“Heatstroke โรคยอดฮิตในฤดูร้อน”

ที่มารูปภาพ: https://mw-wellness.com/heat-stroke

สภาพอากาศในปัจจุบันของประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะมีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี โดยข้อมูลจากศูนย์ภูมิอากาศ สำนักพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดว่าฤดูร้อนของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562 นี้จะเริ่มประมาณเดือนกุมภาพันธ์และจะสิ้นสุดลงช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนั้น ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวและมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่บริเวณประเทศไทยตอนบนประมาณ 35–37 องศาเซลเซียส และในบางพื้นที่อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส (1) จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ประชาชนชาวไทยมีโอกาสเกิดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อน ได้แก่ โรคลมแดดหรือ  Heatstroke ซึ่งโรคนี้อาจมีอันตรายถึงชีวิต โดยข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าในช่วง พ.ศ. 2558–2560 มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดสูงสุดในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 60 คน ซึ่งเป็นปีที่อากาศร้อนกว่าทุกปี และในปี พ.ศ. 2561 พบจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดด 18 คน ส่วนใหญ่ร้อยละ 30 มีอาชีพรับจ้าง และร้อยละ 15 เป็นเกษตรกร โดยผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จำนวนร้อยละ 27.8 กลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงคือดื่มสุราเป็นประจำ พบอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 27.7 และมีสถิติเสียชีวิตสูงสุดในเดือนเมษายน  จะเห็นได้ว่าโรคลมแดดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หากบุคคลนั้นอยู่ในบริเวณกลางแจ้งที่มีอุณหภูมิสูงโดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬานั้นโรคลมแดดถือเป็นสาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตนอกเหนือจากการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ๆ (2) หากจะกล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค Heatstroke หรือโรคลมแดดในนักกีฬานั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากตัวบุคคล (5) ได้แก่ ร่างกายบุคคลนั้นไม่สามารถปรับตัวหรือปรับอุณหภูมิได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อน, มีไข้สูงเฉียบพลัน, มีความผิดปกติของสภาพผิวหนัง (ไม่สามารถขับเหงื่อออกจากร่างกายได้หรือขับเหงื่อได้ในระดับต่ำมาก มีอาการผิวไหม้จากแสงแดด หรือมีอาการของโรคสะเก็ดเงิน), มีภาวะขาดน้ำ, มีการรับประทานยาบางประเภท (ยาขับปัสสาวะ ยากลุ่มรักษาอาการภูมิแพ้ต่าง ๆ ยากลุ่มกระตุ้นการทำงานของประสาทส่วนกลาง), นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ, ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมมาก่อนออกกำลังกาย, สมรรถภาพทางกายต่ำ (low physical fitness), มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน, มีโรคประจำตัว (โรคหัวใจทำงานผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูง โรคลิ้นหัวใจรั่ว), มีภาวะไข้สูงอย่างรุนแรง (Malignant hyperthermia) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติด้านพันธุกรรมของตัวรับสัญญาณที่เซลล์กล้ามเนื้อลาย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจถี่และเร็ว หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ และมีไข้สูงมาก ปัจจัยเสี่ยงซึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก (5) ได้แก่  สภาพอากาศร้อนชื้นขณะออกกำลังกาย, การออกกำลังกายที่มีความหนักหรือเหนื่อยเกินไป, ระยะเวลาของการออกกำลังกายและการพักไม่เหมาะสม (Inappropriate work-to-rest ratio), สวมใส่เสื้อผ้าที่คับหรือระบายอากาศไม่ดีพอขณะออกกำลังกาย, ขาดการตระหนักถึงอันตรายของ Heatstroke ในหมู่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน หรือบุคลากรการแพทย์ทางกีฬา, ขาดการวางแผนการจัดการในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉินจากโรคลมแดด อาการของโรคลมแดดที่พบ (3, 4) ได้แก่ มีอาการสับสน อ่อนเพลียอย่างรุนแรง อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรงจนกระทั่งอาจวูบหมดสติได้ และหากวัดอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (core temperature) อาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิแกนกลางนี้สามารถใช้เครื่องวัดอุณหภูมิวัดที่บริเวณช่องปาก หู รักแร้ หน้าผาก (3)  ซึ่งหากพบอาการดังที่กล่าวมาควรรีบเข้าปฐมพยาบาลผู้ป่วยให้เร็วที่สุด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคลมแดด (3) ให้นำตัวผู้ป่วยเข้าภายในอาคารหรือที่ร่มและช่วยลดอุณหภูมิร่างกายให้กับผู้ป่วยทันที  โดยจัดท่าให้นอนราบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม ยกเท้าสูงขึ้น และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณคอและข้อพับต่าง ๆ เนื่องจากสามารถช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางได้  โดยทั่วไปผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการดีขึ้นหลังจากใช้เวลาในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนี้ประมาณ 30 นาที  แต่หากยังพบว่าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นหรือสังเกตได้ว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการรับรู้สติที่เปลี่ยนไป เพ้อ สื่อสารไม่เข้าใจ อาเจียน ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อดำเนินการรักษาโดยแพทย์และบุคลากรเฉพาะทางต่อไป สำหรับผู้พบเห็นผู้ป่วยโรคลมแดดให้เข้าช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด เพราะหากสามารถวินิจฉัยและให้การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมแดดได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดอัตราความพิการหรือการเสียชีวิตจากโรคลมแดดได้มากขึ้นเท่านั้น (5) ทั้งนี้ในนักกีฬาที่เคยมีอาการของโรคลมแดดนั้น ก่อนกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน เข้าฝึกซ้อมกีฬา หรือเข้าร่วมแข่งขันต่าง ๆ ภายหลังจากได้รับการปฐมพยาบาลหรือการรักษาเบื้องต้นแล้ว จะต้องมีการทดสอบความทนทานในการออกกำลังกายภายในสถานที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูง (The Israeli Defense Forces: heat tolerance testing protocol) ซึ่งจัดทดสอบเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโอกาสของการเกิดโรคลมแดดในนักกีฬาคนดังกล่าว แต่ทั้งนี้การเกิดโรคลมแดดอาจขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยอื่น ๆ ในขณะที่นักกีฬาออกกำลังกายหรือแข่งขันก็ย่อมได้ (4) สำหรับบุคคลทั่วไปหากมีกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีความจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ ๆ มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน แนะนำให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี กางร่มหรือใส่หมวกป้องกันความร้อนจากแสงแดด  ดื่มน้ำบ่อย ๆ ร่วมกับสลับเข้าพักในที่ร่มหรือภายในอาคารเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับเข้าสู่อุณหภูมิที่เหมาะสม เพียงเท่านี้คุณก็จะปลอดภัยจากวายร้ายอย่าง Heatstroke หรือโรคลมแดดอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย กภ. อังสุนี มีศรีสุข

เอกสารอ้างอิง

  1. ศูนย์ภูมิอากาศ สำนักพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา. คาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูกาล. การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2562. กันยายน 2561.
  2. Maron BJ, Doerer JJ, Haas TS, Tierney DM, Mueller FO. Sudden deaths in young competitive athletes: analysis of 1866 deaths in the United States, 1980–2006. NCBI. 2009;119(8):1085–92.
  3. Glazer, James L. Heatstroke in forecast for the summer. ACSMs Health Fit J. 2011;15(4):47–49.
  4. Armstrong LE, Casa DJ, Millard-Stafford M, Moran DS, Pyne SW, Roberts WO. American College of Sports Medicine position stand. Exertional heat illness during training and competition. Med Sci Sports Exerc. 2007;39(3):556–72.
  5. Navarro CS, Casa DJ, Belval LN, Nye NS. Exertional heat stroke. Curr Sports Med Rep. 2017;16(5):304-305.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *