รู้ทัน ป้องกันออฟฟิศซินโดรมกับนักกายภาพบำบัด

Office syndrome เป็นคำกว้าง ๆ ทั่วไป (ที่ไม่ใช่คำเฉพาะเจาะจงทางการแพทย์) ที่หมายถึงกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานในสำนักงาน หรืออีกนัยหนึ่ง Office syndrome คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสำนักงาน  โดยโรคที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโรค office syndrome ได้แก่ โรคกระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ ต้อหินหรือโรคทางจักษุอื่น ๆ โรคนอนไม่หลับ โรคกรดไหลย้อน โรคปวดศีรษะ ไมเกรน โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือโรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มโรค Office syndrome ด้วยเช่นกัน(1)

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2556-2560 พบว่าประเทศไทยมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 30.8 ล้านคน เป็นกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15 ขึ้นไป) จำนวน 28.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 91.3 (2) ส่งผลให้ผู้ที่ทำงานในสำนักงานมีแนวโน้มที่จะมีโอกาสเป็นโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อสูงขึ้น เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ โดยตำแหน่งที่มักพบคือ บริเวณศีรษะและคอคิดเป็นร้อยละ 42 หลังส่วนล่างคิดเป็นร้อยละ 34 หลังส่วนบนคิดเป็นร้อยละ 28 ข้อมือและมือคิดเป็นร้อยละ 20 และไหล่คิดเป็นร้อยละ 16 นอกจากนี้ยังพบได้น้อยในบริเวณตำแหน่งอื่น ๆ คือ ข้อเท้าและเท้าคิดเป็นร้อยละ 13 เข่าคิดเป็นร้อยละ 12 สะโพกคิดเป็นร้อยละ 6 และศอกคิดเป็นร้อยละ 5 โดยโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับงานทางกายภาพบำบัด (1, 5)

อาการของโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อย ได้แก่ (1)

  • ปวดคอ (Neck pain)
  • กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial pain syndrome)
  • เอ็นกล้ามเนื้อไหล่อักเสบ (Biceps, Supraspinatus tendinitis)
  • กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ (Tennis elbow)
  • กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านในอักเสบ (Golfer elbow)
  • เอ็นรัดข้อมือกดทับเส้นประสาท (Carpal tunnel syndrome)
  • ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วโป้งอักเสบ(De Quervain’s tenosynovitis )
  • นิ้วล็อก (Trigger finger)
  • ปวดหลังส่วนล่าง (Low back pain)
  • เส้นประสาทมีความตึงตัว (Nerve tension)

สาเหตุ

  • การนั่งทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • ท่าทางการทำงานไม่เหมาะสม หลังค่อม ก้มหรือเงยคอมากเกินไป
  • สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม
  • สภาวะเครียดจากการทำงาน
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ

จากสาเหตุข้างต้นทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ ในภาวะปกติกล้ามเนื้อจะมีการหดตัวและคลายตัวเพื่อทำงาน เมื่อเราใช้งานในลักษณะเดิมเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกร็งหดตัวตลอดเวลาเมื่อถึงจังหวะเวลาที่กล้ามเนื้อต้องคลายตัวแต่กลับคลายตัวไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลำบาก เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ จนเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และนำไปสู่กระบวนการอักเสบและการสร้างพังผืด เมื่อปล่อยไว้เป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดพังผืดยึดเกาะบริเวณกล้ามเนื้อมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อนั้นมีความทนทานต่อการใช้งานลดลง ง่ายต่อการบาดเจ็บซ้ำ และยังส่งผลให้กล้ามเนื้อนั้นไม่สามารถขับของเสียที่เกิดจากการใช้งานออกไปได้ เนื่องจากการไหลเวียนเลือดบริเวณนั้นไม่ดี ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบจนแสดงอาการปวดออกมา นอกจากนี้ความเครียดจากการทำงาน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่ทำงานไม่เหมาะสมก็ส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ (1, 4)

โรคออฟฟิศซินโดรมในแต่ละระยะขึ้นกับ ระดับขั้น ลักษณะอาการและการรักษาอาการ ดังต่อไปนี้ (3, 6, 7)

ระดับขั้น ลักษณะอาการ การรักษาอาการ
ระยะหนึ่ง จะมีอาการปวดเมื่อยล้า ในบริเวณที่ถูกใช้งานเป็นประจำ หลังจากทำงานต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง และอาการจะหายไปทันที เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ถ้าหากไปพบแพทย์อาจตรวจไม่พบความผิดปกติโครงสร้างร่างกาย แต่เป็นเพียงความรำคาญหรือหงุดหงิดกับอาการเมื่อยล้าเท่านั้น สามารถรักษาให้หายได้ง่าย โดยการยืดเหยียดบริหารร่างกายด้วยตนเอง
ระยะสอง จะมีอาการปวด เมื่อยล้า ชา หรืออ่อนแรง หลังจากทางานไประยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ต้องลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยครั้ง และอาการมักจะเป็นคงค้างนานไม่หายไปทันที เมื่อเปลี่ยนท่าทาง และอาจรบกวนการนอนหลับบ้าง หลังจากนอนพักอาการจะทุเลาลงเล็กน้อยและอาจมีอาการปวดตึงเมื่อตื่นนอน พอได้ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวอาการเหมือนดีขึ้น แต่พอมาทำงานท่าเดิม ๆ สักพักอาการก็กลับแย่ลง สามารถรักษาให้หายได้ในระยะนี้  โดยการไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด ทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบาบัด
ระยะสาม จะมีอาการปวด เจ็บ ชา หรืออ่อนแรงจะมากขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งจะมีอาการตลอดเวลา แม้ว่าจะทำกิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ น้อย ก็ปวดจนแทบทนไม่ได้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนงานหรือลาออกจากงาน เพราะไม่สามารถทนทำงานในหน้าที่ต่อไปได้อีก อาการปวดรบกวนการนอนจนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องหยุดงานเพื่อรักษาตนเองอย่างจริงจังและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพร่างกายยาวนาน การรักษาอาการในระยะนี้จะ เป็นไปด้วยความยากลำบาก และต้องให้ความใส่ใจกับการดูแลตนเองของผู้ป่วย ซึ่งใช้เวลานานในการรักษาให้หาย

 ตัวอย่างท่าทางการนั่งที่พบในการทำงาน จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกายอย่างไรได้บ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ.ปัทมาพร สนจิตร์

เอกสารอ้างอิง

  1. ประวิตร เจนวรรธนะกุล. โรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในผู้ที่ทำงานในสำนักงาน. กรุงเทพฯ: บริษัท ก.พล (1996) จำกัด; 2558.
  2. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม/ สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค ชวนพนักงานออฟฟิศปรับ 3 ป. ลดปวดเมื่อยลดเสี่ยงจากโรคออฟฟิศซินโดรม[อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 3 มี.ค. 2562]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/113832/
  3. นพพร คุรุเสถียร. ออฟฟิศ ซินโดรม. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 3 มี.ค. 2562]. เข้าถึงได้จาก: http://www.pt.or.th/knowlage/hu1.pdf
  4. Barr AE, Barbe MF, Clark BD. Work-related musculoskeletal disorders of the hand and wrist-epidemiology, pathophysiology, and sensorimotor changes. J Orthop Sports Phys Ther. 2004; 34: 610-27.
  5. Janwantanakul P, Pensri P, Jiamjarasrangsi W and Sinsongsook T. Prevalence of self-reported musculoskeletal symptoms among office workers. Occup Med. 2008; 58: 436–438.
  6. Simoneau S, ST-Vincent M, Chicoine D. Work-related musculoskeletal disorders(WMSDs). Saint-Leonard: Institut de recherche Robert-Sauve en sante et en securite du travail du Quebec (IRSST); 1996.
  7. Kroemer KH. Cumulative trauma disorders: their recognition and ergonomics measures to avoid them. Appl Ergon 1989; 20(4): 274-80.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *