แค่ปวดน่อง … ก็ต้องระวัง !

ท่านเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ … ปวดน่อง ปวดสะโพก เป็นตะคริวขณะเดินหรือออกกำลังกาย แต่เมื่อได้นั่งพัก อาการจะดีขึ้น

อาการปวดน่องที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ถ้าอ่านผ่าน ๆ อาจดูเหมือนเป็นการปวดกล้ามเนื้อธรรมดา หรือเป็นเพียงโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อทั่วไป ไม่ได้บ่งบอกถึงความรุนแรงของโรค ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ให้ความสนใจกับอาการปวดนี้มากนัก บางท่านอาจเพียงแค่นอนพัก หาซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง ประคบร้อนหรือเย็น หรือไปนวด ซึ่งเป็นการรักษาทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่คนส่วนใหญ่จะรักษาเมื่อมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ดังนั้นในบทความนี้ จะกล่าวถึงอาการปวดน่อง ที่เกิดจากสาเหตุอื่นนอกจากกล้ามเนื้อ นั่นคือ ปวดน่องจากหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ( Peripheral artery disease : PAD )

Peripheral artery disease (PAD) เป็นโรคเรื้อรังที่มีความผิดปกติแบบค่อยเป็นค่อยไปของหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่และขนาดกลาง ลักษณะความผิดปกติคือ มีการตีบ หรืออุดตันของหลอดเลือดแดงที่ขา ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงที่ขาได้น้อยลง ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่ หรือเป็นโรคเบาหวาน (1) ซึ่ง 2 อย่างนี้ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบหรืออุดตัน นอกจากนี้ยังมี ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคไต และกลุ่มคนผิวสี (2, 3)

ทำไมหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน ถึงทำให้ปวดน่อง ? (2)

ก่อนที่จะทราบถึงอาการปวดน่อง เรามารู้จักกับพยาธิสภาพของโรคหลอดเลือดแดงอุดตันกันก่อนดีกว่า โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน เกิดจากผนังชั้นในของหลอดเลือดถูกทำลายจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยเบาหวาน สารพิษจากบุหรี่ ทำให้เกิดการสะสมของก้อนไขมัน (plaque) ที่บริเวณผนังชั้นในของหลอดเลือด ก้อน plaque นี้เมื่อสะสมมากขึ้น ทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดนั้นน้อยลง เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน และหลอดเลือดแข็งตัว เรียกพยาธิสภาพที่เกิดทั้งหมดนี้ว่า Atherosclerosis การที่เลือดไปเลี้ยงขาน้อยลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาดเลือด จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้าง และสรีระของกล้ามเนื้อ อันเนื่องมาจากเลือดมาเลี้ยงไม่พอ

จากการศึกษาภาพถ่ายรังสี (CT scan) พบว่า มีการลดลงของมวลกล้ามเนื้อน่อง แต่มีการเพิ่มขึ้นของมวลไขมันแทน นอกจากนี้ยังพบว่า การขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย ซึ่งทำให้การส่งสัญญาณของเส้นประสาทเกิดความผิดปกติไปด้วย และยังพบอีกว่า การเพิ่มขึ้นของมวลไขมันบริเวณกล้ามเนื้อน่อง ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบขึ้นภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันทำให้เกิดอาการปวดน่องและเป็นตะคริวเวลาเดิน เมื่อนั่งพักอาการจะดีขึ้นหรือหายไป  (Intermittent claudication) เนื่องจากขณะเดินกล้ามเนื้อขาต้องการเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงได้เพราะหลอดเลือดอุดตัน  ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการขาดเลือด อาการปวดน่องจึงเพิ่มขึ้น เมื่อหยุดนั่งพัก กล้ามเนื้อไม่ได้ทำงาน เลือดไปเลี้ยงได้เพียงพอ อาการปวดน่องและตะคริวจึงหายไป นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นที่เกิดร่วมกับอาการที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นจึงขอสรุปอาการที่เกิดจากหลอดเลือดแดงอุดตัน ดังนี้ (3, 4)

  • ปวดกล้ามเนื้อน่อง หรือปวดตามตำแหน่งที่หลอดเลือดเกิดการอุดตัน (รูปที่ 1) โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือ อาจจะปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ โดยเฉพาะขณะเดิน และเมื่อนั่งพักอาการจะหายไปภายใน 10 นาที
  • ผิวหนังบริเวณนั้นมีสีซีด, มันวาว และไม่มีขน
  • ชีพจรที่เท้าเต้นเบา หรือจับไม่ได้ เมื่อเทียบกับอีกข้าง
  • มีอาการชาเท้า บางครั้งทำให้เกิดความสับสนกับอาการทางระบบประสาทได้ ซึ่งผู้ป่วยจะให้ประวัติว่า ต้องนำขาไปพาดไว้กับขอบเตียง ปล่อยให้เท้าห้อยลงมา อาการชาจะลดลง
  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
  • ผิวหนังข้างที่หลอดเลือดแดงอุดตันจะเย็น

จะเห็นว่า อาการเหล่านี้ ถ้าไม่ได้สังเกต หรือระมัดระวัง อาจเหมือนอาการปวดจากกล้ามเนื้อทั่ว ๆ ไป ดูเหมือนไม่รุนแรง หรือบางครั้งทำให้เกิดความสับสนกับอาการทางระบบอื่น ๆ ได้ เนื่องจากอาการบางอย่างมีความใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้สนใจกับอาการมากนัก ทำให้ได้รับการรักษาไม่ทัน ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้  ดังนั้นในบทความนี้ จะแสดงอาการเปรียบเทียบอาการทางระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอาการปวดที่ควรระวัง

รูปที่ 1 แสดงตำแหน่งการปวด ตามการอุดตันของหลอดเลือดแดง

ตารางเปรียบเทียบลักษณะของพฤติกรรมอาการของแต่ละระบบ (3)

กล้ามเนื้อ ระบบประสาท หลอดเลือด
ลักษณะอาการปวด ปวดตื้อ ปวดแหลม ปวดตื้อ
ตำแหน่ง กล้ามเนื้อขา ก้น/ น่อง น่อง
กิจกรรมที่ทำให้ปวด ออกแรง/ ลงน้ำหนัก ยืนนาน ออกแรง/ เดิน
กิจกรรมที่ทำให้ปวดลดลง พัก เปลี่ยนท่าทาง พัก
อาการขณะพัก ค่อยเป็นค่อยไป นาน ทันที
ชีพจรที่เท้า ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ลดลง/ ไม่มี
ลักษณะผิวหนัง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ซีด มันวาว

เมื่อเป็นโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน มีการรักษา หรือดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แนวทางการรักษามีทั้งการออกกำลังกายภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด การรับประทานยา และการผ่าตัด

  • การออกกำลังกายภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด ทำโดยการเดินบนลู่วิ่ง โดยที่ให้เดินจนกระทั่งมีอาการปวดน่องระดับปานกลางแล้วนั่งพักจนกระทั่งอาการหายไป จึงเริ่มเดินใหม่อีกครั้งสลับกันไป รวมแล้วเป็นเวลา 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยใช้ระยะเวลาทั้งหมด 12 สัปดาห์ (5)
  • การรับประทานยากลุ่มขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งในที่นี้จะช่วยในเรื่องของอาการปวดน่องขณะเดิน แต่ถ้ารับประทานยาไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน ให้หยุดยา และปรึกษาแพทย์ทันที
  • ถ้าอาการที่เป็นอยู่ส่งผลถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง แนะนำพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อเข้ารับการผ่าตัด (4)

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะพบว่าแค่อาการปวดน่อง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลาย ๆ สาเหตุที่เป็นไปได้ ถ้าเราหมั่นสังเกตอาการให้ละเอียด ในบทความนี้ไม่ได้ทำให้ผู้อ่านตื่นกลัว แต่อยากให้ตระหนักเกี่ยวกับอาการที่เป็น เพื่อให้เข้าใจกับอาการที่เป็นอยู่ และเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่อาการจะทวีความรุนแรง…

เรียบเรียงโดย กภ.กนกวรรณ พลสา

เอกสารอ้างอิง

  1. Shu J, Santulli G. Update on peripheral artery disease: epidemiology and evidence-based facts. Elsevier; 2018.
  2. Hamburg NM, Creager MA. Pathophysiology of intermittent claudication in peripheral artery disease. Circ J. 2017:CJ-16-1286.
  3. Hennion DR, Siano KA. Diagnosis and treatment of peripheral arterial disease. Am Fam Physician. 2013;88(5):306-10.
  4. Morley RL, Sharma A, Horsch AD, Hinchliffe RJ. Peripheral artery disease. BMJ. 2018;360:j5842.
  5. Walsworth MK, De Bie R, Figoni SF, O’connell JB. Peripheral artery disease: What you need to know. J Orthop Sports Phys. Ther 2017; 47: 957-964.

2 comments on “แค่ปวดน่อง … ก็ต้องระวัง !

  1. มีอาการปวดเช่นกัน ครับ บริเวณกล้ามเนื้อน่อง ด้านใน มีอาการบวมแดงบ้าง เมื่อเดินหรือยืนนานๆ เป็นมาหลายวันแล้ว ประมาณ ๒ อาทิตย์ เป็นๆ หายๆ วันนี้ ๒๒ ส.ค.๖๒ มีอาการค่อนข้างมาก เลยกังวล ว่าจะลุกลามเป็นอย่างอื่น

  2. มีอาการปวดเช่นกัน ครับ บริเวณกล้ามเนื้อน่อง ขวาด้านใน มีอาการบวมแดงบ้าง เมื่อเดินหรือยืนนานๆ เป็นมาหลายวันแล้ว ประมาณ ๒ อาทิตย์ เป็นๆ หายๆ วันนี้ ๒๒ ส.ค.๖๒ มีอาการค่อนข้างมาก เลยกังวล ว่าจะลุกลามเป็นอย่างอื่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *