การดูแลและออกกำลังกายข้อเข่าหลังการผ่าตัดเปลี่ยนเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า

การบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (Anterior cruciate ligament) พบเจอได้บ่อยในนักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือสกี (1) อาการที่พบหลังการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าคือ เจ็บหน้าเข่าหรือภายในข้อเข่าเมื่อมีการลงน้ำหนัก บวม และอาจมีความรู้สึกว่าข้อเข่าไม่มั่นคง  โดยการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้านั้นสามารถดูได้จากภาพถ่าย MRI ในเบื้องต้นแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดสามารถตรวจคัดกรองการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าได้จากการตรวจร่างกายเฉพาะได้แก่ pivot-shift test, Lachman test หรือ anterior drawer test โดยหากมีการขาดของเอ็นจะพบว่ากระดูกหน้าแข้ง (Tibia bone) เคลื่อนมาด้านหน้ามากกว่าเข่าข้างปกติ

ส่วนมากหากมีการฉีกขาดแพทย์มักให้การรักษาโดยการผ่าตัดซ่อมแซมเอ็นไขว้หน้า เพื่อคงความมั่นคงให้แก่ข้อเข่าและลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต (2) หลังเข้ารับการผ่าตัดแล้วนั้น จะใช้เวลาฟื้นตัวจนสามารถกลับไปใช้งานเข่าได้ภายในเวลาประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ใช่ทุกคนจะกลับไปใช้งานหรือเล่นกีฬาได้เหมือนก่อนผ่าตัด เนื่องจากอาจมีภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อเข่าอ่อนแรงหลังการพักการใช้งาน และภาวะข้อเข่าติดตามมาหลังผ่าตัด ดังนั้นภายหลังการผ่าตัดจึงควรได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวและกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและสะโพกให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

การฟื้นฟูหลังการผ่าตัดเปลี่ยนเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (3,4)

  • วันที่ 1-7 หลังผ่าตัด คือช่วงเวลาที่ยังมีการอักเสบจากแผลผ่าตัด มีปวด บวม ต้องทำการลดปวดลดบวมด้วยการประคบน้ำแข็ง ทานยา และพยายามนอนยกขาสูงเพื่อลดอาการบวมที่เข่า และเคลื่อนไหวเคลื่อนย้ายตัวเองด้วยการใช้ไม้ค้ำยัน (Crutches) โดยสามารถลงน้ำหนักลงที่ขาข้างที่ผ่าตัดได้ 50% ของน้ำหนักตัว และควรใส่ผ้าพยุงรัดเข่า (Knee support) ตลอดจนกว่ากล้ามเนื้อขาจะกลับมาพยุงได้ปกติยกเว้นช่วงเวลาที่ออกกำลังกายสามารถถอดออกได้และควรถอดออกทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดและของเสียรอบบริเวณเข่า ร่วมกับออกกำลังกายเข่าเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps muscle), หลังต้นขา (Hamstring muscles), กล้ามเนื้อสะโพก (Hip muscles)

รูปที่ 1 การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวมุมงอเข่า โดยการนั่งขอบเก้าอี้ ค่อย ๆ งอเข่าข้างที่ผ่าตัดลงโดยใช้ขาข้างตรงข้ามประคองไว้ กดลงพยายามให้ถึงมุม 90 องศาหรือเท่าที่ทนไหว

รูปที่ 2 การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวมุมเหยียดเข่า โดยนอนเหยียดขาตรงวางบนผ้าขนหนูที่ม้วนไว้ ออกแรงกดเข่าให้เข่าเหยียดตรงมากที่สุด

รูปที่ 3 การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps muscle) โดยนั่งเหยียดขาตรงเกร็งค้างไว้

รูปที่ 4 การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังต้นขา โดยนอนหงายแล้วค่อยงอเข่าลากส้นเท้าข้างที่ผ่าตัดเข้าหาสะโพกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ (*การออกกำลังกายท่านี้ควรระวังในผู้ป่วยที่ผ่าตัดโดยใช้เอ็นจากกล้ามเนื้อหลังต้นขา)

รูปที่ 5 การออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะโพก โดยการยืนจับโต๊ะหรือเก้าอี้เหยีดขาตรงแล้วเตะขาไปด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง

  • วันที่ 8-10 หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถเดินโดยใช้ไม้ค้ำยันข้างเดียวโดยที่ลงน้ำหนักขาข้างที่ผ่าตัดได้ 50%-75 % ของน้ำหนักตัว ออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาและเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าเท่าที่ทำได้มากที่สุด และหลีกเลี่ยงงานที่ใช้การเคลื่อนที่เยอะ
  • สัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด เข่าควรงอได้ไม่น้อยกว่า 100–120 องศา เพิ่มการออกกำลังกายเสริมความมั่นคงของข้อเข่าและข้อเท้า และลดการใช้ผ้าพยุงรัดเข่า เริ่มออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานได้หากมุมการงอเข่ามากกว่า 100 องศา
  • สัปดาห์ที่ 3–6 หลังการผ่าตัด องศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าควรเท่ากันกับข้างที่ปกติ และออกกำลังกายแบบเพิ่มแรงต้านต่อกล้ามเนื้อข้อเข่า
  • สัปดาห์ที่ 6–12 หลังการผ่าตัด ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงพร้อมกับออกกำลังกายเพิ่มความสมดุลของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและข้อเท้า (Balance training) และสามารถเริ่มเดินออกกำลังบนลู่วิ่งแบบไม่มีความชันได้

รูปที่ 6 การออกกำลังกายเพิ่มความสมดุลของกล้ามเนื้อข้อเข่าและข้อเท้า โดยการฝึกยืนบน Balance disc

รูปที่ 7 การฝึกกล้ามเนื้อขาด้วยท่า 1. sumo squad 2. Cross leg lunge 3. Single leg squad

  • สัปดาห์ที่ 12–24 หลังการผ่าตัด เริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหยาะ ๆ (Jogging) และเริ่มออกกำลังกายเพิ่มความคล่องตัว หรือออกกำลังกายเสริมประสิทธิภาพร่างกายตามกีฬาที่เล่น

รูปที่ 7 การออกกำลังกายวิ่งสลับทางเลี้ยงบอลเพื่อเสริมความคล่องตัวในนักฟุตบอล

รูปที่ 8 การฝึกเพื่อเสริมความคล่องตัวในนักบาสเกตบอล

  • สัปดาห์ที่ 24 (6 เดือน) คือช่วงเวลาที่ควรจะสามารถกลับไปเล่นกีฬาได้เต็มที่ โดยกำลังกล้ามเนื้อกลับมาไม่ต่ำกว่า 80% สามารถวิ่งลงน้ำหนักขึ้นทางชันและเล่นกีฬารับแรงกระแทกได้เต็มที่

 

เรียบเรียงโดย กภ. นภวรรณ เพราเพริศภิรมย์

 Reference

  1. Ueno R, Navacchia A, Bates NA, Schilaty ND, Krych AJ, Hewett TE. Analysis of Internal knee forces allows for the prediction of rupture events in a clinically relevant model of anterior cruciate ligament injuries.Orthop J Sports Med. 2020;8(1):1-13.
  2. Ajuied A, Wong F, Smith C, Norris M, Earnshaw P, Back D, et al. Anterior cruciate ligament injury and radiologic progression of knee osteoarthritis: a systematic review and metaanalysis. Am J Sports Med. 2014;42(9):2242–2252.
  3. Ira KE. ACL reconstruction rehabilitation protocol. Sports Medicine North Orthopedic Specialty Center. 2017:9-20.
  4. Cavanaugh JT, Powers M. ACL Rehabilitation Progression: Where Are We Now. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10:289-296.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *