ไม่ใช่แค่บวม อย่ามองข้าม ตอน บวมได้ก็ยุบได้

อาการบวมที่เกิดขึ้นอาจสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาการบวมที่เท้าจะทำให้เดินลำบาก อาการบวมที่มือ จะทำให้หยิบจับสิ่งของลำบาก

วิธีการลดบวมมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วย และอาการที่เกิดขึ้น โดยท่าลดบวมที่นำเสนอในบทความนี้เหมาะสำหรับการบวมเฉพาะที่ สาเหตุการบวมที่เกิดจากโรคหัวใจไม่ควรทำ ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์

1. Elevation of the limb (Positioning) (1,2)

มักใช้กับอาการบวมของรยางค์แขนหรือขา หลักการคือ ยกบริเวณที่บวมให้อยู่สูงกว่าระดับอก

2. การใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่บวม (Bandaging)

ซึ่งในการพันนั้นจะต้องให้แรงดึงที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดแรงกด ไล่ของเหลวที่คั่งค้างอยู่บริเวณนั้น กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดต่อไป (1,3) หลักการคือ

  1. เลือกผ้ายืดที่เหมาะกับบริเวณนั้น ๆ
  2. เริ่มพันผ้าจากส่วนปลายไปยังส่วนต้น หรือจากส่วนเล็กกว่าไปส่วนที่ใหญ่กว่า
  3. เริ่มพันโดยจับมุมผ้าเฉียงขึ้นแล้วพันเป็นวงหนึ่งรอบ จากนั้นพันผ้าแบบวงกลม 2-3 รอบ เพื่อให้ผ้ากระชับกับบริเวณที่พัน ไม่ให้หลวมหรือแน่นจนเกินไป เพราะจะมีผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปสู่บริเวณนั้น ๆ
  4. ในการพันผ้ายืดพันให้แน่นในส่วนปลาย แล้วพันแน่นน้อยลงจนถึงส่วนต้น เพื่อช่วยระบายของเหลวในบริเวณนั้น ๆ กลับสู่ระบบไหลเวียนเลือด
  5. การใช้ผ้ายืดต้องระวังการรัดแน่นจนเกินไป จนเลือดเดินไม่สะดวกและกดทับเส้นประสาท สังเกตได้จากการบวมที่เพิ่มขึ้น สีผิวซีด ขาว และเย็น หรือมีอาการปวดและชา หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบคลายผ้าที่พันไว้ออกแล้วจึงพันใหม่

ลักษณะต่าง ๆ ของการพันผ้าและวิธีทำ

  1. การพันรอบหรือพันเป็นวงกลม (Circular turns) เป็นการพันรอบเป็นวงกลม มักใช้เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของการพันผ้า

  2. การพันเป็นเกลียว (Spiral turns) เป็นการพันกับอวัยวะที่ยาว เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าแข้ง ลำตัว เป็นต้น

  3. การพันรูปเลขแปด (Figure of eight turns) เป็นการพันอวัยวะที่เป็นส่วนของข้อ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อสะโพก ข้อศอก และหัวไหล่ เป็นต้น

3. Pumping exercise

ให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวเพื่อใช้เป็นแรงส่ง ขับของเหลวออกจากเนื้อเยื่อบริเวณนั้น (1,5) เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการเคลื่อนไหวที่เริ่มจากบริเวณส่วนปลายสุด ขยับเคลื่อนมาจนถึงแกนกลาง เช่น การขยับบริเวณนิ้วมือ ไปยังข้อมือ ไปยังข้อศอก และ หัวไหล่ ตามลำดับ เพื่อลดบวมบริเวณแขน หลักการคือ

  1. ใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวง่าย
  2. ออกกำลังกายติดต่อกันนานประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หากทำไม่ได้ครบตามระยะเวลาดังกล่าว สามารถลดเวลาลงตามความสามารถของผู้ป่วย
  3. มีช่วงพักระหว่างท่าหนึ่ง ๆ หรือ ให้พักเมื่อผู้ป่วยรู้สึกปวด
  4. จำนวนครั้งในแต่ละท่า สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามความสามารถของผู้ป่วย
  5. ความรู้สึกหลังออกกำลัง ส่วนเท้าจะอุ่นและแดงขึ้นเมื่อเทียบกับอีกข้าง
  6. ท่าเตรียม ให้ผู้ป่วยยืนหรือนั่งบนเก้าอี้หรือขอบเตียงสูงพอที่เท้าจะวางบนพื้นได้

นอกจากนี้แล้วทางศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลยังมีการเครื่องลดบวม ที่มีหลักการการทำงานโดยการใช้แรงดันเพื่อระบายของเหลวจากส่วนปลายไปยังส่วนต้น

เรียบเรียงโดย กภ.สกาวรัตน์ เตชทวีทรัพย์

เอกสารอ้างอิง

  1. Bruno C. Silent Waves: The theory and practice of Lymph Drainage Therapy (LDT). USA: I.H.H Publishing; 2001. p.261-284.
  2. Todd M, Lay-Flurrie K, Drake J. Managing ulceration and lymphorrhea in chronic oedema. BJCN 2017;22:S34–41.
  3. วิภาวี หม้ายพิมาย. การพันผ้า (Bandaging). ใน: ณัฐสุรางค์ บุญจันทร์, อรุณรัตน์ เทพนา. (บรรณาธิการ) ทักษะพื้นฐานการพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559. หน้า 235-245.
  4. ณรงค์ สาริสุต, ยุพิน รุ่งเวชวุฒิวิทยา, อรวรรณ เรืองสมบูรณ์. อาการบวม. การอบรมทางวิชาการเภสัชกรรมชุมชน. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2528./li>
  5. Jill CC. Cheryl AG. Family practice guidelines. 4th. New York: Springer Publishing Company; 2017. p.508.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *