อาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome)

นักกายภาพบำบัด: สวัสดีครับ วันนี้มีอาการอะไรครับ ?

คนไข้ : ปวดสะโพกข้างขวาร้าวลงขามากเลยคะ น่าจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคะ

นักกายภาพบำบัด: ใจเย็น ๆ ก่อนครับ อาการปวดร้าวลงขาอาจไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทก็ได้ครับ

คนไข้ : จริงหรือคะ ? แล้วอาการปวดร้าวลงขาเป็นจากอะไรคะ ?

ต่อเนื่องจากบทความเรื่อง  “หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท” และเรื่อง “การวินิจฉัยหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทด้วย MRI เชื่อถือได้หรือไม่ ?” คนไข้ที่มีอาการปวดร้าวลงขาคล้ายอาการหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แต่อาการปวดหลังร้าวลงขาก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทเพียงอย่างเดียว ในบทความนี้ผมจะขออธิบายถึงสาเหตุอื่นที่มีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

กายวิภาคศาสตร์ของกล้ามเนื้อ Piriformis (1)

กล้ามเนื้อ Piriformis  นี้อยู่บริเวณสะโพก โดยเกาะจากกระดูกก้นกก และไปเกาะอยู่บริเวณกระดูกต้นขา ทำหน้าที่หมุนสะโพกออก (Hip external rotation) และเหยียดสะโพก (Hip extension) นอกจากนี้ กล้ามเนื้อมัดนี้ยังมีความสำคัญในการเดิน ในช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับข้อสะโพก

ลักษณะการวางตัวของกล้ามเนื้อ Piriformis กับเส้นประสาท Sciatic (1, 2, 3)

จากการศึกษาของ Beaton, L.E. และ B.J. Anson ปี 1938 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นประสาท Sciatic กับกล้ามเนื้อ Piriformis  ใน 1,510 ตัวอย่าง ได้อธิบายว่ามี 4 รูปแบบ ดังนี้

a. 88% พบมากที่สุด โดยพบว่าเส้นประสาท Sciatic จะลอดผ่านใต้กล้ามเนื้อ Piriformis

b. 11% พบรองลงมา โดยกล้ามเนื้อ Piriformis ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจากเส้นประสาท Sciatic และแขนง แทรกผ่านกลางกล้ามเนื้อ Piriformis

c. 0.86% พบเป็นลำดับที่ 3 โดยแขนงของเส้นประสาท Sciatic วางพาดด้านบนและลอดผ่านใต้ของกล้ามเนื้อ Piriformis

d. 0.13% พบน้อยที่สุดโดยเส้นประสาท Sciatic นี้ทะลุผ่านกลางกล้ามเนื้อ Piriformis

สาเหตุของการเกิด Piriformis syndrome สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม (3, 4) ดังนี้

  1. Primary piriformis syndrome

เกิดจากการบาดเจ็บทางกายวิภาศาสตร์ จากลักษณะของกล้ามเนื้อ Piriformis กับเส้นประสาท Sciatic

4 รูปแบบดังแสดงในด้านบน ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อ Piriformis มีการเกร็งตัวขึ้น อาจจะสามารถหนีบเส้นประสาท Sciatic ได้

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการศึกษาแล้วพบว่าการวางตัวของเส้นประสาท Sciatic ในรูปแบบต่าง ๆ อาจจะไม่ส่งผลต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ Piriformis ตามการศึกษาในอดีต (4)

  1. Secondary piriformis syndrome

การเกิด Piriformis syndrome แบบที่สองนี้ เกิดจากกล้ามเนื้อได้รับการบาดเจ็บรุนแรง (Macro trauma) หรือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (Micro trauma)

การบาดเจ็บรุนแรง (Macro trauma) พบประมาณ 50% ของผู้ป่วย โดยเกิดจากการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุบริเวณสะโพก ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ การเกร็งของกล้ามเนื้อ และสามารถส่งผลให้เส้นประสาท Sciatic ถูกกดทับตามมาได้  โดยการเกร็งของกล้ามเนื้อ Piriformis ส่วนมากสาเหตุจะเกิดจากอุบัติเหตุโดยตรง การบาดเจ็บหลังการผ่าตัด หรือปัญหาจากข้อต่อกระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine) หรือข้อต่อเชิงกราน (Sacroiliac joint) อีกทั้ง อาจเกิดได้จากการหดสั้นของกล้ามเนื้อ Piriformis จากการเปลี่ยนแปลงทางชีวกลศาสตร์ของกระดูกขา หลังส่วนล่าง และบริเวณเชิงกราน ซึ่งสามารถส่งผลให้เกิดการกดทับหรือรบกวนต่อเส้นประสาท Sciatic ได้ ทำให้เกิดอาการแสดงต่าง ๆ ได้ เช่น อาการปวดไปตามบริเวณที่เส้นประสาท Sciatic ไปเลี้ยงแถวบริเวณสะโพก ต้นขาด้านหลัง ขาส่วนล่าง และบริเวณด้านนอกของเท้า

การบาดเจ็บเล็กน้อย (Micro trauma) เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อที่มากเกินไป (Overuse)  เช่น การเดินระยะทางไกล การวิ่ง หรือเกิดทับบริเวณกล้ามเนื้อจากการนั่งนาน ๆ

อาการและอาการแสดง (5) ดังนี้

  • มีอาการปวดสะโพกขณะนั่ง ยืน หรือนอนนานมากกว่า 15-20 นาที
  • มีอาการปวดสะโพก หรือมีอาการชา (Paresthesia) ไปตามบริเวณเชิงกราน ก้น และต้นขาด้านหลัง ซึ่งส่วนมากจะอยู่บริเวณเหนือเข่า
  • อาการปวดสะโพกจะดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว แต่อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่ออยู่ในอิริยาบถนิ่ง ๆ เช่น นั่ง หรือนอนนาน ๆ
  • มีอาการปวดสะโพกขณะเปลี่ยนท่า เช่น จากท่านั่งลุกขึ้นยืน หรือทำท่าย่อตัว (Squat)
  • อาการปวดมักจะไม่หายทันทีเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
  • เดินได้ลำบาก (เดินกระเพลก หรือปลายเท้าข้างที่มีปัญหาตก)
  • อาจมีอาการชาเท้า หรืออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาข้างนั้น

 

จากอาการและอาการแสดงของอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) ที่กล่าวมาข้างต้นจะมีอาการปวดร้าวลงขา (Sciatica pain) ซึ่งคล้ายกับอาการปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทค่อนข้างมาก แต่มีสาเหตุที่ต่างกัน ทำให้การรักษามีความแตกต่างกัน

การตรวจประเมินด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI) สามารถใช้เพื่อวินิจฉัยแยกโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทได้ อย่างไรก็ตามในคนไข้ที่มีอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) อาจให้ผล MRI เป็นบวกไม่จริงได้เช่นกัน (False positive)

แต่ถ้าซักประวัติคนไข้ให้ละเอียดแล้ว มักจะพบว่าคนไข้ที่เป็นอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) จะเริ่มมีอาการปวดจากบริเวณสะโพกก่อนแล้วค่อย ๆ ร้าวลงขา บางรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการชา หรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาร่วมด้วย ซึ่งแตกต่างจากคนไข้ที่มีหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทที่จะมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง (Lumbar spine) ไม่สามารถเหยียดตัวตรง และมีอาการปวดร้าวลงขาได้

หากคนไข้ที่มีอาการแสดงดังที่กล่าวมาเคยได้รับการรักษาบริเวณหลังแล้ว อาการปวดบริเวณสะโพกหรืออาการปวดร้าวลงขายังไม่ทุเลาลง อาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ Piriformis syndrome อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ จึงควรมารับการตรวจประเมินทางกายภาพบำบัดเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

เรียบเรียงโดย กภ.ไพบูลย์ เสถียรพันธฤทธิ์

เอกสารอ้างอิง

  1. Carro LP, Hernando MF, Cerezal L, Navarro IS, Fernandez AA, Castillo AO. Deep gluteal space problems: piriformis syndrome, ischiofemoral impingement and sciatic nerve release. Muscles Ligaments Tendons J. 2016; 6(3): 384.
  2. Beaton LE, Anson BJ. The relation of the sciatic nerve and of its subdivisions to the piriformis muscle. Anat Rec. 1937; 70: 1-5.
  3. Ro TH, Edmonds L. Diagnosis and management of piriformis syndrome: A rare anatomic variant analyzed by magnetic resonance imaging. J Clin Imaging Sci. 2018; 8.
  4. Siddiq MA, Rasker JJ. Piriformis pyomyositis, a cause of piriformis syndrome-a systematic search and review. J Clin Rheumatol. 2019; 1-11.
  5. Boyajian-O’Neill LA, McClain RL, Coleman MK, Thomas PP. Diagnosis and management of piriformis syndrome: an osteopathic approach. J Am Osteopath Assoc. 2008; 108: 657-64.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *