โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’ Palsy)

โรคนี้เกิดขึ้นมานานกว่า ๒๐๐ ปีแล้วแต่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นเคย จะมาได้ยินบ่อยเข้าช่วงประมาณ ๒-๓ ปีมานี้ เนื่องจากมีดาราหลายท่านเป็นกัน ทำให้สงสัยกันว่าเป็นได้อย่างไร อะไรคือสาเหตุ เป็นแล้วหายไหม หรือเป็นอาการเริ่มแรกของคนเป็นอัมพาตครึ่งซีก

สาเหตุ

จริงๆแล้วเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคแต่สันนิษฐานว่าเกิดจาการติดเชื้อไวรัสโดยเฉพาะเชื้อเริม ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๗ ที่เรียกว่า เส้นประสาทใบหน้า (facial nerve) ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าทำให้ไม่ทำงานชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกด้านนั้นเป็นอัมพาต และมักจะมีอาการแบบปัจจุบันทันด่วน เช่น ตื่นนอนตอนเช้าก็พบว่าปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท ทำให้เกิดความวิตกกังวลแก่ผู้ป่วยว่าจะเป็นโรคเดียวกับอัมพาตครึ่งซีกหรือไม่ อันที่จริงแล้วทั้งสองโรคนี้เป็นคนละโรคกัน คือโรคอัมพาตครึ่งซีกนั้นเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง เช่น มีเส้นเลือดในสมองแตก มีลิ่มเลือดมาอุดตันเส้นเลือดในสมอง ทำให้แขน-ขาครึ่งซีกอ่อนแรงบางรายอาจมีปากเบี้ยวร่วมด้วย แต่ยังสามารถหลับตาหรือยักคิ้วได้ ส่วนโรคอัมพาตใบหน้าจะเกิดความผิดปกติที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ ๗ ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าเท่านั้น แขนขาทั้งสองข้างแข็งแรงเป็นปกติ

อาการ

มักเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน( เช่น ตื่นนอนตอนเช้า) จะพบว่ามีมุมปากข้างหนึ่งตก หลับตาข้างเดียวกันนั้นได้ไม่สนิท ปากเบี้ยวไปข้างหนึ่งขณะยิ้มหรือยิงฟัน เวลากลืนน้ำจะมีน้ำไหลมาที่มุมปากข้างนั้น ไม่สามารถยักคิ้วขึ้นได้ จะสามารถสังเกตเห็นอาการได้ชัดเวลาผู้ป่วยพูด ยิ้มหรือกระพริบตา บางคนไปพบแพทย์เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่ชัด ผิวปากไม่ได้ บางคนรู้สึกว่าหน้าบวมหรือชาครึ่งซีก นอกจากนี้อาจมีอาการลิ้นครึ่งซีกชาและรับรสไม่ได้ หูข้างเดียวกันนั้นอาจมีอาการปวดและรู้สึกหูอื้อได้ ตาแห้งหรือมีน้ำตาไหลข้างเดียวเนื่องจากระคายเคืองฝุ่นละอองเนื่องจากตาผิดได้ไม่สนิท

ทั้งนี้แรงของกล้ามเนื้อแขนและขาของผู้ป่วยยังปกติอยู่ ไม่มีอาการอ่อนแรง

การรักษา

จะแบ่งออกได้เป็น ๓ ทางคือ

  1. การรักษาทางยา จะให้ได้ผลดีต้องกระทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะถ้าหากปล่อยนานเกิน ๑ สัปดาห์มักจะไม่ได้ผล๑ ยาที่ใช้จะเป็นในกลุ่มสเตอรอยด์ เป็นเวลานาน ๗-๑๐ วัน มักจะมีการฟื้นและหายได้อย่างดีถึงร้อยละ ๙๕ การใช้ยากลุ่มนี้ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้นเนื่องจากมีผลข้างเคียงค่อนข้างอันตราย ไม่ควรซื้อยาทานเอง นอกจากนี้อาจให้ยาในกลุ่มวิตามินบีรวม หรือยาที่มีฤทธิ์รักษาเส้นประสาทส่วนปลายด้วย ทั้งนี้แพทย์อาจใช้ยาป้ายตาที่เป็นยาปฏิชีวนะ ทาข้างที่มีอาการวันละ ๒-๓ ครั้ง๒ เพื่อป้องกันไม่ให้ตาได้รับการระคายเคืองจนเกิดการอักเสบ แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาติดตามการรักษาเป็นระยะๆ จนกว่าจะแน่ใจว่าหายดี โดยทั่วไปมักจะใช้เวลา ๑-๓ สัปดาห์
  2. การรักษาทางกายภาพบำบัด ใช้การกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อใบหน้าที่เป็นอัมพาตไม่ให้ลีบเล็กลง การใช้ความร้อนประคบบริเวณใบหน้าที่มีอาการอ่อนแรงเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต รวมทั้งการรักษาโดยใช้การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อในขณะที่รอการฟื้นตัวของเส้นประสาทในอนาคต การรักษาด้วยการออกกำลังกายดังกล่าวถือเป็นวิธีการที่ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงและเป็นการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถช่วยทำได้บ่อย ๆ วันละหลายๆครั้ง ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
  3. การรักษาโดยการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะเข้ามามีบทบาทในเฉพาะกรณีที่มีอาการของโรครุนแรงและไม่หาย คือผู้ป่วยยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่นานเกิน ๙ เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะในรายที่เป็นผลมาจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๗ ถูกทำลายหรือฝ่อลีบ เช่น ผ่าตัดแก้ไขหนังตาที่ปิดไม่สนิท การต่อและเลี้ยงเส้นประสาทสมองคู่อื่นเพื่อนำมาใช้ทดแทนเส้นประสาทสมองคู่ที่ ๗

อาการแทรกซ้อน

ผู้ป่วยอาจมีอาการตาอักเสบเนื่องมาจากการปิดตาไม่สนิท ทำให้มีฝุ่นละอองเข้ามาทำให้เกิดความระคายเคือง มีอาการตาแห้งต้องอาศัยการหยอดน้ำตาเทียมช่วยมิเช่นนั้นอาจทำให้แก้วตามีปัญหาได้

การดูแลตัวเองหลังเกิดอาการ

  • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อป้องกันตาแห้ง
  • ใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตาก่อนนอนหรือใช้ที่ครอบตาป้องกันฝุ่นเข้าตาขณะนอนหลับ
  • สวมแว่นเวลาออกนอกบ้านเพื่อกันลมและฝุ่นละออง
  • ห้ามขยี้ตาข้างที่ปิดไม่สนิท
  • ทำกายภาพบำบัดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นประจำ

ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า

ให้ผู้ป่วยออกกำลังหน้ากระจกเพื่อคอยดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เริ่มแรกให้ใช้มือข้างเดียวกับใบหน้าที่มีอาการค่อยช่วยก่อน ถ้าเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวมากขึ้นค่อยๆลดการช่วยลง ทำครั้งละ ๑๐ ที ทำซ้ำ ๓ รอบ วันละ ๓ ช่วงเวลา


ท่าที่ ๑ ให้ฝึกยักคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง

ท่าที่ ๒ ให้ฝึกขมวดคิ้วเข้าหากัน

ท่าที่ ๓ ให้ฝึกย่นจมูก

ท่าที่ ๔ ให้ฝึกหลับตาแน่นๆ(หลับตาปี๋)

ท่าที่ ๕ ให้ฝึกทำจมูกบาน

ท่าที่ ๖ ให้ฝึกยิ้มโดยไม่ยกมุมปาก(แสยะยิ้ม)

ท่าที่ ๗ ให้ฝึกยิ้มยกมุมปากขึ้น

ท่าที่ ๘ ให้ฝึกทำปากจู๋
ท่าที่ ๙ ให้เคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ ๑๐ นาที

เรียบเรียงโดย เรียบเรียงโดย กภ.พรสิริ ประเสริฐกิจกุล

อ้างอิง

1. นิพนธ์ พวงวรินทร์.โรคอัมพาตใบหน้า.จดหมายข่าวราชบัณทิตยสถาน.พฤศจิกายน ๒๕๔๖;ปีที่ ๑๓(๑๕๐)

2. สุรเกียรติ อาชานุภาพ.อัมพาตเบลล์.สารานุกรมทันโรค นิตยสารหมอชาวบ้าน.มีนาคม ๒๕๔๘;เล่มที่ ๓๑๑

32 comments on “โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’ Palsy)

  1. ขอถามอะไรอย่างค่ะ พอดีน้องชายฉัน เกิดอุบัติเหตุรถล้ม ศีรษะกระแทกท่อปูน เลือดหูออก กระดูกโนกแก้มร้าว พอเค้ารู้สึกตัว แก้มด้านซ้ายที่ร้าว มันมีอาการชาที่หน้า ปากเบี้ยวข้างนึงค่ะ กินพูดได้แค่ด้านขวาด้านเดียว เหมือนเจ็บที่กระดูกและหลับตาไม่สนิทด้านที่ร้าว เลยอยากจะสอบถามค่ะ ว่ามีโอกาสเป็นอัมพาตครึ่งหน้าไหม ถ้าเป็นมีวิธีการรักษาไหมค่ะ ขอบคุณคะ

  2. อยากสอบถามค่ะ กรณีลูกสาวอายุ18เกิดอุบัติเหตุหมอสรุปว่าเกี่ยวกับปลายประสาทที่7เพราะมุมปากตก ตาปิดไม่สนิทตอนนี้รักษามาได้4เดือนแต่ตาปิดได้90%ปาก90%แต่หน้าปิดรูป ตาสูงข้างต่ำข้าง ปากผิดรูป..อยากทราบว่าเราควรรักษาโดยวิธีใดถึงจะกลับมาปกติ.เราต้องผ่าตัดหรือไม่ หรือใช้วิธีการฝังเข็ม ค่าใช้จ่ายอยุ่ที่ปะมานเท่าไร…ขอบคุนมากค่ะ

    1. เป็นโรคอัมพาตใบหน้า ประสาทคู่ที่ 7 มา จะ 2 ปีแล้ว เป็นตอนท้อง 8 เดือน ยังไม่หายขาดเลยค่ะ ตอนนี้ยิ้มปากก็ยังเบี้ยว ตาสูงต่ำไม่เท่ากัน ควรผ่าตัดเพื่อรักษาป่าวค่ะและจะหายขาดป่าวค่ะ

  3. เป็นอัมพาตใบหน้ามา12ปีแล้วค่ะยังไม่หายสนิทเลยค่ะ. ตอนเป็นครั้งแรกท้องเดือนที่8ค่ะ. ตื่นเช้ามาปากเบี้ยว. ตาหลับไม่สนิท. ยักคิ้วไม่ได้. ก็ไปหาหมอตั้งแต่เป็นค่ะ. ปัจจุบันยังไม่ปกติค่ะ. ตาหลับสนิท. ปากกับคิ้วยังไม่หายค่ะ

  4. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าควรทำติดต่อกันอย่างไรหรือควรหยุดเมื่อใดเพราะตอนนี้กระตุ้นด้วยไฟฟ้าวันเว้นวันมา3สัปดาห์แล้ว จะทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าหน้าจะหายเบี้ยวหรือป่าวคะ
    หรือว่าทำนานแค่ไหนถึงจะเหมาะสมช่วยแนะนำด้วยค่ะ

  5. เป็นโรคปากเบี้ยวมาตั้งแต่จำความได้ จนปัจจุบัน ก็สามสิบกว่าปี เพิ่งรู้ว่าเป็นโรค ถ้ารักษาจะได้หรือเปล่า แบบนี้จะดีขึ้นหรือเปล่าค่ะ

  6. เป็นโรคอัมพาตใบหน้าข้างขวาตาหลับไม่สนิทปากเบี้ยว ปวดตา กินข้าว กินน้ํา ลําบากมากค่ะต้องรักษายังไงให้หายขาดค่ะ และต้องดูแลตัวเองยังไง

  7. อยากรักษาอาการใบหน้าเกรงและกระตุกที่ปากและจมูกรักษาโรคนี้ได้ที่ไหนแล้วรักษาอย่างไรบ้างถึงจะหายคะ
    ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ค่ะ

  8. อาการใบหน้าเกรงและกระตุกที่ใบหน้าแล้วมีอาการปากเบี้ยวปากและจมูกขมุบขมิบและกระตุกตลอดเวลาเลยรักษาโรคนี้อย่างไรและรักษาโรคนี้ที่ไหนดีคะแล้วค่าใช้จ่ายในการรักษาเท่าไหร่ค่ะ

    1. ผมก็เครียด รักษายีงไงที่ไหนบอกด้วยนะครับ
      ผมเสียบุคลิกมา4-5ปีละ อายมาก พึ่งเรียนจบด้วย
      น้ำตาจะไหล ใครเห็นโปรด
      แอดไลน์มาช่วยผมทีนะครับขอร้องอยากได้คำแนะนำ
      mindrhp95

      ขอบคุณนะครับที่ช่วย อย่าเลื่อนผ่านส่งๆนะครับอยากหายจริงๆฮือๆT^T

  9. ผมเป็นมา 4 วันเช่นกัน ตอนนี้ปิดตาไม่สนิท เวลายิ้ม หรือผิวปาก ปากจะเบี้ยงนิด ๆ
    ไปหาหมอมาแล้ว หมอก็ให้ยามาทาน จำพวก วิตามินบี ยาบำรุงเส้นประสาท น้ำตาเทียม
    หมอบอกว่า สามารถรักษาหายได้ ภายใน 3 สัปดาห์ แต่ต้องกินยาอย่างมีวินัย

  10. เป็นกำลังใจให้ผู้ที่ป่วยโรคนี้ด้วยนะครับ ผมกินยาเป็นสัปดาห์ที่สองแล้ว ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก เกือบปกติแล้วล่ะ หมอให้ลดยาลง จากเมื่อก่อน วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ครั้งละ 4 เม็ด ตอนนี้เหลือวันละ 2 ครั้งหลังอาหาร ครั้งละ 1 เม็ด สัปดาห์หน้าก็จะเหลือวันละครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด
    ขอให้ทุกคนไม่ต้องตกใจนะครับ รักษาได้ แต่ควรรักษาทันทีที่่มีอาการ ไม่ควรคาดว่าไม่น่ามีอะไร ซึ่งก็เป็นไปได้ที่ทุกคนคิดแบบนั้น เพราะไม่เจ็บ ไม่ป่วย เพียงแค่เคืองตา และผิวปากไม่ได้ คนส่วนมากจะคิดว่าไม่นานก็คงหายเอง ให้บอกต่อๆกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

  11. ตอนนี้กลุ้มใจมากค่ะ..ปากก้อเบี้ยว..ตากัอขยับไม่ได้ เศร้าจัง ต้องทำไงค่ะ เพราะตาทำอะไรไม่ได้เลย.อยากให้มีปราฏิหาริย์

  12. แม่เราเคยเป็นแล้วไปหาหมอโรงบาลแต่ไม่ดีขึ้นเลยไปหาคลินิกหนึ่งในจังหวัดสุพรรณหมอเก่งมากแค่ให้ยา พอเจอเคสแม่เราคือแบบหมอบอกสบายมาก หายชัวร์ แล้วก็หายจริงน้ะ เขาให้ยาแถมให้ไปกายภาพที่โรงบาลตามปกติแต่ยาของโรงบาลไม่ต้องกิน กินยาหมอแทน ปัจจุบันแม่หายเป็นปกติแล้ว ตอนแม่เป็นแม่กลัวมากเครียดจนน้ำหนักลดหลายโล พอไปหาคลินิกเขอหมอจนสบายใจ ตอนนี้แม่อ้วนจนจะเป็นหมูแล้ว

  13. ตอนนี้เป็นมาเข้าสัปดาห์กว่าๆ แล้วคะ ทานยาตามที่หมอสั่ง พยายามกายภาพตามไปด้วย แต่อาการยังทรงตัว เครียดมากๆ เสียบุคลิคมากเลยคะ

  14. เครียดมากคับ กับอัมพฤกใบหน้า พึ่งเริ่มเป็นใด้วันเดียว แต่ไม่กล้าคุยกะใครนานเพราะไม่มั่นใจตัวเอง ตรงเป๊ะเลยครับกับข้อมูลที่อ่านเบื้องต้น มันจะหายมั้ยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *