มะเร็งเต้านมกับกายภาพบำบัด (ตอน 2)

ในบทความตอนที่แล้วท่านได้ทำความรู้จักกับมะเร็งเต้านม, สถิติการเป็นมะเร็งเต้านมในประเทศไทย, ความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม รวมถึงแนวทางการรักษามะเร็งเต้านมกันไปแล้ว ในบทความตอนนี้จะกล่าวถึง “ภาวะแทรกซ้อนภายหลังการรักษา” ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยท่านสามารถย้อนอ่านบทความเรื่อง “มะเร็งเต้านมกับกายภาพบำบัด (ตอน 1)” ได้ที่ http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1061

ในปัจจุบันแนวทางการรักษาหลักของมะเร็งเต้านมมี 5 รูปแบบ ได้แก่ การผ่าตัด การฉายแสง การให้เคมีบำบัด การให้ฮอร์โมน และการให้ยาชนิดมีการออกฤทธิ์เฉพาะจุด ซึ่งแพทย์อาจจะใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือ ใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย (1) แต่เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาผู้ป่วยยังคงต้องเผชิญกับ       ”ภาวะแทรกซ้อน” ที่ไม่สามารถควบคุมได้และต้องจำยอมให้เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและส่งผลในระยะยาวต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยภาวะแทรกซ้อนภายหลังการรักษามะเร็งเต้านมที่อาจพบได้มีดังนี้

  1. ภาวะข้อไหล่ติด
  2. ภาวะเหนื่อยล้าได้ง่าย ขาดพลังงาน
  3. ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ (ปวด ชา รับความรู้สึกผิดปกติ)
  4. ภาวะบวมน้ำเหลือง

  1. ภาวะข้อไหล่ติด

ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยผู้ป่วยภายหลังการรักษามะเร็งเต้านมจะมีอาการข้อไหล่ติด (2) ซึ่งเป็นผลมาจากความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ (2-4) รวมถึงมีกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ที่อ่อนแรงกว่าปกติ (2,4) ซึ่งมีผลทำให้ผู้ป่วยจะไม่สามารถยกไหล่ได้สุดและอาจรบกวนชีวิตประจำวันได้ (2-4)

คำแนะนำและการป้องกันสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะข้อไหล่ติด

  • ข้อแนะนำเบื้องต้น ประคบเย็นเมื่อมีอาการปวด และลดการใช้งานในท่าที่ทำให้มีอาการเจ็บ
  • ท่าบริหารในเบื้องต้น แนะนำให้รักษาช่วงองศาการเคลื่อนไหวที่ยังสามารถทำได้ของข้อไหล่เอาไว้ อาจทำได้ด้วยการยกแขนขึ้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถยกได้ และต้องไม่มีอาการเจ็บ หากเจ็บระหว่างการบริหาร ไม่ควรทำต่อและควรประคบเย็น
  • ปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อรับคำแนะนำ รวมถึงท่าบริหารที่เหมาะสมและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล
  1. ภาวะเหนื่อยล้าได้ง่าย ขาดพลังงาน

80%-90% ของผู้ป่วยจะมีภาวะเหนื่อยล้าได้ง่ายภายหลังจากการรักษาโรคมะเร็งเต้านม ภาวะเหนื่อยล้าได้ง่ายในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมนั้น เกิดจากการลดลงของหลอดเลือดส่วนปลายทำให้ร่างกายส่วนปลายมีสารอาหารไปเลี้ยงได้น้อยลง จึงทำให้รู้สึกล้า ไม่มีพลังงาน (5) และสามารถส่งผลต่อคุณภาพในระยะยาว มีการศึกษาพบว่า ภาวะเหนื่อยล้าได้ง่ายนั้นมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า (4-5) ซึ่งการเหนื่อยล้าลักษณะนี้แตกต่างจากการเหนื่อยล้าทั่วไป การเหนื่อยล้าทั่วไปอาการจะหายไปหรือทุเลาลงได้ด้วยการพักผ่อนหรือนอนหลับ (5)

คำแนะนำและการป้องกันสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะเหนื่อยล้าได้ง่าย

  • ควรออกกำลังกายในรูปแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic exercise) ได้แก่ การเดินเร็ว การวิ่ง การปั่นจักรยาน เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและหลอดเลือด ซึ่งมีผลทำให้รู้สึกมีพลังงานและเหนื่อยล้าได้ยากขึ้น (3)
  • ขณะออกกำลังกายผู้ป่วยควรมีความเหนื่อยในระดับปานกลาง หรือ เหนื่อยในระดับที่สามารถพูดประโยคสั้นๆหรือร้องเพลงได้ (3,5)
  • ใน 1 สัปดาห์ผู้ป่วยควรออกกำลังกายในระดับปานกลางรวมกันให้ได้อย่างน้อย 150 นาที โดยไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกันในครั้งเดียว (3)

 

  1. ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ

เป็นความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลายอันเนื่องมาจากการให้เคมีบำบัด (Chemotherapy induced peripheral neuropathy) สามารถพบได้ 30-40% (3) ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมภายหลังการรักษา ผู้ป่วยจะมีอาการมีอาการปวด , ชายิบๆ, รับความรู้สึกร้อนเย็นผิดปกติ ไปจนถึงอ่อนแรงของรยางค์ส่วนปลายซึ่งจะนำมาซึ่งปัญหาด้านการทรงตัว และเสี่ยงต่อการหกล้มได้ (3-4)

คำแนะนำและการป้องกันสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ

  • ออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักที่ขาทั้งสองข้าง (Weight bearing exercise) เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อต่อ มีการรายงานถึงการออกกำลังกายในรูปแบบไทเก๊ก รวมถึงการเต้น สามารถช่วยเพิ่มการทรงตัวและสามารถป้องกันการหกล้มได้ (5)
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยในการยืน เดิน ในชีวิตประจำวัน ในกรณีที่มีปัญหาการทรงตัว รู้สึกยืนหรือเดินไม่มั่นคง (6)
  • ควบคุมน้ำหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อรับน้ำหนักที่มากเกินไป (5)
  • ปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อรับคำแนะนำ รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัวสำหรับการจัดการผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าว เช่น ฝึกการทรงตัว เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทส่วนปลาย มีการรายงานถึงการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า(Transcutaneous electrical nerve stimulation: TENS) สามารถลดอาการชายิบ ๆ และรับความรู้สึกผิดปกติได้ เป็นต้น (5)
  1. ภาวะบวมน้ำเหลือง

คือ ภาวะบวมที่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองได้รับความเสียหายภายหลังการรักษามะเร็งเต้านมโดยเฉพาะการรักษาในรูปแบบของการผ่าตัด โดยต่อมน้ำเหลืองมีหน้าที่ในการระบายของเสียออกจากร่างกายผ่านทางหลอดเลือด เมื่อต่อมน้ำเหลืองมีความผิดปกติเกิดขึ้น จึงทำให้เกิดการคั่งค้างของของเสีย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีการบวมบริเวณแขนได้ (3) และอาจมีอาการหนักแขน (5) ซึ่งสามารถพบได้ 10-40% ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมภายหลังการรักษา (4)

คำแนะนำและการป้องกันสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะบวมน้ำเหลือง

  • ดูแลความสะอาดและระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผล เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป (5) เช่น ระมัดระวังการใช้มีดโกน รวมถึงไม่ควรใช้เข็มฉีดยาหรือวัดความดันในแขนข้างที่บวม ระมัดระวังในการใส่เครื่องประดับที่มีคม และเมื่อเกิดบาดแผลแล้วควรดูแลไม่ให้ติดเชื้อหรือปรึกษาสถานพยาบาลใกล้บ้าน เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งที่ทำให้เกิดความร้อน (5) ควรใส่ถุงมือกันความร้อนในขณะทำอาหาร
  • ใช้การพันผ้ายืด (Compressive bandage) หรือ ใส่ปลอกรัดแขน (Compressive garment) ในการไล่น้ำเหลืองกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำเพื่อลดบวม แต่ไม่ควรให้มีแรงบีบที่มากเกินไปจนรู้สึกไม่สบาย (5) โดยให้แรงบีบที่บริเวณส่วนปลายมีมากที่สุด จากนั้นค่อย ๆ ลดแรงบีบลงไปจนถึงต้นแขน
  • ในบางกรณี ภาวะบวมอาจส่งผลให้เกิดการติดของข้อไหล่ (3) จึงควรออกกำลังกายบริหารข้อไหล่ในลักษณะเดียวกับ “ภาวะข้อไหล่ติด”
  • ปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อรับคำแนะนำ รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัวสำหรับการจัดการผู้ป่วยที่มีภาวะบวมน้ำเหลือง เช่น ทำการระบายน้ำเหลือง(Lymphatic drainage) (3,5) ใช้เครื่องบีบอัดโดยใช้แรงลม (Pneumatic compression pump) (5) การออกกำลังกายที่เหมาะสม และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการบวม เป็นต้น

 

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า ภาวะแทรกซ้อน ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น กระดูกบางลง มีปัญหาด้านความจำ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น (4) เป็นต้น อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ที่ท่านทำการรักษา หรือ ปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อทำการรักษาให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เรียบเรียงโดย กภ. วรรณพงษ์ อิ่มธนบัตร

อ้างอิง

  1. American cancer society. Breast cancer fact and figure 2017-2018. 2017.
  2. David E, Bryan S, Kathryn HS. Shoulder impairments and their association with symptomatic rotator cuff disease in breast cancer survivors. Med Hypotheses. 2011.77(4): 481-7.
  3. Susan RH, Kathryn HS, Kristin LC, Margaret LM. Clinical practice guidelines for breast cancer rehabilitation. Cancer 2012. 2012. 118(8 suppl): 2312–24.
  4. Betty S, Meredith W, Kimberly ST. Breast cancer treatments and complications: implications for rehabilitation. Rehabil Oncol. 2009. 27: 16-26.
  5. Laura S, Giorgio G, Riggs K. Clinical implementation of exercise guidelines for cancer patients: adaptation of ACSM’s guidelines to the Italian model. J Funct Morphol Kinesiol. 2017. 2(1), 4.
  6. Argyriou AAKyritsis APMakatsoris TKalofonos HP. Chemotherapy-induced peripheral neuropathy in adults: a comprehensive update of the literature. Cancer Manag Res. 2014. 6: 135-47.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *