รูปที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบ โพรงสมองมีขนาดปกติ และโพรงสมองที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยบริเวณสีดำเป็นส่วนของโพรงในเนื้อสมองที่มีน้ำหล่อเลี้ยงสมองอยู่ (1)

การรักษา

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาโดยการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำในโพรงสมองหรือไขสันหลัง การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะนี้ทำได้โดยการใส่อุปกรณ์ระบายน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลังเข้าสู่ช่องท้อง โดยสามารถใส่อุปกรณ์ได้ที่ศีรษะ ร่วมกับใส่ชุดควบคุมแรงดันขนาดเล็กเอาไว้ หรือใส่สายระบายที่หลัง ซึ่งการผ่าตัดนี้ใช้เวลาสั้น อุปกรณ์มีขนาดเล็ก ความเสี่ยงไม่มากและได้ผลลัพธ์ที่ดี หลังจากการผ่าตัดอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยทั้งด้าน การเดิน ความทรงจำ และการกลั้นปัสสาวะจะดีขึ้น (3) ทั้งนี้หากผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยพบตั้งแต่เนิ่น ๆจะช่วยให้การรักษาฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

บทบาทกายภาพบำบัดในการฟื้นฟู

ผู้สูงวัยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด และต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่ง อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อรยางค์แขน ขา และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวทำให้ยึดรั้ง ขาดความยืดหยุ่น และอ่อนแรง จนอาจเป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมประจำวันได้ไม่เต็มที่ ตลอดจนประสิทธิภาพของการหายใจและการไหลเวียนเลือดที่ลดลงจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ กายภาพบำบัดจึงจำเป็นในการช่วยในด้านการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานของกล้ามเนื้อ แก้ไขอาการยึดรั้งของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ฝึกการลุกขึ้นยืน ฝึกเดิน และการฝึกทักษะกิจวัตรประจำวัน ตลอดจนการฝึกเพื่อกระตุ้นความแข็งแรงของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ให้พร้อมกับการกลับไปใช้ชีวิติอย่างเป็นปกติ ทั้งนี้การพิจารณาการรักษาฟื้นฟูหลังการผ่าตัด อาจแตกต่างกันตามสภาวะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน โดยอยู่ที่ดุลยพินิจของนักกายภาพบำบัด

สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ลองหมั่นสังเกตผู้สูงอายุในครอบครัวและคนรอบข้าง หากมีอาการข้างต้นดังที่กล่าวมา ต้องรีบพาท่านไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย ซึ่งการตรวจพบได้ไว โอกาสการรักษาหายก็จะมีมากขึ้น และลดภาวะทุพพลภาพที่มีโอกาสตามมาอีกด้วย

เรียบเรียงโดย กภ. สุปรียา อภิจรัสกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. Nassar BR, Lippa CF. Idiopathic normal pressure hydrocephalus: a review for general practitioners. Gerontol Geriatr Med. 2016;2:1–6.
  2. Williams MA, Malm J. Diagnosis and treatment of Idiopathic normal pressure hydrocephalus. Continuum (Minneap Minn). 2016;22(2):579–99.
  3. รศ.นพ.ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์. โรคน้ำคั่งในโพรงสมองในผู้สูงอายุ ตรวจพบไวรักษาได้. ศิริราชประชาสัมพันธ์, 30(411), หน้า 8–9.
  4. Hydrocephalus Association.  About normal pressure hydrocephalus (NPH); A book for adults and their families. San Francisco. 2018

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *